หุ้นปั่นคืออะไร ทำไมคนถึงนิยมเล่นกัน!

posted: 1 year ago
หุ้นปั่นคืออะไร ทำไมคนถึงนิยมเล่นกัน!

comments

สำหรับใครที่กำลังจะเริ่มเล่นหุ้น จะต้องเคยได้ยินเรื่อง “หุ้นปั่น” ผ่านหัวกันเข้ามาบ้าง แล้วมักจะได้รับคำเตือนมาโดนตลอดว่า “ห้ามยุ่งกับหุ่นปั่นเด็ดขาด” เพราะโอกาสขาดทุนหรือหมดตัวจะสูงมาก แต่เวลาที่เล่นหุ้นจริงๆ แล้วหุ้นที่มือใหม่น่าจะรู้จักดีกลับกลายเป็นรายชื่อของหุ้นปั่นทั้งนั้น! เพราะเวลาที่คนจะปั่นหุ้นจะต้องมาพร้อม “ข่าว” ที่ออกกันแทบจะทุกสื่อทุกช่องทางเลยก็ว่าได้ บอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจครั้งใหญ่หรือมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามา take over บลาๆ ออกข่าวมาให้รู้สึกว่าธุรกิจจะเปลี่ยนไปแล้ว “กำไร” มหาศาล

อย่าลืมว่าเวลาที่ซื้อขายหุ้น เราจะมองอนาตตของหุ้น แล้วราคามักจะวิ่งไปรอตามการคาดเดาในอนาคตของนักลงทุนส่วนใหญ่นั่นแหละ ข่าวเลยต้องออกมาให้ว่าอนาคตจะกำไรเยอะมาก ทำให้ราคาวิ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา แล้วก็ดึงคนเข้าไปลงทุนได้เป็นจำนวนมาก



และอีกเหตุผลที่ “หุ้นปั่น” มักจะเป็นหุ้นที่ติดกระแสทำกำไรกันเร็วขึ้น 100% – 3000% กันในเวลาเท่านั้นเท่านี้เรียกว่าระยะเวลาไม่นานไม่ถึงปีด้วยซ้ำไป ลองคิดดูว่าถ้าเราซื้อหุ้นปั่นด้วยเงิน 100,000 บาท เวลาผ่านไปไม่กี่เดือนประมาณ 3 เดือนจากตัวที่เคยปั่นแรงมาๆ เงินเราจะเพิ่มเป็น 3,000,000 บาทในระยะเวลา 3  เดือน เห็นผลลัพธ์แบบนี้ทำไมคนจะไม่สนใจละจริงมั้ย? แต่อย่างที่บอกเวลาราคาขึ้นก็ขึ้นแบบไม่สนอะไรเลย เวลาลงก็เช่นเดียวกันไม่สนอะไรเช่นเดียวกัน แล้วมือใหม่ๆ เวลาเข้าซื้อก็มักจะเข้าซื้อในจุดที่สูงสุดเสมอแล้วราคาก็ไม่เคยกลับไปที่ตรงนั้นอีกเลย

image-1909_58329BB1

จากตัวอย่างกราฟที่นำมาให้ดู “หุ้นปั่น” ส่วนใหญ่จะมีกราฟลักษณะที่คล้ายๆ กันหมดเลย ลองไปไล่ชื่อดูก็จะเห็นรูปแบบราคาที่คล้ายๆ กัน นั่นเลยเป็นที่มาของ “ยอดดอย” เพราะกราฟของหุ้นปั่นจะเหมือนภูเขาที่สูงมากและคนส่วนใหญ่มักจะไปซื้อราคาตรงยอดนั่นแหละ พอสุดท้ายขาดทุนหนักๆ ก็มาโทษว่าตลาดหุ้นไม่ดีแล้วก็เลิกลงทุนเลย ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากๆ คำแนะนำง่ายๆ ว่าถ้าคนเล่นหุ้นปั่นส่วนใหญ่เจ๊งเราก็อย่าไปเล่นมันก็จบแล้ว อย่าโลภ เพราะการลงทุนเป็นเรื่องของเหตุและผลทั้งนั้น

เราลองมาดูกันว่าหุ้นปั่นที่เราเห็นกันเราจะรู้ได้อย่างไรว่าราคาที่ขึ้นมา มาจากการปั่นขึ้นมาล่อเม่าแบบเราๆ หรือว่าขึ้นเพราะธุรกิจเปลี่ยนจริงๆ แล้วทำให้มีโอกาสทำกำไรได้เยอะขึ้น ก่อนอื่นเลยให้เข้าไปที่ www.settrade.com แล้วพิมพ์ชื่อหุ้นเราตรง “ค้นหาข้อมูลหลักทรัพย์” เพื่อเข้าไปดูหุ้นที่เราต้องการจะซื้อ
image-1208_58329BB1

จากนั้นเราก็เอา “ราคาหุ้น x จำนวนหุ้นจดทะเบียน” จากตัวอย่างก็คือ 0.67 x 6,670,000,000 หุ้น
เท่ากับ 4,468,900,000 บาท มูลค่าบริษัทนี้มีมูลค่า “สี่พันกว่าล้านบาท” ที่นี้เราดูมาที่แทปด้านบนที่ “บริษัท/หลักทรัพย์” แล้วมาทางล่างๆ ว่าบริษัทนี้มี “กำไร” เป็นยังไงบ้าง

image-5A61_58329BB1

กำไรทั้งสิน -67.14 ล้านบาทสำหรับครึ่งปีอันนี้เป็นข้อมูลครึ่งปี 2016 เท่านั้น แล้วรู้กันหรือไม่ว่าหุ้นตัวนี้เคยมีราคาสูงสุดที่ประมาณ 10 บาท!! ตอน ปลายปี 2014 ในขณะที่กำไรติดลบ 64.63 ล้าน นั้นหมายความว่าบรัษิทจะมีมูลค่าทั้งสิ้น 66,700,000,000 บาท!! มากกว่า หกหมื่นหกพันกว่าล้าน!! แต่มีผลกำไรติดลบ !!

ลองนึกถึงบริษัทที่มีผลกำไรติดลบมาโดยตลอดราคาถึงขึ้นได้ กำไรก็ไม่มี เงินปันผลไม่ต้องกลัวเลยไม่น่าจะจ่ายได้แน่ๆ เพราะ “ขาดทุน” หรือถ้าขาดทุนแล้วยังจ่ายปันผลมันก็ขัดกับความรู้สึกในภาพรวมอยู่แล้ว แปลว่าต้องมีอะไรเบื้องหลังแน่ๆ ก็ยังติดลบเพิ่มขึ้นไปอีก (ระหว่างนั้นราคาหุ้นก็ลงมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันอยู่ที่ 0.67 บาทต่อหุ้น)

แล้วถ้าเราไปเจอบริษัทที่กำไรน้อยๆ แต่มูลค่าบริษัทสูงๆ เราลองหามาแล้ว ดูสูงไม่สัมพันธ์กัน ก็แปลว่าหุ้นตัวนั้นมีโอกาสเป็น “หุ้นปั่น” สูงมาก ให้เราอยู่ห่างจะดีกว่าเงินที่เราหามาด้วยความยากลำบากควรรักษาไว้มากที่สุด ไม่ควรเอาไปเสี่ยงกับการลงทุนแบบนั้นดั่งคำที่ว่า “อย่าก้มเก็บเหรียญบนทางด่วน” อย่าเอาเงินไปเสี่ยงกับผลตอบแทนแค่นิดๆหน่อยที่แลกกับความเสี่ยงมหาศาล สุดท้ายอยากก็ลองเอาไปค้นหาหุ้นตัวใหญ่ๆที่เราคุ้นเคยเช่น SCC PTT AOT เป็นต้นดูว่ามูลค่าตลาดเป็นเท่าไหร่ แล้วกำไรเป็นเท่าไหร่จะเห็นได้ว่า ดูสมเหตุสมผลกว่ากันเยอะมาก

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon