พกเครื่องรางเรียกเงินแบบไหนถึงเฮง

posted: 8 months ago
2,762 views
พกเครื่องรางเรียกเงินแบบไหนถึงเฮง

comments

หากจะให้พูดถึงเครื่องรางของมงคลเสริมโชคลาภกันแล้ว แทบจะทุกชนชาติก็มีเหมือนกัน เครื่องรางมีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ เชื่อได้ว่าในกระเป๋าของคุณก็คงจะมีเครื่องรางบ้างซัก 1-2 ชิ้นหรืออาจจะมากกว่านั้นก็เป็นได้ อันที่จริงเครื่องรางที่จัดสร้างกันนั้นการที่จะได้มาครอบครองต้องอาศัยบุญและบารมีและพลังศรัทธาล้วนๆ ผู้ครอบครองเครื่องรางจำนวนไม่น้อยต้องดั้นด้นเดินทางไกลเพื่อไปรับเครื่องราง แล้วเมื่อได้นำเครื่องรางกลับมาใช้แล้วก็ทำให้ชีวิตที่ย่ำแย่อยู่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

การใช้เครื่องรางแต่โบราณก็จะต้องมีการพิจารณาว่าเครื่องรางนั้นๆ ทำมาจากวัสดุอะไร เข้ากันกับธาตุของตนเองหรือไม่ ถ้าเป็นเครื่องรางของไทยก็จะต้องมีคาถาเพื่อสวดเรียกพลังของเครื่องรางนั้นๆ ผู้เขียนเคยเจอบางคนพกเครื่องรางเป็นสิบชิ้นในกระเป๋าแต่ชีวิตกลับย่ำแย่แบบไม่ได้ผุดได้เกิด เมื่อคุณคิดที่จะเลือกเครื่องรางมือซักชิ้นมาอยู่ในการครอบครองคุณต้องรู้หลักดังต่อไปนี้คือ วัสดุที่ใช้ทำเครื่องรางเป็นโลหะแร่ ดิน ไม้ พลังแห่งธาตุทั้งสี่จะหลอมรวมกันให้ทุกสรรพสิ่งเกิดความสมดุล และเครื่องรางในแต่ละชิ้นก็จะมีอานุภาพวิธีการใช้ที่แตกต่างกันไป

หลักในการพิจารณาแรกก็คือ ควรเลือกเครื่องรางตามพลังปีราศีเกิด ดังนี้

กลุ่มราศีธาตุไฟ

ได้แก่ ราศีเมษ ราศีสิงห์ ราศีธนู กลุ่มราศีธาตุไฟเครื่องรางต้องทำมาจากวัสดุที่เป็นโลหะที่ต้องผ่านความร้อนสูงมีส่วนผสมของ สตโลหะทั้งเจ็ด คือ เหล็ก ปรอท ทองแดง เงิน ทองคำ เหล็กเจ้าน้ำเงิน-เป็นแร่ชนิดหนึ่งที่มีสีเขียวอมน้ำเงิน ชิน จะแกะเป็นรูปพระ เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ ดวงตาซีรีอุส หรือจะเป็นอาวุธของเทพเจ้าก็ได้เช่น วัชระ-พระอินทร์ ตรีศูลพระศิวะ กระบองของท้าวเวสสุวรรณ ตะกรุดของพระเกจิอาจารย์ต่างๆ

กลุ่มราศีธาตุดิน

ได้แก่ ราศีพฤษภ ราศีกันย์ ราศีมังกร กลุ่มธาตุดินเครื่องรางจะต้องทำจากวัสดุที่เป็นดิน หิน แร่ ทราย ไม้ กลุ่มตระกูลหินคริสตัล ควอซ อัญมณีต่างๆ แร่เหล็กน้ำพี้ หากนำมาแกะสลักเป็นพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะดีมาก เช่น พระพิฆเณศเทพเจ้าแห่งความสำเร็จผู้ทำลายล้างอุปสรรค พระแม่ลักษมีพลังแห่งความมีโชคลาภ พระแม่ศรีจักรา-พลังแห่งจักรวาล

กลุ่มราศีธาตุลม

สำหรับราศีเมถุน เครื่องรางต้องทำมาจากดินผสมผงเกสรดอกไม้ หรือวัตถุที่มีความเคลื่อนไหว ขนนก รูปภาพแผ่นยันต์ ผลของลูกไม้ที่ล่วงหล่น ส่วน ราศีตุลย์ ราศีกุมภ์ เช่นกังหันแซกงหมิว ครีมแคชเชอร์-ตาข่ายดักฝัน แผ่นยันต์มหาศรีจักรา-เครื่องรางที่รวมพลังแห่งมหาจักรวาล เมล็ดรุทระ-น้ำตาพระศิวะ ลูกประคำ เครื่องรางโซโรมอน

กลุ่มราศีธาตุน้ำ

ได้แก่ ราศีกรกฎ ราศีพิจิก ราศีมีน กลุ่มราศีธาตุน้ำ เครื่องรางต้องทำมาจากวัสดุที่มีความเป็นประกาย มันวาว ใสสว่าง แก้ว สัตว์วัตถุอาถรรพ์ ลูกแก้วพระยานาค คริสตัล พลอยสีต่างๆ เบี้ย สังข์ เป็นต้น

สีสันของเครื่องรางบางชนิดสามารถที่จะดึงดูดพลังในเรื่องของโชคลาภมาให้ ส่วนใหญ่จะเป็นตระกูลพลอย ควอซ ลูกแก้ว สีส้ม-พลังแห่งความหวังและพลังชีวิต ก่อให้เกิดพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ สีเขียว-พลังแห่งการผ่อนคลายทำให้จิตใจสงบเป็นสมาธิ สีน้ำเงินเข้ม พลังแห่งความมั่นคงทางจิตใจและอารมณ์

โดยความเข้าใจของคนส่วนใหญ่มีเครื่องรางก็มักจะพกพาไปในที่ต่างๆ ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วเครื่องรางนั้นคุณไม่จำเป็นจะต้องพกพาไปไหนต่อไหนด้วย เว้นเสียแต่เพื่อการเดินทางไปในที่ต่างๆ เครื่องรางใช่จะมีอานุภาพตลอดเวลามีบางวันที่เสื่อมได้ มีผลอย่างมากก็คือกุมารทอง รักยม ลูกกรอก ลูกเทพ เขี้ยวเสือ เขี้ยวสัตว์ งาช้าง แต่เครื่องรางที่เป็นพระ-เกจิอาจารย์ เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระสิวลี พระสังกัจจายนะ พระอุปคุต พระตรีมูรติ ล็อกเก็ตพระเกจิอาจารย์ นั้นอยู่ที่การตั้งจิตของบุคคลผู้นั้นว่ามีจิตใจศรัทธามั่นคงแน่วแน่เพียงใด ทุกคนมีวันบอดเป็นของตนเอง



ด้วยประสบการณ์วันที่พกเครื่องรางแล้วอานุภาพอ่อนด้อยถอยกำลังโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันดังต่อไปนี้ เช่น วันพระจันทร์ดับหรือนิวมูน (NewMoon) วันที่มีสุริยะคราส จันทคราส วันที่เป็นกาลกิณีกับผู้พกพา เช่น เกิดวันจันทร์ วันที่พกพาเครื่องรางออกจากบ้านหากพกพาเครื่องรางไปในวันอาทิตย์ก็จะมีพลังอ่อนด้อย 4 วันก่อนวันเกิด และ 3 วันหลังวันเกิด ในช่วง 7 วันในช่วงก่อนและหลังวันเกิดมักจะมีดาวไม่ดีเข้ามารบกวน การใช้เครื่องรางมักจะไม่ค่อยได้ผลดีมากนัก เหตุนี้ช่วงใกล้วันเกิดของแต่ละคนจึงต้องหมั่นทำบุญสร้างกุศลเพื่อเสริมอำนาจจิตให้เข้มแข็งรับพลังความเป็นมงคลของปีนั้นๆ

วันไม่ดีคือวันกาลโชคหรือวันอับโชคให้ระวังเฉพาะวันที่เป็นกาลกิณีกับตนเอง ดังนี้

  • วันอาทิตย์ขึ้นหรือแรม 4ค่ำ ไม่ดีกับคนวันศุกร์
  • วันจันทร์ขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ ไม่ดีกับคนวันอาทิตย์
  • วันอังคารขึ้นหรือแรม 7 ค่ำไม่ดีกับคนวันเสาร์ และวันพุธ
  • วันพุธขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ ไม่ดีกับคนวันอังคาร และวันพุธกลาง
  • คืนวันพฤหัสบดีขึ้นหรือแรม 8 ค่ำไม่ดีกับคนวันเสาร์
  • วันศุกร์ขึ้นหรือแรม 3 ค่ำ ไม่ดีกับคนวันเสาร์และวันพุธกลางคืน
  • วันเสาร์ขึ้นหรือแรม 6 ค่ำไม่ดีกับคนวันจันทร์ อังคาร พุธ

วันที่ห้ามรับเครื่องรางเข้าบ้านหรืออัญเชิญเข้าสู่สถานที่นั้นๆ เรียกว่า วันกาลทิน คือวันที่มีแต่ความทุกข์ ได้แก่ วันอาทิตย์ขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ วันจันทร์ขึ้นหรือแรม 6 ค่ำ วันอังคารขึ้นหรือแรม 10 ค่ำ วันพุธขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ วันพฤหัสบดีขึ้นหรือแรม 10 ค่ำ วันศุกร์ขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ วันเสาร์ขึ้นหรือแรม 7 ค่ำ

เมื่อต้องรับเอาเครื่องรางกลับมาบูชาควรกระทำในวันดังต่อไปนี้คือ วันราชาโชค ผู้ใหญ่จะเมตตาอุปถัมภ์ วันอาทิตย์ขึ้นหรือแรม 6 ค่ำ วันจันทร์ขึ้นหรือแรม 3 ค่ำ วันอังคารขึ้นหรือแรม 9 ค่ำ วันพุธขึ้นหรือแรม 6 ค่ำ วันพฤหัสบดีขึ้นหรือแรม 10 ค่ำ วันศุกร์ขึ้นหรือแรม 1 ค่ำ วันเสาร์ขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ วันลาภะโชค คือวันที่มีโชคลาภมาก วันอาทิตย์ขึ้นหรือแรม 13 ค่ำ วันจันทร์ขึ้นหรือแรม 9 ค่ำ วันอังคารขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ วันพุธ ขึ้นหรือแรม 6 ค่ำ วันพฤหัสบดีขึ้นหรือแรม 10 ค่ำ วันศุกร์ขึ้นหรือแรม 4 ค่ำ วันเสาร์ขึ้นหรือแรม 3 ค่ำ



วิธีการบูชาเครื่องรางของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ อันที่จริงก็มีหลากหลายกรรมวิธี แต่ที่นิยมทำกันสรุปได้ดังนี้คือ เครื่องรางที่เป็นพระพุทธรูปสำคัญ เช่น พระพุทธชินราช หลวงพ่อโสธร พระสังกัจจายนะ พระสิวลี เหรียญรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ต่างๆ เช่นหลวงพ่อคูณ หลวงปุ่ศุข วัตถุมงคลที่ปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์ เช่น เบี้ยแก้ สีผึ้ง ตะกรุดผ้ายันต์ต่างๆ เครื่องรางที่มีรูปของเทพเจ้า เช่น เจ้าแม่กวนอิม เจ้าพ่อกวนอู พระพิฆเณศ พระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม พ่อแก่ หรือแม้แต่เหรียญ รูปเหมือน ผ้ายันต์รูปพ่อปู่พระยานาค แก้วนาคราช ควรอัญเชิญไว้ในที่สมควรจะดีกว่าไม่ควรพกติดตัวเพราะบางครั้งต้องเข้าสังคมต้องมีไปงานเลี้ยงสังสรรค์ดูจะไม่เหมาะสม ท่านต้องการที่สงบ  บางคนกลัวว่ามีคนมาเห็นเครื่องรางของท่านแล้วเครื่องรางจะไม่ขลัง อยู่ที่การสวดมนต์ภาวนาและตั้งจิต ผู้เขียนเครื่องรางเคยหายเพราะมีคนมาหยิบไป สุดท้ายกลับมาคืนที่แล้วคนที่เอาไปเดินมาบอกด้วยว่าหยิบไป นี่คือตัวอย่าง

การภาวนาเมื่อจะถือเครื่องรางใดๆ นั้นควรทำจิตใจให้สงบเสียก่อน แต่โบราณมีพระคาถาให้ภาวนาถ้าจะเรียกทรัพย์การเงินให้ตั้งนะโม 3 จบก่อนแล้วภาวนาด้วยบทนี้ เอหิปฐวีพรหมา (ตั้งจิตบูชาพระพรหม) เอหิอาโปอินทรา (ตั้งจิตบูชาพระอินทร์) เอหิเตโชนารายะ (ตั้งจิตอัญเชิญพระนารายณ์) เอหิวาโยอิศรา (ตั้งจิตอัญเชิญพระศิวะ-พระอิศวร) นะโมพุทธายะ ทะนะมะพะ จะภะกะสะ มะอะอุนะ อุนะนะอุ อุมะมะอุ อุอะมะอะ สวด 12 ครั้งกระทำอะไรก็จะสำเร็จดั่งใจปรารถนา

โดย…ซินแสทวิณัฐ คำพันธุ์


avatar
by Fortune Teller House

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon