7 อนิเมชันจาก Pixar ที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัล ออสการ์ !

posted: 2 years ago
6,913 views
7 อนิเมชันจาก Pixar ที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัล ออสการ์ !

comments

คงต้องเกาะกระแสกันสักหน่อยสำหรับงานประกาศรางวัล ออสการ์ ครั้งที่ 88 ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ เชื่อว่าคอภาพยนตร์หลายท่านคงกำลังตั้งตาคอยกันเลยทีเดียว แต่วันนี้เราขอโฟกัสกันที่รางวัลภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยม ซึ่งเมื่อย้อนดูผลงานที่ได้เคยได้รับรางวัลสาขานี้แล้ว จะเห็นได้ว่าอนิเมชันจากสตูดิโอ Pixar ถูกเสนอเข้าชิงและคว้ารางวัลไปเป็นสัดส่วนมากที่สุดในบรรดาผลงานอนิเมชันเรื่องยาว โดยเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงในสาขานี้ทั้งหมด 10 เรื่อง และคว้ารางวัลมาได้ 7 เรื่องด้วยกัน และวันนี้ เราจะมาย้อนดูผลงานที่คว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมกัน

1
Pixar หนึ่งในสตูดิโอที่ผลิตผลงานชั้นยอดให้กับผู้ชมทั่วโลก

สำหรับใครที่เป็นคอภาพยนตร์อนิเมชันก็สามารถเข้าไปอัพเดทรายชื่อที่ถูกเสนอให้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยม 2016 กันก่อนได้เลย หรือจะเข้าไปอัพเดทข้อมูลรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ 2016 แต่ละสาขา เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติของคนทำหนังที่กำลังจะจัดขึ้นนี้กันก่อนก็ได้ เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาย้อนดูผลงานเรื่องเยี่ยมของสตูดิโอ Pixar ที่เคยไปคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมกันเลยดีกว่า

1. Finding Nemo (2003)

2
ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง Finding Nemo

Finding Nemo หรือในชื่อภาษาไทยว่า “นีโม่ ปลาเล็กหัวใจโต๊โต” นี้ เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 2003 ใช้ทุนสร้าง 94 ล้านเหรียญ และมีความยาว 108 นาที เป็นภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องแรกของสตูดิโอ Pixar ที่สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมไปได้จากเวทีออสการ์ หลังจากที่ Monster, Inc. (2001) เคยถูกเสนอเข้าชิงในปี 2001 แต่ถูก Shrek (2001) จากค่าย DreamWorks เอาชนะไปได้

สิ่งที่ทำให้ Finding Nemo สามารถคว้ารางวัลมาได้และยังคงอยู่ในใจของใครหลายคนนั้น ไม่ใช่แค่งานภาพอันละเอียดงดงามหรือเรื่องราวการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นแบบที่เด็กๆ ชอบเท่านั้น แต่อนิเมชันเรื่องนี้ยังสะท้อนเรื่องราวของครอบครัวและการเลี้ยงดู ตลอดจนเรื่องราวความกล้าหาญ ความรักของพ่อที่มีต่อลูก และมิตรภาพอีกด้วย เหล่านี้เองที่ทำให้เจ้าปลาการ์ตูนสองพ่อลูกตัวน้อยนี้ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของแฟนๆ

3
ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง Finding Dory

และล่าสุด ทางสตูดิโอ Pixar ก็ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าภาคต่อของ Finding Nemo จะเข้าฉายในช่วงกลางปี 2016 นี้เองในชื่อ Finding Dory ซึ่งภาคนี้จะเน้นน้ำหนักมาทางฝั่งของตัวละคร Dory เจ้าปลาขี้ตังเบ็ดสีฟ้าจอมขี้ลืม ที่เคยร่วมเดินทางกับมาร์ลิน พ่อของนีโม่ เพื่อตามหานีโม่ที่ถูกจับตัวไปในภาคที่แล้วนั่นเอง

2. The Incredibles (2004)

5
ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง The Incredibles

ในปีถัดมาหลังจาก Finding Nemo เป็นที่ประจักษ์แก่วงการอนิเมชัน สตูดิโอ Pixar ก็ยังคงพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยการส่ง The Incredibles หรือในชื่อภาษาไทยว่า “รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก” ไปคว้ารางวัลภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมมาได้อีกครั้ง จากเวทีออสการ์ครั้งที่ 77 โดยสามารถเอาชนะ Shrek 2 (2004) เจ้ายักษ์ตัวเขียวที่เคยคว้ารางวัลตัดหน้า Pixar ไปได้ในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 74 นอกจากนี้ The Incredibles ยังพ่วงเอารางวัลการตัดต่อเสียงยอดเยี่ยมมาได้อีกสาขาหนึ่งด้วย

The Incredibles เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 2004 ใช้ทุนสร้าง 92 ล้านเหรียญ และมีความยาวถึง 155 นาที เป็นภาพยนตร์อนิเมชันแนวแอคชั่นสุดมันส์ที่ว่าด้วยการต่อสู้ของเหล่ายอดมนุษย์ผู้มีพลังพิเศษกับวายร้ายจอมขมัง และแน่นอนว่า Pixar ยังคงให้ความสำคัญกับกับความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกเช่นเคย ธีมหลักของเรื่องจึงไม่ใช่การที่ความดีเอาชนะความชั่วเหมือนการ์ตูนฮีโร่เรื่องอื่นๆ

6
ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง The Incredibles 2

ล่าสุด ทางสตูดิโอ Pixar ก็ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะสร้างภาคต่อในชื่อ The Incredibles 2 โดยมีกำหนดฉายในปี 2019

3. Ratatouille (2007)

7
ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง Ratatouille

Ratatouille หรือในชื่อภาษาไทยว่า “พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก” เป็นผลงานอนิเมชันเรื่องยาวของผู้กำกับชื่อ Brad Bird ซึ่งเป็นผู้กำกับเดียวกันกับ The Incredibles (2004) นั่นเอง กลับมาคราวนี้ก็ไม่ทำผิดหวัง เพราะ Ratatouille ก็สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมมาให้สตูดิโอ Pixar ได้อีกครั้ง จากเวทีออสการ์ครั้งที่ 80

เรื่องนี้เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2007 ใช้งบประมาณในการสร้างสูงถึง 150 ล้านเหรียญ และมีความยาว 111 นาที โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทำอาหารของ อัลเฟรโด้ ลินกวินี่ เชฟหนุ่มสุดต๊อง กับ เรมี่ หนูที่มีความใฝ่ฝันในการเป็นเชฟชื่อดัง เมื่อทั้งสองจับพลัดจัผลูมาเข้าคู่กัน การผจญภัยในโลกแห่งรสชาติโดยมีฉากหลังเป็นกรุงปารีสจึงได้เริ่มต้นขึ้น

4. WALL-E (2008)

8
ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง WALL-E

ตามมาติดๆ กับ WALL-E หรือในชื่อภาษาไทยว่า “หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย” ที่ทำให้สตูดิโอ Pixar สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์มาได้ติดกันเป็นปีที่ 2 โดยเป็นผลงานกำกับของ Andrew Stanton ผู้กำกับเดียวกันกับ Finding Nemo (2003) นั่นเอง

WALL-E เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2008 ใช้ทุนสร้างสูงถึง 180 ล้านเหรียญ และมีความยาว 98 นาที โดยเป็นเรื่องราวความรักของ 2 หุ่นยนต์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้งกินใจ นอกจากนี้ยังเสียดสีวิถีชีวิตของมนุษย์ที่ถูกมอมเมาด้วยความสะดวกสบายมากเกินไปจนทำให้โลกล่มสลายอีกด้วย WALL-E จึงไม่ใช่อนิเมชันสำหรับเด็กแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังทิ้งคำถามและสร้างแรงสั่นสะเทือนไว้ในใจของผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่ด้วย

5. Up (2009)

 

9
ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง Up

“ปู่ซ่าบ้าพลัง” หรือ Up นี้ เป็นผลงานการกำกับของ Pete Doctor ผู้เคยฝากผลงานมาแล้วใน Monster, Inc. (2001) และกำลังรอลุ้นอยู่กับผลงานล่าสุด Inside Out (2015) ซึ่งเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมอีกเช่นเคย โดยอนิเมชันเรื่อง Up นี้ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2009 ใช้ทุนสร้าง 175 ล้านเหรียญ และมีความยาว 96 นาที นอกจากจะคว้ารางวัลภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ครั้งที่ 82 แล้ว ยังพ่วงเอาสาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยมไปได้อีกด้วย

Up ถ่ายทอดให้เห็นเรื่องราวตั้งแต่เด็กจนแก่ของ คาร์ล เฟรดริกเซน ชายชราผู้ซึ่งมีความฝันที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม แต่แล้วเมื่อชีวิตมาถึงจุดที่ถูกบีบให้ต้องทำอะไรสักอย่าง เรื่องราวเหนือจริงที่สมจริงจึงเปิดฉากขึ้น ความแตกต่างของภาพยนตร์เรื่องนี้คือมันมีคุณค่าในตัวเองสูงมากเสียจนเปล่งประกายและตกตะกอนลงสู่จิตใจของผู้ชมได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งดนตรีประกอบที่ช่วยขับเน้นอารมณ์ก็เป็นเสมือนแรงผลักประตูจิตใจของผู้ชมให้เปิดออกได้เป็นอย่างดี มีทั้งเรื่องราวของความสุขสม ทุกข์ยาก ห้าวหาญ และเปราะบาง เรียกได้ว่าครบรสครบเครื่องโดยแท้จริงสำหรับอนิเมชันเรื่องนี้ซึ่งไมได้เหมาะสมแค่กับเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะ Up เหมาะสมกับทุกคนที่มีชีวิต

6. Toy Story 3 (2010)

10
ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง Toy Story 3

ถือได้ว่าเป็นยุคทองของสตูดิโอ Pixar เลยทีเดียวที่สามารถกวาดเอารางวัลภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์มาได้ถึง 3 ปีติดกัน โดยผลงานที่ทำให้ Pixar คว้ารางวัลมาได้ติดเป็นครั้งที่ 3 นี้ก็ได้แก่ Toy Story 3 นั่นเอง

ซึ่งเจ้าอนิเมชันภาคต่อของเหล่าของเล่นที่มีชีวิตนี้เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 2010 ในเทศกาลภาพยนตร์ทาโอมีน่า ใช้งบประมาณในการสร้างทั้งหมด 200 ล้านเหรียญ และมีความยาว 103 นาที โดยในภาคนี้ก็ยังคงเป็นการผจญภัยของเหล่าของเล่นอีกเช่นเคย แต่สิ่งที่ต่างออกไปในภาคนี้ก็คือ การเปลี่ยนแปลงและการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพราะเมื่อแอนดี้ เจ้าของของพวกเขากำลังจะข้ามพ้นวัยเด็กโดยสมบูรณ์ จึงทำให้การจากลาดูจะใกล้เข้ามามากขึ้นทุกที ด้วยการเข้าถึงอารมณ์ของผู้ชมได้อย่างลึกซึ้ง จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมอนิเมชันที่ทำให้ทุกคนหวนคิดถึงวัยเด็กและเหล่าของเล่นที่เคยรายล้อมเรื่องนี้ถึงคว้ารางวัลภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ครั้งที่ 83 มาได้

11
ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง Toy Story 4

และล่าสุด ภาคต่อของภาพยนตร์ชุดนี้ Toy Story 4 ก็ได้มีกำหนดการฉายออกมาแล้ว โดยจะเข้าฉายในช่วงกลางปี 2018

7. Brave (2012)

12
ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง Brave

Brave หรือในชื่อภาษาไทยว่า “นักรบสาวหัวใจมากาฬ” นี้ เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2012 ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติซีแอทเทิล ใช้ทุนสร้างกว่า 185 ล้านเหรียญ และมีความยาว 93 นาที โดยเป็นภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องที่ 7 ของ Pixar ที่สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์อนิเมชันยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์มาไว้ในครอบครอง

Brave เล่าเรื่องการพยายามเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของ เมริดา นักธนูมือฉมังผู้เป็นธิดาแห่งกษัตริย์ ความพยายามที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ทำให้เธอท้าทายธรรมเนียมเก่าแก่ที่ถูกสืบทอดกันมาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่การปกครองแว่นแคว้นให้คงความสงบสุข แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำของเธอที่ได้ไปขอความช่วยเหลือจากแม่มดชั่วร้ายจะนำไปสู่คำสาปและหายนะแก่ดินแดน เธอจึงต้องทำทุกทางเพื่อทำลายคำสาป ซึ่งนั่นเองที่พาเธอและผู้ชมไปสู่ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “Brave” หรือก็คือ “ความกล้าหาญ” นั่นเอง

ต้องขอบอกว่า ภาพยนตร์อนิเมชันแต่ละเรื่องที่ได้รับรางวัลไปนั้นเป็นผลงานชั้นยอดโดยแท้จริง และยังมีผลงานอื่นๆ อีกหลายเรื่องจากสตูดิโอ Pixar ที่ถึงแม้จะไม่สามารถคว้ารางวัลออสการ์ไปครอง แต่ก็ยังถือเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าในตัวมันเองและได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลก สำหรับท่านผู้อ่านคนไหนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้การ์ตูนของ Pixar เราขอแนะนำให้คุณเข้าไปอ่านนี่เลย ฉากล้อภาพยนตร์ต่างๆ ในการ์ตูนของพิกซาร์ ที่จะมาชี้แจงแถลงไขมุกเด็ดที่แอบซ่อนอยู่อนิเมชันเหล่านั้น นอกจากนี้เรายังมี 69 เรื่องจริงของ Pixar ที่จะมาเปิดเผยข้อมูลที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับสตูดิโอที่คุณชื่นชอบอีกด้วย

ส่วนท่านผู้อ่านคนไหนที่อยากจะเบือนหน้าหนีจากอนิเมชันของฝั่งตะวันตก เราขอแนะนำ 20 อนิเมชันญี่ปุ่นที่ดีที่สุดแห่งต้นศตวรรษที่ 21 ให้คุณได้เต็มอิ่มกับรสชาติและสัมผัสใหม่ในอีกมุมหนึ่งของโลกอนิเมชันซึ่งก็มีดีกรีความสนุกไม่แพ้กัน และถ้าอยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของงานอนิเมชันเรื่องยาวจากฝั่งตะวันออก เราก็ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ 5 ปรมาจารย์แห่งวงการอนิเมชันญี่ปุ่นมาไว้ให้คุณเช่นกัน


avatar
by ด.ช.อไทย
มนุษย์

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon