ย้อนรอย เกาหลี ทำไมทั้งสองถึงแบ่งเส้นเขตแดนกันนะ ?

posted: 3 months ago
ย้อนรอย เกาหลี ทำไมทั้งสองถึงแบ่งเส้นเขตแดนกันนะ ?

comments

อิ่มอกอิ่มใจไปไม่น้อย เพราะหลายคนน่าจะได้ยินมาบ้างแล้ว ที่เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ได้ติดต่อเพื่อเจราจาหาข้อยุติเรื่องปลดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งการเจรจาในครั้งนี้อาจนำพาไปสู่การกลับมารวมประเทศกันอีกครั้ง หลังจากที่แบ่งแยกเขตแดนกันไป

เราลองมาย้อนรอยกันดูหน่อยสิว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไม เกาหลี ทั้งสองฝั่งนี้ถึงได้เลือกที่จะแบ่งเขตแดนกันนะ แล้วปัจจุบันทิศทางของทั้งสองจะเป็นอย่างไรกันบ้าง


ย้อนรอยในอดีต เกิดอะไรขึ้นกับ เกาหลี กันนะ ?

หลายคนอาจจะยังมึนๆ งงๆ กับประวัติศาสตร์ งั้นลองมาเท้าความกลับไปแบบฉบับย่อๆ สั้นๆ ก็แล้วกัน โดยการที่ เกาหลีเหนือ และ เกาหลีใต้ ต่างพากันแบ่งแยกเขตแดนกันนั้น เรื่องมันเริ่มตั้นขึ้นในเมื่อปี 1950 – 1953 ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อของสงครามโลกครั้งที่ 2

ด้วยความที่สหรัฐฯ กลัวว่าลัทธิคอมมิวนิสต์จะเข้ามาเขตฝั่งเกาหลีใต้ จึงเกิดการแบ่งแยกประเทศเป็นสองฝ่าย และฝั่งโซเวียตก็ได้ยึดครองส่วนเหนือเส้นขนาน 38 ขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองฝ่ายอย่างสหรัฐฯ และโซเวียต ได้เจรจาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากกลัวจะพลาดท่าให้อีกฝ่าย

นานวันเข้าก็ทำให้เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ตัดสินใจแยกออกจากกันอย่างชัดเจน มีการก่อตั้งรัฐบาลเป็นของตัวเองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

นี่ยังไม่รวมถึงสงครามเกาหลี ที่ทางเกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่เข้าไปในเกาหลีใต้ จนความสัมพันธ์ของทั้งสองเกิดรอยร้าว ส่งผลให้ประชาชนเกาหลีจำนวนมากต้องพรากจากญาติมิตรอยู่คนละฝั่งเขตแดนประเทศ


เกาหลี


การเกิดสงครามเกาหลี ทำให้ครอบครัวของประชาชนกว่า 7 ล้านคน ต้องพลัดพรากจากกัน เมื่อผู้คนจำนวนมากพากันหนีภัยการปกครองของคอมมิวนิสต์ลงใต้ เกาหลีเหนือตัดขาดการสื่อสารทัังหมด ไม่ว่าจะเป็นไปรษณีย์ โทรศัพท์ หรือการเดินทางตั้งแต่ปี 1953

ถึงแม้ช่วงปี 2000 ที่ผ่านมา จะเริ่มมีการจัดให้ครอบครัวชาว เกาหลี ทั้งสองฝั่งมาพบหน้ากันอีกครั้ง และถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้ชาวเกาหลีทั้งสองฝั่งยังวาดหวังถึงการรวมชาติ (Korean Reunification)


มีคนกล่าวไว้ว่า การแบ่งแยกประเทศเกาหลีเป็นสองนี้ อาจเป็นหนึ่งในมรดกสุดท้ายของยุคสงครามเย็น เหมือนกับกำแพงเบอร์ลิน ที่แบ่งแยกเยอรมันะวันตกและเยอรมันตะวันออก ออกจากกัน ก่อนจะมีการทุบกำแพงที่ว่าลงเมื่อปี 1989

แน่นอนว่าหลังจากนั้น ผ่านมากว่า 50 ปี ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้พยายามพบปะ และเจรจากันอีกครั้ง โดยครั้งล่าสุดในวัที่ 27 เมษายน 2018 ได้สร้างความฮือฮาในระดับโลกมากๆ เนื่องจากทั้งสองเจรจากันไปถึงข้อยุติที่เกาหลีเหนือจะปลดอาวุธ เลิกทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ และทั้งสองได้สร้างภาพประวัติศาสตร์ ที่ทั้งสองผู้นำได้ย่างเท้าแตะผืนแผ่นดินของกันและกัน ในเขตปลอดทหาร หมู่บ้านพันมุนจอม บริเวณชายแดนเกาหลีทั้งสอง


เกาหลี


สนธิสัญญายุติปลดอาวุธ คืออะไรกันแน่ ?

สิ่งที่ทำให้ทั้งโลกฮือฮา ทั้งๆ ที่ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสได้พบปะ ประชุมร่วมกันหลายครั้งนั้น เนื่องมาจากข้อสัญญาในครั้งนี้ ที่สำคัญ เป็นไม่กี่ครั้งที่ทางผู้นำเกาหลีเหนือมาเยือนที่เกาหลีใต้ด้วยตัวเอง

โดยการทำสัญญาในครั้งนี้ และเป็นหัวข้อสำคัญในการประชุม เป็นเรื่องเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงจะมีการหารือเรื่องการนำกำลังพลออกจากแนวชายแดน และทำให้เขตปลอดทหาร Demilitarized Zone (DMZ) ที่แยกระหว่าง 2 ประเทศไว้ กลับคืนสู่สภาวะปกติดังเดิม



ซึ่งก่อนหน้านี้ สนธิสัญญาที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่สัญญาสงบศึก ว่าด้วยเรื่องข้อตกลงพักรบ ไม่ได้ทำสนธิสัญญาแต่อย่างใด เราจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาทั้งเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ มีสภาวะที่บาดหมางและตึงเครียด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับข่าวที่ทางเกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธ ซึ่งผ่านหลายน่านน้ำ ทำให้ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์มีความตึงเครียดมากขึ้นไปอีก จนกระทั่งมีการตกลงปลดอาวุธ และพยายามจะสานสัมพันธ์กันใหม่ ทำให้ทั่วโลกต้องติดตาม


เกาหลี


จะเกิดอะไรขึ้น หาก เกาหลี รวมประเทศให้เหมือนเดิมจริง ?

ข่าวการปลดอาวุธ และทำสัญญาสงบศึกนั้น ไม่ใช่แค่สร้างความตื่นเต้น ความยินดีให้กับคนเกาหลีทั้งสองฝั่งเท่านั้น แต่ทั่วทั้งโลกต่างจับตามองสายสัมพันธ์เหล่านี้ เนื่องจากทางเกาหลีเหนือ น่าจะตามองในฐานะประเทศที่มีการทดสอบอาาวุธนิวเคลียร์อย่างชัดเจน

หลายคนคาดการณ์ไปหลายอย่างในเรื่องของการรวมประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการรวมประเทศเนื่องจากสภาพของสหรัฐฯ และรัสเซีย จีน และมีนักวิชาการหลายฝ่ายออกมาวิเคราะห์ว่า น่าจะมาจากการที่เกาหลีเหนือต้องการกันสหรัฐฯ ออกจากเกาหลีใต้ และต้องการลดเรื่องกดดัน และการคว่ำบาตรของเกาหลีเหนือลง

หรือหากมีการรวมประเทศกันอาจจะเป็นอย่างจีนและฮ่องกง ที่เป็นเขตการปกครองพิเศษ ยังคงแบ่งฝั่งปกครอง แต่มีประเทศรวมกัน


เกาหลี


ไม่ใช่เพียงเท่านี้ แต่นักธุรกิจหลายรายต่างให้ความสนใจกันมาก เพราะหากมีการสงบศึก ซึ่งนำไปสู่การเปิดประเทศของเกาหลีเหนือ การรวมประเทศของเกาหลีใต้  เกาหลีเหนือจะนับเป็นอีกจุดที่น่าลงทุนเหมือนกับประเทศพม่าในช่วงเปิดประเทศใหม่ๆ นอกจากทรัพยากรแล้ว ในเกาหลีเหนือนั่นมีอีกหลายจุดให้น่าลงทุน

แม้ตอนนี้ยังไม่มีข่าวเรื่องการประชุม หรือเจรจาเรื่องการรวมประเทศ แต่จากการประชุมและหารือต่างๆ รวมถึงข้อตกลงแล้ว หลายฝ่ายก็ต่างมีความหวังมากขึ้น เนื่องจากทาง คิมจองอึน กล่าวคล้ายๆ กับการสานสัมพันธ์ให้กลับมาดังเดิม ทางเกาหลีใต้เองก็แสดงแนวคิดไปในทิศทางเดียวกันเรื่องของการฟื้นฟูของทั้งสองฝ่าย

โดยล่าสุด ทั้งเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ได้ปรับเวลาของประเทศให้ตรงกันเป็นที่เรียบร้อย


เกาหลี


ไม่แน่ว่า ภายในไม่กี่สิบปีนี้ เราอาจจะได้เห็นทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้กลับมารวมประเทศกันอีกครั้งก็ได้นะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon