อาการ “ขี้หลงขี้ลืม” แบบไหน เสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อม

posted: 8 months ago
อาการ “ขี้หลงขี้ลืม” แบบไหน เสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อม

comments

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าอยู่มาวันหนึ่งเริ่มสังเกตตัวเองว่า ทำไมชอบ “ขึ้หลงขี้ลืม” กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เดี๋ยวลูกกุญแจ ลืมโทรศัพท์ ลืมปิดบ้าน ลืมล็อครถ หรือแม้แต่กระทั่งจะเดินไปซื้อของแล้วลืมว่าจะซื้ออะไร ปัญหาเหล่านี้อาจบ่งชี้ว่า คุณกำลังเป็น “โรคสมองเสื่อม” อยู่



สำหรับอาการขี้หลงขี้ลืมส่วนใหญ่มักพบกับผู้สูงอายุ แต่อาการดังกล่วมีหลายแบบ ซึ่งบางอาการเตือนถึงการเริ่มต้นของโรคสมองเสื่อมประเภท “อัลไซเมอร์” ซึ่งหากคนในบ้านมองข้ามอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อหาทางป้องกันและชะลอการดำเนินโรค ทำให้การดำเนินชีวิตของผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

โรคอัลไซเมอร์กับความขี้หลงขี้ลืม มีข้อสังเกตดังนี้

1. ความจำแย่ลง หลงลืม จนรบกวนชีวิตประจำวัน

ขี้หลงขี้ลืม

หากผู้สูงวัยมีปัญหาด้านความจำระยะสั้น คือมีอาการหลงลืมสิ่งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ลืมวันสำคัญหรือเหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะลืม หรือมักถามอะไรซ้ำๆ เดิมๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งถามไป นั่นคือสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์ แต่หากเกิดอาการหลงลืมเพียงครั้งคราว พอเวลาผ่านไปสามารถนึกขึ้นได้หรือจำได้ นั่นไม่ใช่อาการของโรคอัลไซเมอร์


2. ความสามารถในการวางแผนหรือแก้ไขปัญหาลดลง

ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะใช้เวลาในการทำกิจวัตรประจำวันง่ายๆ ที่เคยทำเป็นประจำนานมากขึ้นกว่าปกติ รวมทั้งกิจวัตรประจำวันที่มีขั้นตอนซับซ้อน อาจเนื่องจากจำขั้นตอน กระบวนการในการทำไม่ได้ เช่น การใส่เสื้อผ้า การติดกระดุมเสื้อ หรือลืมบางส่วนของการทำบางสิ่ง เช่น ทำอาหารแล้วลืมใส่เครื่องปรุง หรือลืมว่าใส่เครื่องปรุงไปแล้วจึงใส่เพิ่มอีก ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนไป

ขี้หลงขี้ลืม

มีปัญหาในการช่วยเหลือตัวเอง เช่น การรับประทานอาหาร การอาบน้ำ การขับถ่าย การไม่แปรงฟัน หรือหวีผมเองไม่ได้ หรือทำแบบไม่ถูกต้อง การคิดคำนวณตัวเลข ด้านการใช้เงินมักไม่สามารถซื้อของตามรายการ ไม่สามารถชำระเงินตามใบเสร็จ จะจ่ายเงินแก่พนักงานเก็บเงินมากกว่าปกติ แต่ในผู้สูงอายุทั่วไปนั้น การจ่ายเงินผิดอาจจะเกิดจากการหยิบแบงค์ผิด หรือได้ยินยอดเงินไม่ถนัด มองไม่ชัด หรือแค่เข้าใจผิด และเกิดเพียงครั้งคราวเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่อาการของอัลไซเมอร์


3. ทำงานที่คุ้นเคยได้ยากลำบากมากขึ้น หลงทาง

ขี้หลงขี้ลืม

ผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์จะรู้สึกยากลำบากในการทำงานทั้งๆ ที่เป็นงานที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านหรืองานในที่ทำงาน ลืมทางที่เคยไปเป็นประจำ ทำให้ขับรถหลงทางบ่อยๆ ลืมทางเข้าสำนักงานที่ปกติเข้าออกเป็นประจำ หรือหาทางกลับบ้านไม่ถูกทั้งๆ ที่เคยเดินทางเส้นนี้เป็นประจำ สูญเสียทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน ลืมวิธีการใช้โทรศัพท์ การใช้เครื่องไฟฟ้า แต่สำหรับผู้สูงวัยทั่วไปที่มีความยากลำบากในการทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เช่น การใช้ไมโครเวฟอุ่นอาหาร การใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ต้องใช้ระบบสัมผัส ความยากลำบากนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งคราว แบบนี้ยังไม่ใช่อาการของโรคอัลไซเมอร์


4. สับสนเรื่องเวลาและสถานที่

ขี้หลงขี้ลืม

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะสับสนในเรื่องวัน เวลา สถานที่ ฤดูกาล หรือไม่รู้ว่าจะไปสถานที่นั้นๆ ได้อย่างไร แต่ในผู้สูงอายุปกติ อาจจะสับสนในเรื่องวันที่ ว่าวันนี้เป็นวันอะไรของสัปดาห์ แต่ก็จะนึกออกและรับรู้ได้ในภายหลัง


5. ไม่เข้าใจในภาพที่เห็นและไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาพที่เห็นกับตัวเอง

ขี้หลงขี้ลืม

เวลาที่ผู้ป่วยเดินผ่านกระจกหรือส่องกระจกมักจะคิดว่าไม่ใช่ตัวเอง คิดว่ามีคนอีกคนอยู่ในกระจกนั้นหรือมีคนอยู่ในห้องนั้นอีกคน เพราะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เห็นคือกระจกที่ทำหน้าที่สะท้อนภาพอยู่ แต่ในผู้สูงอายุปกติ การไม่เข้าใจสิ่งที่เห็นจะเกิดจากความผิดปกติทางสายตา ที่เกิดจากความเสื่อมของจอตา ทำให้มองเห็นไม่ถนัด เลยไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นคืออะไร


6. รู้สึกมีปัญหาในการค้นหาหรือใช้คำที่เหมาะสมในการพูดหรือเขียน

ขี้หลงขี้ลืม

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มักมีปัญหาในการเข้าร่วมวงสนทนา เช่น มักหยุดพูดระหว่างสนทนาอยู่ และไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรต่อ การพูดคุยจะไม่ลงรายละเอียดเพราะหลงลืมข้อมูลที่เคยจำได้ มักเรียงลำดับในการใช้คำผิด พูดคำหรือประโยคซ้ำ นึกคำพูดไม่ออก และเรียกชื่อสิ่งของผิด ไม่สามารถเรียกชื่อสิ่งของเช่น เก้าอี้ รถ แต่ในผู้สูงอายุปกติ อาจมีการนึกคำไม่ออกบ้าง แต่เกิดเพียงครั้งคราวและสามารถนึกคำนั้นๆ ได้ภายหลัง


7. ลืมของ

ขี้หลงขี้ลืม

เมื่อผู้ป่วยวางของในตำแหน่งใหม่ที่ไม่เคยวางมาก่อนและไม่สามารถย้อนนึกกลับไปได้ว่า วางสิ่งของเหล่านั้นไว้ที่ไหน และเมื่อพบสิ่งของเหล่านั้นก็มักคิดว่ามีคนขโมยไป หรือมีคนหยิบเปลี่ยนที่วาง หรือการวางสิ่งของผิดที่ผิดทางและยังคงใช้ชีวิตต่อไปเหมือนไม่คิดว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติ เช่น เก็บรีโมตทีวีไว้ในตู้เย็น พอจะหาของใช้ในบ้านที่เก็บเป็นประจำก็หาไม่เจอเพราะลืมตำแหน่งที่เคยวางสิ่งของนั้นเป็นประจำ หรือมองหาสิ่งของนั้นในที่ที่ไม่น่าจะไปวางได้ แต่ในผู้สูงอายุปกติ แม้จะวางของผิดที่หรือลืมว่าวางไว้ที่ไหนในบางครั้ง แต่เมื่อหาพบก็จะรู้ว่าตัวเองวางของไว้ผิดที่เอง


8. ความสามารถในการตัดสินใจลดลงหรือสูญเสียไป

ขี้หลงขี้ลืม

ผู้ป่วยมักตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรกับตนเองในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ไม่อาบน้ำ ไม่ทำผม เมื่อจะไปงานสำคัญ แต่ถ้าเป็นผู้สูงวัยทั่วไป อาจจะเกิดจากความเบื่อหน่าย หรือเหนื่อยจนไม่อยากอาบน้ำ ไม่อยากแต่งตัวก็ได้


9. มีการแยกตัวและลดการเข้าสังคมลง

ขี้หลงขี้ลืม

ผู้ป่วยรู้สึกไม่อยากร่วมกิจกรรมที่เคยชอบ ไม่อยากทำงานที่เคยทำโดยไม่มีเหตุผล ไม่อยากพบปะผู้คน เฉื่อยชา ไม่สนใจหรือตื่นเต้นต่อสิ่งรอบข้าง เก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าตนเองมีปัญหา แต่สำหรับสถานการณ์นี้ในผู้สูงอายุปกติ อาจจะเกิดจากการเหนื่อยล้าจากการทำงาน มีปัญหาในครอบครัว จึงไม่อยากทำกิจกรรมอะไรเพราะยังเครียดอยู่


10. อารมณ์และบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป

ขี้หลงขี้ลืม

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะมีอาการหงุดหงิดง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย มีอาการสับสน หวาดระแวง ซึมเศร้า วิตกกังวล หวาดกลัว สำหรับในผู้สูงอายุปกติก็อาจเกิดพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปได้เช่นกัน แต่จะไม่ถาวร จะกลับมาอารมณ์ดี พูดคุยร่าเริงปกติ เพราะการเกิดภาวะต่างๆ นั้น จะเกิดขึ้นเพราะสถานการณ์รอบด้านในขณะนั้นทำให้เป็น พอพ้นจากสถานการณ์นั้นก็หายเองได้


จากอาการและพฤติกรรมทั้งหมดนี้ จะสังเกตได้ว่าอาการขี้หลงขี้ลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนั้น เป็นความผิดปกติทั้ง 4 ด้าน คือ 1.ด้านความจำ 2.ด้านความคิด 3.ด้านคำพูด 4.ด้านพฤติกรรมหรือการกระทำ เราจึงต้องพิจารณาถึงทุกด้านไปพร้อมๆ กัน ว่าอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเข้าเกณฑ์การเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือไม่ เพราะปัญหาความจำหรือการหลงลืม จริงๆ แล้วก็พบได้ในคนปกติด้วย แต่หากไม่แน่ใจก็ควรมาปรึกษาแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก พญ.นภาศรี ชัยสินอนันต์กุล คลินิกอายุรกรรมประสาท โรงพยาบาลพญาไท 


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon