เคลมประกัน ซื้อแล้วทำไมเคลมไม่ได้

posted: 3 years ago
2,573 views
เคลมประกัน ซื้อแล้วทำไมเคลมไม่ได้

comments

 

เคลมประกัน

“ทำไม เคลมประกันไม่ได้?” คำถามที่ยังคงค้างคาใจผู้ทำ ประกันภัยรถยนต์อยู่ บ้างก็ได้ยินจากคนใกล้ตัว บ้างก็ประสบกับปัญหานี้ด้วยตัวเอง! จริงๆแล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเลยเชียวล่ะ เราจะขอยกตัวอย่างการนำหลัก “Cash before Cover”  ที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.มาใช้กับการประกันภัยรถยนต์ มาทำความรู้จักกับหลัก Cash before Cover กันดีกว่า

Viriyah Insurance

ประกันรถยนต์

หลัก Cash before Cover เรียกแบบง่ายๆคือ “จ่ายก่อนคุ้มครองทีหลัง” เมื่อคุณตกลงใจทำประกันภัยรถยนต์แล้ว คุณจะต้องชำระค่าเบี้ยให้กับตัวแทน หรือบริษัทประกันภัยก่อน จึงจะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ซึ่งได้กำหนดใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 ทั้งกับการประกันภัยรถยนต์ตามพ.ร.บ. และประกันภัยแบบภาคสมัครใจ

ข้อดีของหลักการนี้ได้แก่

  • ช่วยลดโอกาสเกิดข้อพิพาทระหว่างบริษัทประกันภัยกับผู้เอาประกันภัย เพราะเดี๋ยวนี้การซื้อขายประกันภัยรถยนต์ ผ่านทางโทรศัพท์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่การทำประกันในลักษณะนี้ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดข้อขัดแย้งขึ้น ในกรณีรถคันเอาประกันภัยเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องการ เคลมประกัน ซึ่งบางครั้งเมื่อเกิดเคลมขึ้นแล้วผู้เอาประกันภัยต้องรอให้บริษัทประกันภัย ส่งกรมธรรม์ให้ก่อนจึงมีการแจ้งเคลมได้
  • เป็นเครื่องมือช่วยบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทประกันภัยที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ได้รับชำระเบี้ยประกัน
  • ช่วยป้องกันการฉ้อโกงของผู้ขายประกันภัย ป้องกันการรับเงินของลูกค้าแล้วไม่นำส่งบริษัทประกันภัย ที่จะเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยเกิดความเสียหายได้

ไม่สามารถ เคลมประกัน ได้ ยังมีอีกหลายสาเหตุ 

1.กรอกแบบฟอร์มการเคลมไม่ครบถ้วน

การระบุรายละเอียดไม่ครบถ้วน ถือเป็นการจงใจไม่เปิดเผยข้อมูล ด้วยเหตุนี้หากเกิดการผิดพลาดหรือเรียกร้องขึ้นบริษัทจะไม่สามารถอ้างอิงได้ว่าคุณเป็นผู้ให้ข้อมูล

Bangkok Insurance

2.ส่งหลักฐานให้บริษัทประกันไม่ครบถ้วน

หากเอกสารที่คุณส่งไปไม่ครบตามที่บริษัทประกัน หรือ เจ้าหน้าที่บริษัทประกันแจ้งไว้ ก็จะทำให้การเคลมประกันช้าลง หรือ ทำให้บริษัทประกันเดินเรื่องต่อไปไม่ได้ อาจจะด้วยข้อมูลที่ไม่เพียงพอหรือคุณขาดหลักฐานบางอย่างที่ทางบริษัทต้องการ

เขียน

3.รายละเอียดเกี่ยวกับความคุ้มครองในกรมธรรม์บางประการ

ส่วนนี้อาจจะเป็นช่องโหว่ของตัวกรมธรรม์เองที่เรานั้นไม่ทันได้สังเกต อาจจะเพราะอ่านไม่เข้าใจ อ่านไม่ละเอียดพอ ไม่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อทำความเข้าใจให้ถูกต้องก็เป็นได้ กรณีนี้ก็ต้องทำใจ เพราะอาจจะทำอะไรไม่ได้ ถือซะว่าเป็นบทเรียน(ราคาแพง)

4.เงื่อนไขอยู่นอกเหนือกรมธรรม์

คุณอาจถูกปฏิเสธการเคลมประกันรถยนต์ ถ้าเงื่อนไขของคุณอยู่นอกเหนือกรมธรรม์ประกันภัย นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเวลาซื้อประกันรถยนต์คุณถึงต้องอ่านรายละเอียดประกันให้ดีก่อน

เคลมประกัน

5.ใช้ยานพาหนะนอกเหนือจากจุดประสงค์การใช้งาน

หากคุณได้ระบุไว้ว่าจะใช้รถยนต์สำหรับการใช้งานส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์ แล้วคุณดันนำไปใช้นอกเหนือจากจุดประสงค์การใช้งาน นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทไม่รับประกันอีกสาเหตุหนึ่ง ทั้งนี้หากคุณจะใช้สำหรับการทำงาน ก็ให้ระบุลงไปในใบแจ้งเคลมด้วย

6.เอาชื่อคนอื่นมาใช้

การที่คุณทำประกันรถยนต์ในชื่อของคนอื่น โดยไม่ใช้ชื่อคนขับรถหลักของรถยนต์คันนั้น ไม่ว่าจะเพื่อเพื่อให้ได้เบี้ยประกันที่ถูกกว่าหรืออะไรก็ตามแต่ ถือว่าเป็นการเอาชื่อคนอื่นมาแอบอ้างและหลอกลวงบริษัทประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เหตุนี้บริษัทมีสิทธิไม่รับประกันได้ตามที่ถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

คนอื่น

7.ไม่พกใบขับขี่

คุณไม่ควรขับรถหากไม่มี หรือ ไม่พกใบขับขี่ นอกจากจะผิดกฎหมายและต้องจ่ายค่าปรับแล้ว ยังมีผลเสียต่อตนเองหากเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องเคลมประกันรถยนต์ ทางที่ดีคืออย่าปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุ ต่อใบขับขี่ประจำเพื่อเลี่ยงปัญหายุ่งยากที่อาจจะตามมา

8.ขับรถโดยประมาทหรือผิดกฎจราจร

หากเกิดอุบัติเหตุ แล้วคุณยื่นเรื่อง เคลมประกัน บริษัทประกันภัยจะสืบดู ว่าสิ่งที่คุณแจ้งมานั้นเป็นความจริงหรือไม่ หากพบว่า เมื่อรถของคุณประสบอุบัติเหตุ หรือ ตอนได้รับความเสียหายนั้นคุณกระทำผิดกฎหมาย ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด ฝ่าไฟแดง หรือขับสวนเลน คุณอาจจะโดนปฏิเสธการเคลมประกันครั้งนั้นได้

รถชน

9.แจ้งข้อมูลเท็จ

หากคุณทำการปรับ เสริม เติมแต่งรถยนต์ของคุณ ไม่ว่าจะเล็กน้อยขนาดไหนก็ตาม คุณจะต้องแจ้งให้บริษัทประกันของคุณทราบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงต่อเติม เพื่อทางบริษัทประกันจะได้ทำการคำนวณ และ ประเมินเบี้ยประกันใหม่ หากคุณไม่แจ้ง แล้วเกิดอุบัติเหตุ ทางพนักงานประกันมาตรวจพบว่ามีการตกแต่งเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งบริษัท หรือ หากคุณเขียนข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายของรถยนต์ที่เกินจริงเพราะต้องการเงินประกันมากขึ้น ทั้งหมดนี่ถือว่าคุณแจ้งข้อมูลเท็จ ทางบริษัทมีสิทธิปฏิเสธการเคลมประกันของคุณได้ตามกฎหมาย

10.ไม่จ่ายเบี้ยประกัน 

หากคุณสมัครกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไปแล้ว แต่ไม่ยอมจ่ายเบี้ยรายเดือน รายปี อันนี้ คิดว่าคงไม่มีใครจะมารับประกันรถยนต์ให้คุณแน่นอน ไม่ว่าจะหลงลืม หรือมองข้าม สุดท้ายก็จะจบที่เดียวกัน คือ ถูกปฏิเสธการเคลมประกัน

เคลมประกัน

หากคุณคิดว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ คุณไม่ควรถูกปฏิเสธการเคลมแล้วละก็

คุณสามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้

1.อ่านรายละเอียดกรมธรรม์

ดูว่าเหตุผลที่บริษัทประกันปฏิเสธการเคลมประกันของคุณตรงกับข้อมูลกรมธรรม์ของคุณหรือไม่ จดคำที่ดูคลุมเครือ หรือ ส่วนที่ไม่ชัดเจนใส่กระดาษ รวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วติดต่อสอบถามกับผู้เชี่ยวชาญ ช่างซ่อม หรือ ตัวแทนบริษัทประกันภัยของคุณเพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลและทำการการประเมินใหม่อีกครั้ง

2.เขียนจดหมายถึงบริษัทประกันภัยรถยนต์

เขียนจดหมายพร้อมระบุชื่อ นามสกุลเต็ม รหัสกรมธรรม์ของคุณ และรายละเอียดว่าคุณต้องการโต้แย้งการปฏิเสธการเคลมประกันของบริษัทในข้อใด แนบเอกสารเพื่อสนับสนุนเหตุผลของคุณว่าทำไมคุณคิดว่าคุณควรได้รับการคุ้มครองมาด้วย สุดท้ายคือควรบอกด้วยว่าคุณต้องการให้บริษัทประกันทำอย่างไร เช่น รับเคลมประกันบางส่วน หรือ รับเคลมประกันทั้งหมด ด้วยเหตุผลอะไร

สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญของการเป็นผู้บริโภคคือเราจะต้อง ตรวจสอบรายละเอียดการประกัน ให้ครบถ้วนก่อน ว่าเราจะได้สิ่งที่เราต้องการจริงๆ หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจ ข้อความคลุมเครือคุณสามารถรวบรวมไว้แล้วติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอให้เขาชี้แจงรายละเอียดให้คุณเพิ่มเติม เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียสิทธิเพราะความประมาทหรือรู้ไม่เท่าทันนั้นเอง

Banner


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon