มาฝึก หัวเราะบำบัด ให้กายแข็งแรง ใจสดใสกันเถอะ

posted: 1 year ago
1,069 views
มาฝึก หัวเราะบำบัด ให้กายแข็งแรง ใจสดใสกันเถอะ

comments

การหัวเราะ น่าจะเป็นอาการตอบสนองตามธรรมชาติ เมื่อเราได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น เรื่องตลก เรื่องขบขัน ทำให้เรารู้สึกขำจนหัวเราะออกมา แต่ใครเคยรู้บ้างว่ามีวิธีการ หัวเราะบำบัด เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถบำบัดโรคได้ จะบำบัดได้ยังไง บำบัดด้วยวิธีไหน ถ้าเศร้าอยู่จะขำได้ไหม เรามาหาคำตอบกัน

ประโยชน์ของการหัวเราะ

หัวเราะบำบัด
Cr.http://dingo.care2.com/pictures/greenliving/1238/1237249.large.jpg

ตามธรรมชาติแล้ว การหัวเราะเป็นการกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขอออกมา นอกจากนี้ ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าการหัวเราะยังทำให้ฮอร์โมนโดพามีน ที่ช่วยลดความเครียดหลั่งออกมา รวมทั้งทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลอยู่ในระดับที่สมดุล ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรง เมื่อเราไม่เครียดเราก็จะนอนหลับสนิท ร่างกายพักผ่อนได้เพียงพอ สดชื่น มีสมาธิเพิ่มขึ้น แถมทำให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ การไหลเวียนโลหิตก็ดีขึ้นการหัวเราะยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส จากการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าให้ยืดหยุ่น ดีต่อระบบหายใจ เพราะมีการหายใจเข้า กลั้นหายใจ และหายใจออกอย่างเป็นระบบ ดีต่อสมองเพราะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการประมวลผลความคิดเชิงบวก ความคิดสร้างสรรค์ แถมยังดีต่อระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบไหลเวียนโลหิตไปจนถึงระบบสืบพันธุ์ เรียกว่าดีต่อร่างกายชนิดหัวจรดเท้าเลย


หัวเราะบำบัดคืออะไร

หัวเราะบำบัด
Cr.http://www.manageyourlifenow.com/wp-content/uploads/2012/11/smile.jpg

ปกติแล้ว เราสามารถแบ่งการหัวเราะออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ

  • การหัวเราะตามธรรมชาติที่ถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอก แล้วแล้วรู้สึกขำขัน กับ
  • การหัวเราะบำบัด ซึ่งเป็นการหัวเราะสำหรับฝึกร่างกายเพื่อหวังผลประโยชน์ทางสุขภาพ ซึ่งเราสามารถหัวเราะบำบัดได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกตลกหรือมีอารมณ์ขัน เวลาในการทำกิจกรรมก็ไม่นาน เพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงต่อครั้งเท่านั้น
หัวเราะบำบัด
Cr.http://lyinstitute.org/wp-content/uploads/2011/11/YakYucks.jpg

จากผลการวิจัยของคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศแคนาดา ระบุว่า

“อารมณ์ของคนเรา น่าจะมีผลต่อการประมวลผลข้อมูลของสมอง ถ้าอารมณ์ดีจะช่วยขยายความคิดสร้างสรรค์ให้กว้างขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าอยู่ในอารมณ์หวาดวิตก เคร่งเครียด หรือแม้แต่ความมุ่งมั่นมากเกินไป จะมีผลต่อความคิดหดแคบ”

แปลว่าอารมณ์มีผลต่อพลังสร้างสรรค์ของคนเราไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น การหัวเราะบำบัดจึงถือกำเนิดขึ้น ซึ่งในการหัวเราะบำบัดนั้น ก็ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบ เช่น

  • โยคะหัวเราะหรือ Laughter Yoga ที่คิดค้นโดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการหัวเราะกับการควบคุมลมหายใจอันเป็นเอกลักษณ์ของการฝึกโยคะเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งการหัวเราะบำบัดชนิดนี้ ยังเป็นที่มาของการฝึกหัวเราะบำบัดในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก
หัวเราะบำบัด
Cr.http://cdn.funcheap.com/wp-content/uploads/2014/08/circleofsmiles.jpg
หัวเราะบำบัด
Cr.https://shawglobalnews.files.wordpress.com/2014/03/20140325_115935.jpg?quality=70&strip=all&w=720&h=480&crop=1
  • นอกจากนี้ก็มีการหัวเราะบำบัดของประเทศออสเตรเลีย ที่ออกแบบการหัวเราะบำบัดโดยเดินทางไปสร้างเสียงหัวเราะให้แก่ผู้คนตามที่ต่างๆ โดยการแสดงพฤติกรรมน่าตลกขบขัน และอีก
  • หลายๆ ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา หรืออังกฤษได้นำการรักษาผู้ป่วยด้วยการหัวเราะเข้ามาบำบัดผู้ป่วยแทนยาคลายเครียด หรือยาแก้ปวด
หัวเราะบำบัด
Cr.http://www.thedynamicturnaround.com/laughter%20medicine.jpg
  • ส่วนการหัวเราะบำบัดในประเทศไทยนั้น มีศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่คิดค้นวิธีการหัวเราะบำบัดที่ผสมผสานการควบคุมลมหายใจ การเปล่งเสียงหัวเราะ และบริหารร่างกายไปพร้อมๆ กัน

การฝึกหัวเราะบำบัด

หัวเราะบำบัด
Cr.http://i.huffpost.com/gen/1093940/images/h-LAUGHTER-BENEFITS-628×314.jpg

การฝึกหัวเราะบำบัดนั้น เราก็สามารถฝึกได้ด้วยตัวเอง โดยขั้นแรกอาจจะต้องมีสิ่งกระตุ้นอย่างเรื่องตลก คลิปวิดีโอฮาๆ ที่มาช่วยทำให้หัวเราะก่อน แล้วค่อยๆ ลดลงจนไม่มีสิ่งกระตุ้น โดยเราต้องเข้าใจก่อนว่าการหัวเราะบำบัดนั้น เราไม่จำเป็นต้อง ‘รู้สึกตลก’ เสมอไป

การเปล่งเสียงที่แตกต่างกันในแต่ละคำนั้น จะส่งผลต่ออวัยวะที่แตกต่างกัน ขณะฝึกอาจมีการทำท่าประกอบ และทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใสขณะฝึก ดังนี้

หัวเราะบำบัด
Cr.http://www.debifeinman.com/wp-content/uploads/2013/06/Laughter2.jpg

1. จมูกหัวเราะ

ง่ายๆ แค่ย่นจมูกแล้วทำเสียง “ฮึๆ” ในจมูกเหมือนม้า แต่เป็นฮึๆ ไม่ใช่ฮี้ๆ ท่านี้สามารถช่วยให้จมูกโล่ง บำบัดภูมิแพ้ ไซนัส หวัด ยิ่งคนที่มีปัญหาเรื่องระบบหายใจยิ่งทำให้จมูกโล่งโปร่งสบายมากขึ้น


2. ตาหัวเราะ

เห้ย! ตาก็หัวเราะได้เรอะ? เอ้าได้สิก็ตาเป็นคนเนอะ สามียายเราไง ไม่ช่าย!! ตาก็หัวเราะได้วันนี้นี่แหลค่ะ เพียงแค่คุณกะพริบตาถี่ๆ พร้อมกลอกตาไม่ใช่มองบนนะคะ แต่กลอกตาเป็นวงกลม แล้วเปล่งเสียง “อ่อยๆ” เล่นหู เล่นตา มองซ้ายที ขวาที เพื่อเป็นการบริหารดวงตาให้ผ่อนคลาย ทำให้มีน้ำมาหล่อเลี้ยงตามากขึ้น ช่วยให้ตาชุ่มชื้น ใครที่จ้องจอนานๆ ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์จนตาแห้งล่ะก็ ท่านี้เหมาะเลยค่ะ


หัวเราะบำบัด
Cr.http://crazyfunnyphotos.com/wp-content/uploads/2014/08/laughing-animals.jpg

3. ท้องหัวเราะ

เริ่มจากกำมือชูนิ้วโป้งระดับท้อง หายใจเข้า เปล่งเสียงหัวเราะผ่านคำว่า “โอ” แล้วขยับมือทั้งสองข้างขึ้นลงเป็นจังหวะ ซึ่งการออกเสียงโอนั้นเป็นการหัวเราะที่บริเวณท้องของเราได้ขยับ จะช่วยให้อารมณ์ ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น และช่วยบำบัดโรคลำไส้อักเสบ


4. อกหัวเราะ

ท่านี้เรากางแขนออก ความสูงระดับอก หงายฝ่ามือขึ้น หายใจเข้ากลั้นหายใจ แล้วปล่อยลมหายใจเปล่งเสียงหัวเราะ “อา” พร้อมขยับแขนทั้งสองข้างขึ้นลงเป็นจังหวะ กระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก หัวใจ ปอด และไหล่ได้ขยับ ซึ่งท่านี้จะช่วยให้อวัยวะบริเวณหน้าอกทั้งหมดทำงานได้ดีขึ้น


หัวเราะบำบัด
Cr.http://f.funday24.com/wp-content/uploads/2015/03/Funny-animals-3_1.jpg

5. คอหัวเราะ

เรายกมือขึ้นระดับอก กำมือ ยกนิ้วโป้งตั้งขึ้น นิ้วชี้และนิ้วกลางชี้ไปด้านหน้า หายใจเข้าและเปล่งเสียงหัวเราะ “อู” ขยับแขนตามจังหวะ เน้นพุ่งมือไปด้านหน้า เมื่อเปล่งเสียงอูจะกระตุ้นให้บริเวณลำคอสั่น ท่านี้สามารถแก้ปัญหาเจ็บคอ คออักเสบ ปวดคอ สำหรับผู้มีปัญหาต้องใช้เสียงเยอะ


6. ใบหน้าหัวเราะ

ท่านี้ยกแขนขึ้นระดับใบหน้า ขยับนิ้วคล้ายกำลังเล่นเปียโน จากนั้นหายใจเข้าและเปล่งเสียงหัวเราะ “เอ” ขยับนิ้ว เคลื่อนไหวร่างกายเหมือนแหย่เด็กๆ อยู่ ซึ่งนอกจากจะได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่นิ้วมือแล้ว ท่านี้ยังช่วยฝึกบริหารสมองได้อีกด้วย


หัวเราะบำบัด
Cr.https://aaforringer.files.wordpress.com/2014/05/laughter.jpg

7. ไหล่หัวเราะ

ตามชื่อเลยค่ะ ท่านี้เป็นการบริหารช่วงไหล่ ยืนตรงแล้วส่ายไหล่ไปมา คล้ายท่าว่ายน้ำฟรีสไตล์ พร้อมเปล่งเสียงหัวเราะ “เอะ อะ” ไม่ต้องกลัวว่าจะดังเอะอะนะคะ ฝึกในที่ของตัวเองไปเนาะ เพราะท่านี้ช่วยบรรเทาอาหารสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไหล่ได้


8. เอวหรือก้นหัวเราะ

นี่ก็ได้อีก เพียงแค่แขม่วท้องหรือขมิบก้น โดยช่วงกลางลำตัวนิ่งอยู่กับที่พร้อมเปล่งเสียง “อุๆ” ท่านี้ช่วยบริหารช่วงไขสันหลัง ก้นและสะโพก


หัวเราะบำบัด
Cr.http://f1.pepst.com/c/8D204B/545502/ssc3/home/076/a————————————–real.info4/baby_laugh.jpg_480_480_0_64000_0_1_0.jpg

9. สมองหัวเราะ

เวลาเครียด ธรรมชาติของมนุษญ์มักจะปิดปาก เป็นเหตุให้ความดันขึ้นสมองได้นะคะ ท่านี้ช่วยได้ค่ะ เพียงแค่ปิดปากแล้วหัวเราะเสียง “อึ” ดันให้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นไปนวดบริเวณสมอง เมื่อทำเสร็จจะช่วยให้เรารู้สึกโล่ง โปร่งสบายขึ้น


10. หัวเราะทั้งตัว

ท่านี้ต้องมีคนทำด้วยนะจ๊ะ คุณเพื่อน คุณแฟน คุณพ่อ คุณแม่ จับมาเลย เราจะมาสนุกกันโดยกระโดดพร้อมระเบิดเสียงหัวเราะขั้นสุดแบบไม่ต้องอายใคร ต่อเนื่องนาน 1 นาทีคล้ายท่ากบกระโดด เอามือทั้งสองข้างของเราไปตบมือทั้งสองข้างของคู่ ตามจังหวะ ไม่ต้องกลัวใครว่าเราบ้า เพราะถึงเราเป็นคนบ้า แต่เราก็เป็นคนบ้าที่แข็งแรงค่ะ แถมยังชวนคนที่เรารักแข็งแรงไปด้วยอีกต่างหาก^^


หัวเราะบำบัด
Cr.http://realestatechronicles.net/wp-content/uploads/2014/11/laughing-animal.jpg

เมื่อร่างกายหัวเราะแล้ว ใจก็อย่าลืมหัวเราะตามไปด้วยนะคะ หัดหัวเราะให้กับปัญหา หัวเราะให้กับความผิดพลาด หัวเราะให้กับอุปสรรคที่เข้ามา เพราะสิ่งเหล่านั้นเมื่อผ่านมาได้แล้ว ก็ทำให้จิตใจเราแข็งแรงขึ้นเช่นกันค่ะ

หัวเราะบำบัด
Cr.http://media.gq.com/photos/5720e7496a2af99a11a1dc8a/3:2/w_800/Obama-Laugh.jpg

avatar
by *muiyoo*
ต้องเป็นเพราะชื่อหมุยยู้ แปลว่าสิ่งที่สวยงามแน่ๆ เลยได้มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม แฟชั่น สุขภาพ เครื่องสำอาง ทำอาหาร เข้าทางทุกอย่าง ใครชอบสาระดีๆ แทรกคารมขบขันประสาชะนีบ้าๆ บอๆ ก็ขอให้มิตรรักแฟนเพลงติดตามกันไปนานๆ เนอะ^^

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon