อาลีบาบา เปลี่ยนโลกค้าปลีกแนวใหม่ ช้อปได้ทั้งออนไลน์ – ออฟไลน์

posted: 10 months ago
อาลีบาบา เปลี่ยนโลกค้าปลีกแนวใหม่ ช้อปได้ทั้งออนไลน์ – ออฟไลน์

comments

หากย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ.1999 “แจ็ค หม่า” เริ่มก่อตั้งอาลีบาบา ที่เมืองหางโจว ภายใต้ “ห้างหุ้นส่วนอาลีบาบา” ซึ่งในตอนนั้นมีหุ้นส่วนถือครองหุ้น 350 ล้านหุ้น ปัจจุบันตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในประเทศจีน ภาย ใต้ชื่อ “Alibaba” (อาลีบาบา) ส่งผลให้หุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลกว่า 65,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2.15 ล้านล้านบาท



ล่าสุด อาลีบาบา เข้าไปซื้อกิจการใน ลาซาด้า จาก บริษัท Rocket Internet ซึ่งลงทุนตลาด อีคอมเมิร์ซ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงนำหุ้นไประดมทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าสูงสุดในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ด้วยมูลค่า มากกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 800,000 ล้านบาท และเตรียมขยายอาณาจักร สร้างห้างสรรพสินค้า More Mall แห่งแรก บนพื้นที่ขนาด 40,000 ตารางเมตร ขนาด 5 ชั้น ตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ที่เมืองหางโจว ภายในห้างดังกล่าวจะมีสินค้าหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสินค้าจาก Taobao ในเครือ Alibaba เป็นต้น โดยจะเปิดตัวเมษายน ปี 2018 นี้

ก่อนหน้านี้ อาลีบาบ่า ได้เปิดตัว “Hema” (เหอหม่า) เปิดบริการในปี 2015 ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแนวใหม่ที่ช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่มุ่งเน้นการเป็นศูนย์รวมของจุดกระจายสินค้า สต๊อกสินค้า นอกจากนี้ยังมีบริการจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในรัศมี 3 กิโลเมตรรอบสาขา ซึ่งลูกค้าสามารถรอรับสินค้าที่บ้านได้ในเวลาไม่เกิน 30 นาที หรือสั่งอาหารเพื่อทานในร้านได้อีกด้วย ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว 20 สาขา ตั้งอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ 13 สาขา ปักกิ่ง 3 สาขา และหนิงโป หางโจว กุ้ยหยาง และ เสินเจิ้นอีกที่ละ 1 สาขา ภายใต้กลยุทธ์ New Retail ที่ต้องการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าในร้านค้าแบบออฟไลน์ และสามารถชำระเงินซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องใช้เงินสด

ทั้งนี้สินค้าที่จำหน่ายภายในร้านดังกล่าวสามารถชำระเงินค่าสินค้าและตรวจสอบข้อมูลสินค้าได้ทันทีโดยผ่านทางอาลีเพย์ หรือที่ตู้รับชำระอัตโนมัติภายในร้าน นอกจากนี้แล้วในแต่ละเดือน อาลีบาบายังได้นำยอดการสั่งซื้อของลูกค้าที่ใช้บริการทั้งแบบออนไลน์เทียบกับออฟไลน์เพื่อมาวิเคราะห์อีกด้วย ซึ่งการสั่งซื้อสินค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5 ครั้งต่อเดือน

“แจ็ค หม่า” ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทอาลีบาบา กล่าวว่า ในอนาคตการที่ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบการชำระเงินอาลีเพย์จะทำให้อาลีบาบา มีฐานข้อมูลด้านการเงินของผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเครดิตในการกู้ยืมเงินเพื่อบริหารสภาพคล่อง

เมื่อวันที่ 11 เดือน 11 ปี 2560 ในวันคนโสดจีน อาลีบาบา เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ของจีน ได้ทำลายสถิติยอดขายถล่มทลายสูงสุด ด้วยยอดขายที่มากถึง 25,300 ล้านดอลลาร์ หรือ 860,000 ล้านบาท ภายใน 24 ชั่วโมงหรือ 1 วัน ถือเป็นยอดขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 40% เมื่อเทียบกับวันคนโสดปีที่แล้ว (2559) ทำยอดขายได้ 17,800 ล้านดอลลาร์ หรือ 605,000 ล้านบาท และปี 2558 ทำยอดขายได้ 14,300 ล้านดอลลาร์ หรือ 486,000 ล้านบาท  โดยในปีหน้าคาดว่ายอดขายน่าทะลุ 1 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ช่วงปีที่ผ่านมา (2559) ประเทศจีนซื้อสินค้าออนไลน์เฉลี่ยอยู่ที่ 11,404 หยวน หรือราว 1,718 ดอลลาร์/คน/ปี แต่คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะขยายตัวอีก 17% ภายในพ.ศ.2562 และภายในพ.ศ. 2563 มูลค่าการซื้อขายสินค้าออนไลน์ทั่วโลกโดยรวมคาดว่าจะโตขึ้น 2 เท่าสู่ระดับ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งตลาดอีคอมเมิร์ซในจีนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยปีที่ผ่านมาขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา



ขณะที่ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยปี 2559 มีมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท เพิ่มอีก 9.86% คิดเป็นมูลค่า 2.8 ล้านล้านบาทในปีนี้ และปี 2561 จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% และมูลค่าตลาดขยับถึง 3 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก โดยนางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ในปี 2561 จะขยายเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ตามโอกาสการขยายตัวของผู้ใช้สมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีช่องทางการจ่ายเงินที่ทำได้ง่ายขึ้น ระบบพร้อมเพย์ และการเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตของประชาชนทุกเพศทุกวัยผ่านการใช้สมาร์ทโฟนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเริ่มให้ความสนใจขยายหน้าร้านมาสู่โลกออนไลน์มากขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยอยู่เป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากในไทยส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริโภคทั่วไป หรือ บีทูซี แม้ว่าปริมาณคำสั่งการซื้อแซงหน้าประเทศสิงคโปร์ก็ตาม แต่ก็ยังมีมูลค่าที่น้อย เพราะสิงคโปร์ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริโภคในระดับธุรกิจกับธุรกิจ หรือบีทูบี แม้จะสั่งปริมาณไม่สูงมาก


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon