หุ้นไทยฝ่าด่านอรหันต์รอบ 43 ปี ทุบสถิติทำ All time new high

posted: 8 months ago
หุ้นไทยฝ่าด่านอรหันต์รอบ 43 ปี ทุบสถิติทำ All time new high

comments

ประเดิมศักราชใหม่กันตั้งแต่ต้นปี หลังจากที่วานนี้ตลาดหุ้นไทยทำลายสถิติวันทำการแรกของปีปรับตัวขึ้นมาแรงสูงสุดในรอบ 43 ปีแตะที่ 1,778.53 จุด แม้ว่าตามสถิติช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทุกต้นปีตลาดหุ้นไทยมักเจอแรงกดดันจากการเทขายกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แต่ในปีนี้พลิกประวัติศาสตร์นักลงทุนที่ถือมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งสามารถไถ่ถอนได้กลับมีการซื้อเพิ่มบวกกับกระแสเงินลงทุนต่างชาติส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเกิดความคึกคักขึ้นมา หลังจากเห็นภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัว ดังนั้นช่วงเดือนนี้จึงมีโอกาสเห็นต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นไทยทดแทนการขายหุ้นทำกำไรช่วงปลายปี (January Effect)



สำหรับดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) เปิดซื้อขายวันแรกของปี 2561 ทำสถิติใหม่ ปิด ณ วันที่ 3 มกราคม 2561 ที่ 1,778.53 จุด เป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์นับตั้งแต่เปิดซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2518 โดยปรับขึ้น 24.82 จุด หรือ 1.42% จากสิ้นปี 2560 ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) ปรับขึ้นสูงสุดเป็น 18.17 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 88,076.86 ล้านบาท (SET และ mai)

ในปี 2560 SET Index เพิ่มขึ้น 210.77 จุด หรือคิดเป็น 13.66% จากปัจจัยความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลบวกต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน และในปี 2560 มีการระดมทุนจาก IPO 42 หลักทรัพย์ รวม 4.26 แสนล้านบาท ซึ่งมูลค่าสูงสุดเช่นกัน รวมถึงการลงทุนของผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศที่เติบโตขึ้น ทั้งนี้ SET Index เคยปิดระดับสูงสุดที่ 1,753.73 จุด เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2537 และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมขณะนั้นอยู่ที่ 3.3 ล้านล้านบาท

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นของ SET Index แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอแนะนำให้ผู้ลงทุนพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดีและมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต พร้อมศึกษาข้อมูลของบริษัท และติดตามข่าวทั้งในและต่างประเทศที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 SET ทำ All time new high แล้วหรือไม่

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุน ได้เปิดเผยว่า ตั้งแต่ประเทศไทยมีตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นมาเมื่อปี 2517 ราคาปิดสูงสุดตลอดกาลก็อยู่ที่ 1753.73 จุด เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2537 (ก่อนเกิดต้มยำกุ้ง 3 ปี) มาโดยตลอด ซึ่งผ่านมา 23 ปีจนถึงสิ้นปี 2560 ก็ยังไม่มีราคาปิดครั้งใดที่สามารถทำลายสถิติ All time high ดังกล่าวไปได้ แต่ 3 มกราคม 2561 วันเปิดทำการวันแรกของปี 2561 ราคาปิด SET Index ได้ทำลายสถิติดังกล่าว เกิดเป็น All time new high ไปแล้วที่ 1778.53 จุด ส่วนที่ว่าไม่ใช่ก็เพราะ SET Index เคยทำสถิติจุดสูงสุดในตอนซื้อขายระหว่างวัน (ไม่ใช่ราคาปิดตอนเย็น) ที่ 1789.16 จุด แม้ว่าเราจะยังต้องเผชิญกับความผันผวนขึ้นๆ ลง ๆ ของตลาดหุ้นอันเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ตลาดหุ้นไทยได้ฝ่าด่านอรหันต์ ได้ทะลวงจุดติดขัดอันยาวนานถึง 23 ปีได้แล้ว เราเดินทางกันมาไกลมาก กว่าจะตีด่านนี้ได้จนเกิดสถิติราคาปิดสูงสุดใหม่ ซึ่งดูตามรูปการณ์แล้ว เราน่าจะได้เห็นสถิติใหม่ของ SET Index ในปีนี้ได้อีกหลายครั้ง

ฝรั่งเข้าเร็วกว่าปกติ หนุนหุ้นไทยทำ All Time High

ฝ่ายวิจัย บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า เปิดปีใหม่มา นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นในภูมิภาคทุกประเทศ ของไทยเอง เราเห็นแรงซื้อเข้ามาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.60 กว่า 2 พันล้านบาท วานนี้ (3 ม.ค.61) ก็ยังซื้อต่ออีกกว่า 2 พันล้านบาท สะท้อนว่าปีนี้ต่างชาติกลับเข้าตลาดหุ้นไทยเร็วกว่าปกติ

จากข้อมูลในอดีต ต่างชาติจะเริ่มซื้อหุ้นไทยเดือน ม.ค. จากนั้นในเดือนก.พ.ซื้อมากขึ้น และไปซื้อสูงสุดเดือนมี.ค. ปีนี้ต่างชาติเข้าซื้อเร็วตั้งแต่ต้นเดือนม.ค. ส่วนหนึ่งน่าจะมาจาก สัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติ ต่ำเพียง 31.24% จากที่เคยสูงสุด 36.8% เมื่อเดือนมี.ค.55

สถิติย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ต่างชาติซื้อหุ้นไทยมากสุดในไตรมาสแรก เฉลี่ยราว 1.05 หมื่นล้านบาท, ไตรมาส 2 ขาย 1.87 หมื่นล้านบาท, ไตรมาส 3 ซื้อเล็กน้อย 771 ล้านบาท, ไตรมาส 4 ขาย 2.29 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่ต้นปีนี้ ต่างชาติเข้าซื้อหุ้นทุกตลาดในภูมิภาค ทำให้หลายตลาดขึ้นทำ New High เช่น ฮ่องกงทำ New High ในรอบ 10 ปี, ญี่ปุ่นทำ New High ในรอบ 27 ปี ขณะที่ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ทำ All Time High ไปแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นไทย เช้านี้ (4 ม.ค.61) ก็ขึ้นทำ All Time High แล้วเช่นกัน ที่ระดับ 1,789.91 จุด เทียบจากจุดสูงสุดเดิมที่ 1,789.16 จุด เมื่อวันที่ 5 ม.ค.37

ฝ่ายวิจัย ASP มองว่า หุ้นไทยขึ้นมาแรง จึงมีโอกาสถูกขายทำกำไรได้ โดยเฉพาะจากแรงขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

•นักลงทุนสถาบันฯ ซื้อหนาแน่นกว่าปกติ ติดต่อกันมากกว่า 20 วัน มูลค่าสูงถึง 3.24 หมื่นล้านบาท แรงซื้อที่เข้ามาเร็ว อาจขายทำกำไรระยะสั้น

•จากสถิติย้อนหลัง 12 ปี พบว่า นักลงทุนมักขายคืน LTF ในเดือนม.ค.มากสุดราว 22% ของการขายคืนทั้งปี

•เม็ดเงินที่ซื้อ LTF ในปี 57 ที่ครบกำหนดขายคืนได้ในปีนี้ มูลค่าสูงถึง 5.63 หมื่นล้านบาท มีต้นทุนเฉลี่ยที่ 1,530.64 จุด ต่ำกว่า SET Index ในขณะนี้มาก จึงมีกำไร โอกาสขายต้นปีนี้จึงมีสูง (อ่านบทวิจัยฉบับเต็มที่ ASP Smart)



หุ้นไทยสัปดาห์นี้ ดัชนีปรับตัวขึ้นในกรอบ 1,730 – 1,770 จุด

นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ. วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ดัชนี มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อในกรอบ 1,730-1,770 จุด คาดว่ายังมีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังจากมีการหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ รวมทั้งได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้น หุ้นที่ได้ประโยชน์จากปัจจัยภายนอกจะยังคงโดดเด่น อาทิ หุ้นในกลุ่มส่งออก หุ้นกลุ่มยานยนต์ และจะส่งผลดีต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับภาคการบริโภคให้ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น

“แม้ว่าจะมีแรงขายจากเม็ดเงิน LTF ที่ครบกำหนดอายุที่มีการซื้อในช่วงที่ ดัชนี SET อยู่บริเวณ 1,500-1,600 จุด เมื่อเทียบกับ SET ในปัจจุบันที่อยู่บริเวณ 1,750 จุด ซึ่งปรับตัวขึ้นมากกว่า 9-17% และมีโอกาสถูกขายทำกำไร แต่มองว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก เพราะบริษัทจดทะเบียนยังมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้ง คาดว่า จะมีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มผู้บริโภคในประเทศก่อนการประกาศผลประกอบการของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี”

ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกในสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในลักษณะ Sideway Up จากตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ที่จะประกาศในหลายประเทศ โดยคาดว่า จะออกมาแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ยังต้อง ติดตามรายงานการประชุม FOMC สำหรับการประชุมเดือน ธ.ค.2560 ซึ่งจะประกาศ และจะทราบรายละเอียดให้วันที่ 4 ม.ค.2561 (ตามเวลาประเทศ) ซึ่งคาดว่ารายงาน ตัวเลขจะกล่าวถึงแนวโน้มการปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ย ในปี 2561 รวมถึงต้องติดตามความไม่แน่นอนต่อความขัดแย้งของประเทศเกาหลีเหนือ


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon