อยากลงทุนเก่งต้องทำอย่างไร?

posted: 1 year ago
อยากลงทุนเก่งต้องทำอย่างไร?

comments

แน่นอนว่าในยุคที่ “อัตราดอกเบี้ย” เงินฝากธนาคารต่ำติดดินขนาดนี้ แล้วเงินเฟ้อก็มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญทั้งโลก โดยเฉพาะยุคหลังปี 2007-2008 ที่มีนโยบาย QE ขึ้นมาก็มีผลทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสูงขึ้นกว่าปกติ ทำให้เรื่องของการลงทุนเข้ามามีส่วนกับชีวิตของคนทั้งโลกมากขึ้น นั่นเพราะว่าถ้าเราไม่ทำอะไรกับเงินเราเลย เอาแต่ฝากเงินในธนาคารเพียงอย่างเดียวก็จะทำให้ความมั่งคั่งเราค่อยๆ ปรับตัวลดลงเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ลดให้รูปของตัวเงิน แต่ลดลงในมูลค่าของเงินที่มี



แล้วที่นี้พอเราอยากลงทุนเป็น อยากลงทุนเก่ง ก็อาจจะมีคำถามว่าทำอย่างไรที่ทำให้เราลงได้เก่งขึ้น เพราะเป็นที่รู้กันว่าการลงทุนมีความเสี่ยงและหลายๆ คนก็คงไม่อยากให้ตัวเองขาดทุนจากการลงทุน จะให้เดินไปซื้อหนังสือมาอ่านแล้วลงทุนเก่งเลยทันทีแบบนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะการลงทุนจริงๆ แล้วหลากหลายมุม หลากหลายปัจจัยที่จะทำให้เราขาดทุน แต่แน่นอนว่าถ้าเราอยากจะเริ่มต้นลงทุนสิ่งแรกที่ต้องมีก็คือ “ความรู้” อย่างน้อยเราก็ต้องรู้ว่าสินทรัพย์ที่เราลงทุนคืออะไร มีความเสี่ยงอย่างไร แล้วจะกำไรขาดทุนด้วยเหตุผลอะไรบ้าง

gold coins and graph them

หลังจากที่เราพอมีความรู้ระดับหนึ่ง ขออนุญาตยกตัวอย่างการลงทุนที่ฮิตที่สุดตอนนี้ก็คือ “หุ้น” เมื่อเราเริ่มมีความเข้าใจในการเล่นหุ้นบ้างแล้ว สิ่งต่อไปก็คือพยายามไปลองกับประสบการณ์การจริงให้เรารู้ว่าเวลาขาดทุนเวลากำไรเป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร ซื้อขายจริงๆ ทำกันอย่างไร ถ้าในเรื่องของหุ้นแนะนำว่าในไปลองลงทุนใน Click2win ก่อนจะเป็นพอร์ตหุ้นจำลองให้เราลองเทรดได้เลย

เพราะช่วงแรกเมื่อเราเริ่มต้นทุน 99% มักจะขาดทุนแน่นอนเพราะเรายังเป็นมือใหม่ แล้วยังไม่เข้าใจสิ่งที่เราทำดีพอ ดังนั้นไปลองให้คุ้นๆ มือก่อนสัก 2-3 เดือน แล้วหลังจากนั้นก็ให้เริ่มให้เงินลงทุนจริงๆ ได้ แต่แนะนำว่าในสัดส่วนที่น้อยก่อน เพราะว่าการทดลองซื้อขายในพอร์ตจำลองจะยังไม่เหมือนของจริง 100% แล้วการซื้อขายในพอร์ตจำลองยังมีผลเรื่อง “จิตวิทยาการลงทุน” ที่ว่าการลงทุนนั้นไม่ใช่เงินจริงๆ กำไรไม่จริง ขาดทุนไม่จริง ก็จะทำให้เวลาที่เราซื้อขายจริงๆ อารมณ์ความรู้สึกจะแตกต่างกันไป

iStock_62096218_MEDIUM-2

พอเราเริ่มซื้อขายเองเป็น เข้าใจภาพรวมแล้วแนะนำต่อว่าให้หา “กลุ่มเพื่อน” ที่กำลังชื่นชอบ กำลังสนใจแบบเดียวกัน จะได้คอยมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การลงทุนจริงๆ และประสบการณ์เหล่านี้แหละที่จะเป็นตัวตัดสินระหว่างกำไรกับขาดทุนได้ดีที่สุด เพราะในหนังสือจะไม่มีสอน และที่สำคัญอาจจะมีโอกาสการลงทุนมาแบ่งปันเพราะต้องเข้าใจก่อนว่าในตลาดหุ้นมีหุ้นประมาณ 600 ตัวถ้าเราต้องใช้เวลาทั้งหมดเพื่อดูหุ้นในแต่ละตัวใช้เวลานานมากๆ  แต่การมีกลุ่มมาแลกเปลี่ยนกันจะช่วยทำให้เราทำการบ้านก่อนซื้อขายได้น้อยลง อย่างน้อยก็มีคนช่วยคัดมาให้ระดับหนึ่งแล้ว แต่จริงๆ เราก็ควรรู้จักหุ้นให้ครบก็จะได้เปรียบมากกว่า แต่ในช่วงเริ่มต้นก็จะช่วยเบาแรงเราได้ดีเหมือนกัน


แล้วสุดท้ายก็คือ “อย่าท้อ” ไปซะก่อน เชื่อได้เลยว่าเมื่อเราเริ่มต้นลงทุน เราต้องมีลงทุนผิดพลาดกันอย่างแน่นอน แต่ต้องรู้กันเอาความผิดพลาดนั้นเปลี่ยนเป็น “ประสบการณ์” ของตัวเอง แล้วมานั่งวิเคราะห์เพราะอะไรเราถึงขาดทุน แล้วห้ามผิดซ้ำซากอย่างเด็ดขาด แล้วเมื่อเราเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เราก็จะรู้ว่าทำแบบไหนผิดพลาดเยอะๆ จากนั้นเราก็จะลงทุนแบบลดความเสี่ยงไปได้เยอะมากๆ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าต่อให้ประสบการณ์เราเยอะไม่ได้หมายความว่าจะไม่ “ขาดทุน” เพราะในตลาดการลงทุนก็มีปัจจัยใหม่เกิดมาเรื่อยๆ และปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้เต็มไปหมด ไม่ได้เป็นเฉพาะตลาดหุ้น แต่ตลาดการลงทุนอื่นๆ ก็เป็นในรูปแบบนี้เช่นเดียวกัน

 


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon