5 วิธีหยุดความรุนแรงที่ทุกคนทำได้ เมื่อเห็น ‘ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย’ ในโซเชียล

posted: 7 months ago
5 วิธีหยุดความรุนแรงที่ทุกคนทำได้ เมื่อเห็น ‘ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย’ ในโซเชียล

comments

เทคโนโลยีใหม่บนโลกโซเชียลที่ได้รับความนิยมมาสักพักใหญ่ๆ แล้วก็คือ การไลฟ์สดผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์ ข้อดีคือจะช่วยอำนวยความสะดวกให้คนรุ่นใหม่ ย่อโลกทั้งใบไว้ในมือ สามารถช่วยให้คุณได้ติดต่อสื่อสารกับผู้คนที่อยู่ไกลกันได้ง่ายดายยิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกันการไลฟ์ก็เป็นดาบสองคม เพราะระยะหลังเริ่มมีการนำไปใช้แบบผิดวิธี เช่น ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย การทำร้ายร่างกาย และพฤติกรรมความรุนแรงอื่นๆ

ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย

จากกรณีข่าวแฟนหนุ่มไลฟ์สดทำร้ายร่างกายแฟนสาว ก็เป็นการสะท้อนว่า นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไปแล้ว เพราะเกิดการเลียนแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเพื่อป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในครั้งต่อไป รวมทั้งตัวคุณเองก็อาจจะต้องจะเจอเข้ากับการไลฟ์สดความรุนแรงเข้าสักวันระหว่างที่กำลังเล่นโซเชียลเพลินๆ เพราะฉะนั้นเราควรจะรู้วิธีแก้ปัญหาสถานการณ์ดังกล่าวเนอะ rabbit daily มา 5 วิธีในการช่วยกันยุติความรุนแรงมาแนะนกัน!

เมื่อเห็นการ ‘ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย’ ในโซเชียล เราควรทำอย่างไร?

5 วิธีที่ทุกคนสามารถทำได้หากพบเห็นคนกำลังไลฟ์สดพฤติกรรมความรุนแรง รวมไปถึงการฆ่าตัวตาย ไม่ว่าเขาจะทำด้วยเหตุผลใดก็ตาม สิ่งแรกที่ต้องตระหนักถึงคือ “พวกเขาเหล่านี้กำลังต้องการความช่วยเหลือ” เพราะฉะนั้นอย่าเพิกเฉย มาร่วมด้วยช่วยกันเถอะ

1. ห้ามพิมพ์ข้อความยั่วยุส่งเสริมใดๆ

ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย


เมื่อเห็นใครก็ตามที่กำลังไลฟ์สดอยู่ และมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายหรือทำร้ายร่างผู้อื่น รวมไปถึงแสดงออกถึงความรุนแรง ห้ามพิมพ์ข้อความยั่วยุหรือส่งเสริมใดๆ เด็ดขาด เพราะคนที่ไลฟ์สดอยู่คงไม่มีสติแล้วล่ะในตอนนั้น ไม่ว่าจะพิมพ์อะไรไปก็ไม่ช่วย ดีไม่ดีจะยิ่งทำให้ผู้ไลฟ์สดรู้สึกว่ามีคนติดตามชมอยู่อีกจำนวนมาก


2. ห้ามกดไลก์ ห้ามแชร์โดยเด็ดขาด

ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย


การกดไลก์หรือกดแชร์ก็เท่ากับการเผยแพร่คลิปวิดิโอความรุนแรง ไม่ต้องแชร์แล้วบอกว่า อยากให้คนอื่นเห็น จะได้มาช่วยกัน ห้ามเด็ดขาด! สำหรับผู้ที่ไลฟ์สดฆ่าตัวตายจะเนื่องด้วยเหตุผลใดก็ตาม บางครั้งผู้ที่ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าหรือกำลังเผชิญปัญหาต่างๆอ าจต้องการได้รับความสนใจ เพราะจะได้รู้สึกว่าตนเองมีค่า แต่การที่เราเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ผ่านไลฟ์แล้วไปแชร์ต่อนั้นไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องเลย  เนื่องจากจะยิ่งทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบมากยิ่งขึ้น


3. กดรีพอร์ตรายงานเฟซบุ๊ก

ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย


เมื่อไม่คอมเม้นท์ ไม่ไลก์ ไม่แชร์แล้ว ก็ให้ช่วยกันกดรีพอร์ตเพื่อรายงานไปถึงเฟซบุ๊กให้ระงับการเผยแพร่การไลฟ์สดดังกล่าว บางคนอาจแย้งว่า อ้าว! ถ้าทำแบบนั้นเวลาที่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็ไม่มีใครเห็นน่ะสิ อย่าลืมว่าเราต้องช่วยกันหยุดพฤติกรรมความรุนแรงเหล่านี้เพื่อไม่ให้เกิดการเลียนแบบอีกต่อไป


4. ติดต่อคนรู้จักหรือครอบครัวของผู้ที่กำลังไลฟ์สด

ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย


หากคนที่กำลังไลฟ์สดฆ่าตัวตาย หรือ มีพฤติกรรมด้านความรุนแรงแล้ว ให้ลองดูว่าผู้ไลฟ์มีเพื่อนร่วมกันกับเราหรือเปล่า หากมีก็ให้รีบติดต่อไปให้เพื่อนคนดังกล่าวเข้าไปให้ความช่วยเหลือ หรือหากเป็นคนที่เรารู้จักก็ให้รีบโทรศัพท์ไปแจ้งคนในครอบครัวของเขาเข้าไปช่วยอย่างทันท่วงที


5. โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย

สุดท้าย หากเราไม่รู้จักคนที่กำลังไลฟ์สดคนนั้นเลย ก็สามารถช่วยเหลือได้ด้วยการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยแจ้งลิ้งค์ต้นเหตุหรือชื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมที่กำลังไลฟ์สดฆ่าตัวตาย เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะรีบประสานงานและเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็คงจะมีวิธีการเข้าถึงพิกัดและที่อาศัยได้


นอกจากนี้แล้ว ทุกๆ คนที่ใช้สื่อโซเชียลออนไลน์ก็สามารถช่วยกันเป็นหูเป็นตาร่วมด้วยช่วยกันได้นะ เพื่อป้องกันพฤติกรรมรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น หากใครเห็นเพื่อนในเฟซบุ๊กโพสต์ข้อความที่สื่อถึงอาการซึมเศร้ากำลังต้องการได้รับความช่วยเหลือ หรือ ภาพที่สื่อถึงการทำร้ายร่างกาย ความรุนแรง ก็สามารถช่วยกันกดรีพอร์ตไปยังเฟซบุ๊กได้ ในต่างประเทศขณะนี้เฟซบุ๊กมีฟังก์ชั่นพิเศษในการตรวจจับผู้ที่มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย ขณะเดียวกันหากใครที่รู้สึกว่ากำลังเผชิญกับปัญหาซึมเศร้า ก็สามารถโทรศัพท์ไปปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต ที่ได้ 1323


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon