เลิกจ้องจอในที่มืดได้แล้ว! เพราะ ‘แสงสีฟ้า’ อันตรายต่อดวงตาเกินคาดคิด

posted: 1 year ago
เลิกจ้องจอในที่มืดได้แล้ว! เพราะ ‘แสงสีฟ้า’ อันตรายต่อดวงตาเกินคาดคิด

comments

สำหรับคนที่ติดสมาร์ทโฟน หรือใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ คงเคยได้ยินอันตรายจาก แสงสีฟ้า กันมาบ้างแล้ว ว่าแต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าแสงสีฟ้ามันคืออะไร มีพลังทำลายล้างสูงขนาดไหน แล้วเราควรหลีกเลี่ยงหรือป้องกันอันตรายจากแสงสีฟ้านี้ได้ยังไง วันนี้ rabbit daily จะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับเจ้าแสงสีฟ้า ที่ต้องบอกเลยว่าร้ายกาจอย่างที่เพื่อนๆ คาดไม่ถึงอย่างแน่นอน


แสงสีฟ้า (Blue Light)

แสงสีฟ้า หรือแสงสีน้ำเงืิน (Blue Light) คือแสงที่ผสมอยู่ในช่วงแสงสีขาวที่มนุษย์มองเห็น ซึ่งแสงขาวแบ่งได้ออกเป็น 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และแดง แสงสีฟ้าจะผสมอยู่ในช่วงน้ำเงินกับคราม เป็นคลื่นแสงพลังงานสูง ที่มีความยาวคลื่น 400-500 นาโนเมตร แสงสีฟ้าเป็นสีที่ให้ความสว่างมากที่สุด และก็ทำให้ดวงตาเป็นอันตรายได้มากที่สุดด้วย แสงสีฟ้าสามารถทะลุทะลวงได้ถึงจอประสาทตา มีพลังทำลายกระจกตาหรือจอประสาทตาได้มากกว่าแสงสีอื่นๆ คนที่ติดโทรศัพท์มือถือ ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือใช้อุปกรณ์ให้แสงสีฟ้าในที่มืด เช่น เล่นสมาร์ทโฟนในที่มืด ปิดไฟดูโทรทัศน์ จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากแสงสีฟ้าได้มากขึ้นไปอีก

enjoying-instagram-and-facebook-at-the-same-time_23-2147651306


ผลกระทบจากแสงสีฟ้า

การจ้องจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่อง หรือใช้มือถือสมาร์ทโฟนในที่แสงน้อยเป็นเวลานาน จะเกิดผลกระทบจากแสงสีฟ้าโดยตรงกับจอรับภาพ กระจกตา เลนส์ตา หรือจอประสาทตา ทำให้เรารู้สึกปวดตาเรื้อรัง ตาแห้ง พร่ามัว น้ำตาไหลตลอดเวลา และเป็นก้อนเนื้อในตาได้ ถ้ารุนแรงกว่านั้นก็คือเสี่ยงต่อการเป็นโรค ‘คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม’ (computer vision syndrome) อีกด้วย

Two kids using tablet pc under blanket at night. Cute Brothers with tablet computer in a dark room smiling


งานวิจัยทางการแพทย์พบว่าแสงสีฟ้าทำให้เซลล์ตายได้ เพราะในแสงสีฟ้ามีพลังงานมากพอที่จะไปกระตุ้นให้เกิดสารอนุมูลอิสระภายในลูกตา แล้วสารอนุมูลอิสระนี้อาจทำให้เซลล์จอประสาทตาตายได้ ทำให้เป็น ‘โรคจอประสาทตาเสื่อม’ คือมีอาการมองภาพตรงกลางไม่ชัด มองภาพบิดเบี้ยวไป มีจุดดำบังตรงกลางภาพ บอกเลยว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าปล่อยไว้นานๆ อาจถึงขั้น ตาบอด ได้เลยนะคะเพื่อนๆ


สัญญาณอันตรายจากแสงสีฟ้า

Ophthalmology eyesight examination


อาการเบื้องต้นที่เป็นสัญญาณบอกว่าดวงตาคู่สวยของเพื่อนๆ อาจกำลังเกิดอาการผิดปกติคือ รู้สึกอ่อนล้าบริเวณดวงตา ปวดตา ปวดเบ้าตาเรื้อรัง หรือตาไม่ทนต่อแสง ซึ่งจริงๆ แล้วก็มาจากหลายๆ ปัจจัยรวมกันไม่ว่าจะเป็นน้ำตาแห้ง สายตาสั้นมาก หรือเอียงมาก ใช้สายตามากไป และความดันตาสูงผิดปกติ ทั้งหมดนี้อาจทำให้ดวงตาของเพื่อนๆ เกิดโรคต้อหิน ต้อลม ต้อกระจก หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ ซึ่งหากรู้ตัวทันท่วงทีก็สามารถพบจักษุแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดแก้ไขได้ แต่ถ้าปล่อยไว้นานๆ จนเกิดอาการมองเห็นจุดดำตรงกลางสายตา ตาพร่ามัว โฟกัสไม่ได้ หรือมองภาพตรงกลางไม่ชัดขึ้นเรื่อยๆ อาจหมายถึงสัญญาณของอาการวุ้นในตาเสื่อม หรือจอประสาทตาเขยื้อนได้ และนี่จะกลายเป็นสาเหตุของโรคจอประสาทตาเสื่อมที่รักษาไม่ได้


แสงสีฟ้าอันตราย แต่ป้องกันได้

สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนได้ก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะเราก็มีวิธีป้องกันอันตรายจากแสงสีฟ้าแบบง่ายๆ มาให้เพื่อนๆ นำไปใช้กันในชีวิตประจำวัน รับรองว่าช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะเลยล่ะ

  ปรับแสงสว่างและความคมชัดของหน้าจอให้รู้สึกสบายตา สามารถจ้องจอได้โดยไม่ต้องหรี่ตา ซึ่งควรอยู่ในระดับความสว่างที่ 300-500 ลักซ์

  ปรับความสว่างของสภาพแวดล้อมให้สัมพันธ์กับแสงจอ เช่น เปิดไฟในห้องให้สว่างจะได้ไม่ต้องเพ่งจอให้ปวดตา หรือหากอยู่กลางแจ้งก็ไม่ควรจ้องจอโทรศัพท์เพราะแสงจะสะท้อนเข้าตาจนรู้สึกแสบตาได้

  ติดแผ่นกรองรังสีที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และติดฟิล์มกรองแสงที่จอโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยลดการกระจายรังสีและแสงจ้าจากจอสู่กระจกตาของเรา

shutterstock_144605321


 ปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่พอดีกับสายตา มองเห็นได้ชัดเจน ไม่ต้องเพ่งจอมากเกินไป เพื่อลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อดวงตา

 ควรนั่งห่างจากจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 18-24 นิ้ว และปรับให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา เพราะหากระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กัน อาจทำให้เพื่อนๆ รู้สึกเมื่อยล้าและปวดตาได้ง่าย

กะพริบตาบ่อยๆ เฉลี่ยประมาณ 1-2 ครั้งต่อ 10 วินาที เพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ ความรู้สึกอ่อนล้าที่ตาก็จะค่อยๆ ดีขึ้น

 ใช้กฎ 20-20-20 คือละสายตาจากหน้าจอไปมองบริเวณอื่นๆ ทุก 20 นาที โดยให้มองห่างจากบริเวณที่นั่งอยู่ประมาณ 20 เมตร นาน 20 วินาที เพื่อรีเฟรชสายตาให้ได้ปรับตัวใหม่ และได้บริหารกล้ามเนื้อตาไปในตัวอีกด้วย

businesswoman-with-phone-and-coffee-mug_23-2147648015


 ใส่แว่นกรองรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อถนอมสายตาไม่ให้ปะทะกับแสงสีฟ้าบนหน้าจอโดยตรง

ทำความสะอาดหน้าจอ โดยเฉพาะฝุ่นละอองและรอยเปื้อน เพราะจะช่วยลดทอนการเปล่งแสงสีฟ้าได้

 จำกัดเวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือจอสมาร์ทโฟน ไม่ให้นานเกิน 2 ชั่วโมง เพราะหากสายตาต้องสู้กับแสงสีฟ้าเป็นเวลานาน จะทำให้สายตาอ่อนล้าและปวดเกร็งได้

 วางต้นกระบองเพชรไว้ข้างๆ จอคอมพิวเตอร์ จากผลวิจัยของสถาบัน Greentest และนักวิจัยในอเมริกาพบว่า หนามของต้นกระบองเพชรสามารถดูดรังสีจากจอทีวีและจอคอมพิวเตอร์ได้ รวมทั้งกระบองเพชรยังดูดรังสี UV ที่เปล่งออกมาจากอุปกรณ์ไฮเทคไว้สังเคราะห์แสงให้ตัวเองแทนแสงแดด


ในยุคที่เทคโนโลยีและสมาร์ทโฟนมีความสำคัญแบบนี้ เราเองก็คงต้องหมุนไปตามโลก แต่ก็อย่าลืมปกป้อง รักษา และถนอมสายตาจากแสงสีฟ้าที่สะท้อนออกมาจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายให้ดีด้วยนะคะ ลองเอาวิธีป้องกันที่เราแนะนำไปใช้กันดูนะคะ และถ้าจะให้ดีก็อยากให้เพื่อนๆ หมั่นตรวจสุขภาพสายตาปีละ 1-2 ครั้ง เราจะได้มีดวงตาคู่สวยไว้ค่อยมองนั่นนี่ไปนานๆ นอกจากนี้เรายังมีสาระดีๆ เกี่ยวกับการดูแลปกป้องดวงตาให้เพื่อนๆ เข้าไปอ่านอีกหลายเรื่องเลยนะคะ อาทิ คอนแทคเลนส์ กับสัญญาณร้ายๆ ที่ห้ามปล่อยไว้นอกสายตา  อยากสายตาดี!! ต้องบำรุงด้วยอาหาร 7 ชนิดนี้ และ 5 เคล็ดไม่ลับ บำรุงสายตา สำหรับคนทำงานด้วยคอมพิวเตอร์!! สำหรับวันนี้ต้องขอตัวไปเดินเลือกต้นกระบองเพชรมาตกแต่งโต๊ะทำงานซักหน่อยแล้วล่ะค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก thairath.co.th และ bluelightexposed.com


avatar
by EYELINER
ดิฉันนี่แหละค่ะ ผู้หญิงเก่งรอบด้าน ไม่ว่าจะทำอาหาร ท่องเที่ยวทั่วโลก สำรวจทรัพยากรธรรมชาติ รดน้ำต้นไม้ สร้างบ้าน ปลูกป่า หรือแม้แต่เดินสายสวย และล่าสุดดิฉันได้ผันตัวมาเป็นบิวตี้กูรูควบแฟชั่นนิสต้าคนใหม่ของเมืองไทย รอติดตามดีๆนะคะ ดิฉันกำลังจะกลายเป็นดาวจรัสแสง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon