พาส่องแบบไม่ต้องเข้าไปใกล้ กับ Yellow stone ปากปล่องภูเขาไฟที่ยังมีชีวิต

posted: 1 year ago
4,959 views
พาส่องแบบไม่ต้องเข้าไปใกล้ กับ Yellow stone ปากปล่องภูเขาไฟที่ยังมีชีวิต

comments

หลังจากที่มีกระแสนักท่องเที่ยวไทย ที่ไปเที่ยวยัง อุทยานแห่งชาติ Yellow stone นั้น หลายคนอาจจะยังสงสัยอยู่บ้างไม่มากก็น้อยว่า เจ้าอุทยานแห่งชาตินี้ อันตรายจริงหรือ แล้วทำไมถึงยังเปิดให้เข้าไปท่องเที่ยวได้กันนะ ?

วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ Yellow stone ปากปล่องภูเขาไฟที่ยังมีชีวิต แบบไม่ต้องเข้าไปใกล้ๆ ให้เสี่ยงอันตราย แถมยังเคยเป็นอีกหนึ่งฉากยอดฮิตในหนังเรื่อง 2012 อีกด้วย ว่าแล้วก็มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

 


 

รู้จักกับ Yellow stone ปากปล่องภูเขาไฟที่ยังมีชีวิต

อุทยานแห่งชาติ Yellow Stone นี้ เป็นหลุมภูเขาไฟขนาด “ยักษ์” ที่ในอดีตเคยปะทุมาก่อน ตั้งอยู่ในเขตติดต่อ 3 รัฐได้แก่ ไวโอมิง มอนแทนา และไอดาโฮ ที่ สหรัฐอเมริกา นับได้ว่า เป็นอุทยานแห่งแรกของโลก เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ด้วยเนื้อที่มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์

และด้วยความที่ ดินแดนแห่งนี้มีอายุมากกว่า 600,000 ปี และเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทิ้งร่องรอยของหินละลายที่พุ่งผ่านผิวโลกขึ้นมาเย็นตัว เกิดเป็นภูเขาสูง ที่ราบและหุบเหวนั้น ทำให้ดูภายนอก เหมือนเป็นที่ราบ ไม่ได้มีลักษณะเป็นภูเขาเหมือนภูเขาไฟอย่างในอดีต

 


1421229962-3-o


 

ดังนั้น ทุกพื้นที่ของอุทยานแห่งนี้ จะบอกว่าเรากำลังยืนอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟก็ไม่ผิดนัก นอกจากนี้ ด้วยขนาดของมันนี่เอง ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลมาก เพราะหากปากปล่องภูเขาไฟปะทุขึ้นมาในปัจจุบัน ความเสียหายจะกินบริเวณไปมากถึง 3 – 5 รัฐ ทีเดียว โดยรัฐไวโอมิง มอนแทนา และไอดาโฮ จะเป็นพื้นที่ KILL ZONE ก็คือจะมีสภาพเป็นเหมือนเมืองปอมเปอีในอดีต

จากการเฝ้าสังเกตการณ์นั้น อย่างน้อยๆ ก็ยังเบาใจไปได้ว่า ในช่วงเวลาที่เรายังมีชีวิตอยู่ ภูเขาไฟที่ Yellow Stone จะยังไม่ปะทุขึ้นแน่ เพราะ ในอดีต ที่แห่งนี้นั้น จะเกิดการปะทุขึ้นประมาณทุกๆ 600,000 ปี ในช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวในขณะที่ยังไม่ปะทะนั่นเอง แต่นั่นก็ยังทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายต้องเฝ้าระวังกันอยู่ดี

 



 

ระเบิดแล้ว จะเป็นยังไงกันนะ ?

เห็นบอกว่ามีนักวิทยาศาสตร์หลายๆ คน ต่างกลัวเรื่องการปะทุของภูเขาไฟเหล่านี้ ว่าแต่ถ้าปะทุขึ้นมาแล้ว รังสีจะกระจายวงกว้างไหนระดับไหนกันแน่นะ ?

อย่างที่เราได้บอกไปด้านบน เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ ที่เราเห็นเป็นลักษณะราบๆ คือการทับถมของลาวาที่พุ่งขึ้นมาจากตอนปะทุจนแข็งตัวเป็นพื้น แน่นอนว่าด้วยระยะเวลาที่ผ่านพ้นไปหลายปี ทำให้บางพื้นที่ในอุทยานนั้น มีความเปราะ ผุพังได้ ทำให้บางพื้นที่มีการออกป้ายเตือนไม่ให้ยืน หรือเข้าไปใกล้ๆ ในบริเวณนั้นๆ

 


1421251254-110608YSto-o


 

และแน่นอนว่า ทุกวันนี้ เหล่านักธรณีวิทยาก็ยังไม่สามารถระบุขนาดและความลึกของเจ้าแอ่งนี้ได้ ซึ่งถ้าหากเจ้าหลุมนี้เกิดปะทุขึ้นมาก็จะเกิดการพ่นหินหลอมเหลวออกมาด้วยความเร็วสูง พื้นดินก็จะยุบลงไปทั้งแอ่งพร้อมกับแม็กมาที่ปะทุออกมาจนพุ่งไปในอากาศหลายร้อยหลายพันเมตร

จากการประเมินโดยนักธรณีวิทยา มีการประเมินว่า หากมันระเบิดอีกครั้งก็จะกินพื้นที่ไม่ต่างจาก 3 ครั้งแรก (การระเบิดทั้ง 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ  2.1 ล้านปีที่แล้ว ครั้งที่ 2 เมื่อ  1.3 ล้าน ปีที่แล้ว  และ ล่าสุด เมื่อ 640,000 ปีมาแล้ว) หรือก็คือ ครอบคลุมไป 3 – 5 รัฐ ในสหรัฐฯ

ผลกระทบจากการระเบิดนี้  เมื่อมันปะทุจะทำให้เกิดเถ้าถ่านเป็นจำนวนมากลอยปกคลุมในชั้นบรรยากาศ  และมีก๊าซจำพวกซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โดยเจ้าพวกนี้จะสะท้อนแสงอาทิตย์ออกไม่ให้โดนพื้นโลก ทำให้อุณหภูมิพื้นโลกจะลดลงอย่างรวดเร็ว เรียกกันว่าฤดูหนาวนิวเคลียร์ (Nuclear winter)

 


1421231015-Untitled-o


 

อันตรายแบบนี้ ทำไมถึงยังเปิดให้เข้าชมได้อยู่ ?

จริงอยู่ที่เมื่อพูดถึงอันตรายใน Yellow Stone แล้ว ดูน่ากลัวจนไม่น่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถท่องเที่ยวได้  ข้อนี่ต้องขอตอบว่า จริงๆ แล้ว นอกจากอันตราย YellowStone เป็นสถานที่ที่สวยงาม ธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ในหลายๆ จุด เหมาะกับการท่องเที่ยวอย่างมาก

ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงออกกฏ และป้องกันเส้นทางต่างๆ ที่น่าจะเป็นอันตรายออกจากเส้นทางหลักที่นักท่องเที่ยว ใช้ในการท่องเที่ยวแล้ว  หากนักท่องเที่ยวทุกคนทำตามกฏ ก็สามารถเที่ยวได้สบายใจ ไม่มีอะไรต้องกังวล

โดยทั่วไปแล้ว หน่วยงานที่ดูแลอุทยาน จะแจกเอกสาร แผนที่ รวมถึงคำเตือนต่างๆ ในการท่องเที่ยวในอุทยาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากมีพื้นที่หลายแห่งที่เต็มไปด้วยหลุม หุบเหว และพื้นที่ที่ยังไม่ได้สำรวจ อาจทำให้นักท่องเที่ยวหลงทาง เป็นอันตรายถึงชีวิต

ดังนั้น นักท่องเที่ยวเอง ต้องระวังตัว ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ป้ายคำเตือนต่างๆ อย่างเคร่งครัด ที่สำคัญต้องไม่ประมาท เมื่ออยู่ใกล้หุบเหว น้ำตก บ่อน้ำร้อน บ่อน้ำพุร้อน บ่อโคลนเดือด จุดชมวิว และอันตรายจากสัตว์ป่า รวมถึงต้องคอยระวังดูแลเด็กๆ ในปกครองอย่างเข้มงวดด้วย

 



 

ถ้าฝ่าฝืนกฏละ ?

แน่นอนว่า เมื่อมีคนปฏิบัติตัวตาม ก็ย่อมต้องมีผู้ไม่ปฏิบัติตามกฏ แต่การฝ่าฝืนกฏใน Yellow Stone อาจจะทำให้คุณเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้! โดยเราจะขอยกตัวอย่างเหตุการร์ต่างๆ ให้ฟังกัน !

 

  • ปี 1883 คนงานในอุทยานเสียชีวิตหลังจากมีการระเบิดของแก๊สพิษไฮโดรเจนซัลไฟด์
  • ปี 1988 นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันเสียชีวิตจากการถูกต้นไม้ทับ หลังจากเดินออกนอกเส้นทางที่อุทยานกำหนดไว้
  • ปี 1920 มีเจ้าหน้าที่อุทยานเสียชีวิตเพราะเกิดการเข้าใจผิดและกินรากที่เป็นพิษของต้นเฮมล็อก
  • ปี 1981 David Allen Kirwan นักท่องเที่ยวจากรัฐแคลิฟอร์เนียถูกน้ำร้อนลวก 97% ของร่างกาย สาเหตุเพราะลืมตัว กระโดดลงไปช่วยสุนัขของเพื่อนเขาซึ่งวิ่งลงไปในบ่อ และเขาก็เสียชีวิตในเช้าวันถัดมา

 


3705378011_a24a62abb3_b


 

  • ปี 2000 เจ้าหน้าที่อุทยาน 3 คน กระโดดลงบ่อน้ำพุร้อนใน Cavern Spring ตอนกลางคืนเพราะคิดว่าบ่อที่กำลังโดดลงไปเป็นแค่ธารน้ำเล็กๆ ธรรมดา ทำให้เสียชีวิต 1 คนและอีก 2 คนโดนน้ำร้อนลวกอย่างรุนแรง
  • ปี 2015 วัวไบซันขวิดเด็กสาวชาวไต้หวันอายุ 16 ปี จนเสียชีวิตขณะที่เธอกับลังโพสท่าใกล้ๆ วัวเพื่อถ่ายเซลฟี่
  • ปี 2016 ชายชาวโอเรกอนพลัดตกบ่อน้ำพุร้อนในอุทยาน Yellow stone หลังจากที่พยายามทดสอบอุณหภูมิของน้ำเพื่อแช่ตัวในบ่อ แต่อุณหภูมิน้ำในบ่อร้อนมากถึง 205 องศาเซลเซียส จึงทำให้เขาเสียชีวิต และที่น่าเศร้า คือ เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถกู้ศพขึ้นมาได้ เนื่องจากบริเวณนั้นอันตราย และมีอุณหภูมิน้ำที่ร้อนมากจนละลายไม่เหลือกระทั่งศพนั่นเอง
  • และล่าสุด ปี 2017  นักท่องเที่ยว ชายชาวเมืองราลี รัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะถูกน้ำพุร้อนลวก

 



 

จะเห็นได้ว่า การฝ่าฝืนกฏใน Yellow Stone ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ แถมยังเสี่ยงอันตรายมากๆ อีกด้วย ดังนั้นหากมีโอกาสได้ไปเที่ยว ถึงแม้พื้นที่ดังกล่าวจะดูไม่เป็นอันตราย น้ำอุ่นๆ ไม่ใช่น้ำร้อน แต่ก็อาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ทุกเมื่อ

รู้แบบนี้แล้ว ทำตามกฏที่เจ้าหน้าที่ชี้แจ้งมาอย่างเคร่งครัด ระวังระมัดในการท่องเที่ยว ไม่เข้าไปใกล้ๆ จุดที่อันตราย เพียงเท่านี้ก็ท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย สบายใจ ไร้ดราม่า ไม่ต้องบอกใครต่อใครว่า ฟอร์มไทยแลนด์ แล้วล่ะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon