เครดิตภาษีเงินปันผล สิทธิที่นักลงทุนควรรู้

posted: 2 years ago
เครดิตภาษีเงินปันผล สิทธิที่นักลงทุนควรรู้

comments

จะดีมั้ย? ถ้า “เงินปันผล” ที่ได้รับจากการลงทุนในหุ้นทุกๆ ปีนั้นเพิ่มขึ้น!! แน่นอนว่าถ้ามองในมุมของนักลงทุนเป็นเราๆแล้ว การที่เราได้รับ “กระสดเงินสดรับ” มากขึ้นนั่นก็หมายความว่าผลตอบแทนที่ลงทุนในแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน วิธีที่จะทำให้เงินปันผลของเราเพิ่มขึ้นเค้าเรียกกันว่าการ “เครดิตภาษีเงินปันผล”



ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการ “เครดิตภาษีเงินปันผล” นั้นแตกต่างจากการขอภาษีเงินปันผลที่ถูกหัก 10% ที่จ่ายไว้ ตัวอย่างเช่นการลงทุนในกองทุนรวมต่างๆ ที่มีการจ่ายเงินปันผลแล้วเราถูกหักไว้ ซึ่งหลายๆ คนยังเข้าใจว่าคือกรณีเดียวกัน แต่เครดิตภาษีเงินปันผลจะเป็นสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นหรือตราสารทุนเท่านั้น ที่เราสามารถขอภาษีคืนจากกรมสรรพากรได้

ต้องเข้าใจก่อนว่าเวลาที่เราลงทุนในหุ้นแล้วได้รับเงินปันผลนั้น เงินปันผลที่เราได้รับจากหุ้นนั้นๆ จะมาจาก “กำไรสุทธิหลังหักภาษี” นั่นหมายความว่าเงินก้อนนี้จะถูกหักภาษีซ้ำซ้อน 2 รอบ โดยภาษี 2 รอบมีดังนี้

1. ภาษีที่ถูกหักในนามนิติบุคคลโดยทั่วไป นิติบุคคลเมื่อมีรายได้จะต้องเสียภาษีอยู่แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าประกอบธุรกิจอะไรได้ยกเว้นอะไรหรือเปล่าก็มีเสียตั้งแต่ 20 – 30% โดยประมาณ

2. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างที่รู้ว่าเงินปันผลที่เราได้รับเป็น เงินได้สุทธิหลังภาษีแล้ว ที่สำคัญเมื่อเราได้รับเงินปันผลเราต้องนำมารวมเงินได้ปลายปีเพื่อยื่นภาษีอีกรอบด้วย

ตัวอย่างเช่นเราถือหุ้นบริษัทหนึ่งอยู่ 1% แล้ว “กำไรสุทธิก่อนภาษี” ของบริษัทออกมาเท่ากับ 1,000,000 บาท สมมติให้บริษัทนี้เสียภาษีที่ 20% นั่นแปลว่า “กำไรสุทธิหลังภาษี” จะเท่ากับ 800,000 บาท แล้วเราถือหุ้นอยู่ทั้งสิ้น 1% นั้นหมายความว่าเรามีจะส่วนแบ่งจากผลกำไรนี้เท่ากับ 8,000 บาท

แต่ถ้าเราใช้วิธี “เครดิตภาษีเงินปันผล” ทางสรรพากรเค้าจะมองว่าส่วนแบ่งจากผลกำไรที่เราควรได้รับจริงๆ ควรจะมาจากเงิน 1,000,000 บาทซึ่งเป็นเงินได้สุทธิก่อนภาษี ดังนั้นเราควรที่จะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจริงจะเท่ากับ 10,000 บาทต่างหากล่ะ

เครดิตภาษีเงินปันผล
Credit : http://chrismercer.net/introduction-dividends-closely-held-family-businesses/

จากตัวอย่างที่เราคุยกันเราจะได้เงินปันผลจริงๆ เพียง 8,000 บาท ซึ่งเมื่อเราใช้การ “เครดิตภาษีเงินปันผล” เราต้องนำเงินได้ 10,000 บาทที่ควรจะเป็นของเราไปรวมเงินได้ปลายปีเพื่อเสียภาษี ในกรณีที่เงินได้ของเราเสียฐานภาษีไม่ถึงกับภาษีนิติบุคคลที่เราเสีย การเครดิตภาษีเงินปันผลก็จะทำให้เราได้รับเงินเยอะขึ้นนั่นเอง ง่ายๆ เลยถ้าภาษีนิติบุคคลอยู่ที่ 20% แล้วเราเสียภาษีฐานน้อยกว่า 20% ลงไปก็คุ้มที่จะเครดิตภาษีคืน แต่ถ้าเรามีรายได้ที่สูงแล้วเสียมากกว่า 20% แบบนี้ก็ไม่ควรใช้สิทธิพิเศษตรงนี้นั้นเอง

ซึ่งเราจะได้รับเงินคืนจากการใช้สิทธิเท่านั้น หลักๆ ก็ขึ้นอยู่กันว่าภาษีของนิติบุคคลของหุ้นที่เราถือเสียเท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วการคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผลนั้นง่ายๆ มากมีสูตรคำนวณว่า
เครดิตภาษีเงินปันผล

เราลองมาคำนวณดูกันจากตัวอย่างเดิม เรารับเงินปันผลมาจำนวน 8,000 บาทซึ่งบริษัทที่จ่ายเงินปันผลให้กับเรานั้นเสียภาษีนิติบุคคลอยู่ที่ 20% ของกำไรสุทธิก็จะคำนวณง่ายๆ ตามนี้เลย

เครดิตภาษีเงินปันผล = 8,000 x [20/100-20] = 2,000 บาท

นั้นแปลว่าเงินที่เราจะได้รับคืนจะเท่ากับ 2,000 บาท พอนำมารวมกับเงินเงินปันที่เราได้รับ 8,000 บาทจะเท่ากับ 10,000 บาทตามด้านบนที่เราคำนวณกันมา



แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็สามารถเครดิตภาษีเงินปันผลคืนกันได้นะ คนที่จะสามารถใช้สิทธิได้ อย่างแรกจะต้องเป็นรับเงินปันผลนั้นๆ ในนามของ “บุคคลธรรมดา” และมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย กล่าวคือใช้ชีวิตอยู่ในไทยมีปีภาษีที่เราจะใช้สิทธิเครดิตภาษีเกิน 180 วัน และอย่างที่สองก็คือ หุ้นที่จ่ายเงินปันผลให้กับเรานั้นต้องจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของไทยเท่านั้น!!

แล้วที่ดีกว่านั้นก็คือปัจจุบันการทำ “เครดิตภาษีเงินปันผล” สำหรับนักลงทุนแบบเราที่ลงทุนในหุ้นอยู่แล้ว สามารถใช้สิทธิได้ง่ายมากๆ เพราะปัจจุบันระบบในการใช้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลกับการเสียภาษีเงินได้ปลายปีตอนนี้ได้เชื่อมต่อกันหมดแล้ว ง่ายแค่คลิกเฉยๆ เท่านั้นเองสำหรับคนที่ยื่นออนไลน์ ดังนั้นเรื่องการเครดิตภาษีเงินปันผลไม่ใช่เรื่องยุ่งยากและน่าปวดหัวแต่อย่างใด นักลงทุนแบบเราๆ ควรจะรู้และใช้สิทธินั้นๆ ให้เกิดประโยชน์

ขอบคุณภาพปกจาก www.thebluediamondgallery.com

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon