เคล็ดลับสำหรับ นักลงทุน มือใหม่

posted: 3 years ago
1,525 views
เคล็ดลับสำหรับ นักลงทุน มือใหม่

comments

เคล็ดไม่ลับ นักลงทุน มือใหม่

หุ้นคืออะไร?

Viriyah Insurance

หุ้น ตามความหมายในตลาดหลักทรัพย์ คือการเข้าร่วมหุ้นกับบริษัทใหญ่ๆ ที่เสนอขายหุ้นส่วนของบริษัทให้ประชาชนทั่วไปผ่านตลาดหลักทรัพย์ที่มีการควบคุมจากหน่วยงานของตลาดหลักทรัพย์อีกทีเพื่อป้องกันการโกงนั่นเอง

เงินที่ได้จากกายขายหุ้นให้กับคนทั่วไป บริษัทก็จะเอาไปลงทุนในกิจการของตัวเอง ส่วนคนซื้อหุ้น ถ้าการลงทุนของบริษัทได้กำไร เราก็ได้กำไรจากส่วนแบ่งของธุรกิจนั้นๆไปด้วยเหมือนกัน ในรูปแบบของเงินปันผล

บางบริษัทก็มีนโยบาย ว่าจะจ่ายเงินปันผลให้ส่วนหนุ่งก่อน อีกส่วนจะเอากลับไปลงทุนขยายกิจการ สร้างธุรกิจเพิ่ม ทำให้ธุรกิจเติบโต ก็ทำให้หุ้นราคาสูงขึ้นไปด้วย ใครทีถือหุ้นของบริษัทนั้นๆอยู่ ก็ได้กำไรมากขึ้นตามไปเป็นเงานั่นเอง แต่หากบริษัทขาดทุน ผู้ถือหุ้นอย่างเราๆก็ขาดทุนตามไปด้วยนั่นเอง

ข้อดีของการซื้อหุ้นในตลาดหุ้น

1. โกงยากกว่า เพราะตลาดหลักทรัพย์เป็นหน่วยงานที่คอยควบคุม
2. ได้ลงทุนกับธุรกิจที่มีความมั่นคงกว่า ลงทุนกับบริษัทขนาดใหญ่ มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ หรือ ธนาคารมากกว่าธุรกิจขนาดเล็กทั่วไปหากประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ
3. สภาพคล่องสูงกว่า เปลี่ยนหุ้นเป็นเงินได้เร็วกว่า หุ้นขายง่าย ขายคล่องกว่า
4. ไม่ต้องบริหารเอง มีผู้บริหาร และ ทีมงานฝีมือดีจัดการหุ้นให้ อุ่นใจกว่ากันเยอะเลย

หลายท่านที่อยากเป็นนักลงทุน อาจจะเข้าใจว่าเหล่านักลงทุนมือฉมังนั้น มีเคล็ดลับ มีสูตรพิเศษส่วนตั๊ว-ส่วนตัวที่ทำให้ลงทุนหุ้นได้ดี ได้กำไรทุกครั้งที่ลงทุน แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น เรามาดูกันดีกว่า ว่ามีหลักการอะไรสำคัญๆ ที่เราควรจะรู้ไว้ เพื่อที่จะช่วยให้เป็นแนวทางการเอาตัวรอดในตลาดหุ้นบ้าง โดยหลักการต่อไปนี้ เป็นหลักการง่ายๆ เข้าใจง่าย ที่แม้แต่นักลงทุนมือเก๋าก็ใช้กันทุกวันนี้

กฎเหล็กการลงทุน

  บทความที่เกี่ยวข้อง:

 กฎเหล็กใน การลงทุน (สำหรับทุกมือ)

เคล็ดลับ ที่ไม่ลับ สำหรับนักลงทุนมือใหม่

1. ศึกษาหาความรู้

สิ่งสำคัญก่อนที่จะลงมือซื้อขายหุ้นเลย ก็คือ การศึกษาหาความรู้ให้ละเอียดซะก่อน จะทำอะไร จะกระโดดลงไปทำเลย แล้วค่อยไปตายเอาดาบหน้าอันนั้นจะหมดตัวเองง่ายๆ หลายคนคิดว่าการเล่นหุ้น ง่าย ซื้อๆขายๆ แค่นั้นเอง แต่จริงๆแล้วยังมีรายละเอียดที่จะต้องดูอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น แนวโน้มตลาด จะซื้อจะขายต้องขาขึ้นขาลง จะซื้อขายยังไง เกณฑ์เปอร์เซ็นต์กำไรขาดทุนเท่าไหร่ เป็นมือใหม่แล้วจะเอาตัวรอดในตลาดหุ้นยังไง

Dhiphaya Insurance

2. การซื้อหุ้นให้ซื้อตอนขาขึ้น

เวลาตลาดโดยรวมอยู่ในช่วงขาลง จะมีจำนวนหุ้นรายตัวที่ลงมากกว่าขึ้น คือสมมติ ดัชนี SET ตก เราจะเห็นได้ว่ามีหุ้นขึ้น 50 ตัว นิ่งๆ 100 ตัว มีหุ้นลงอีก 300 ตัว ประมาณนี้ เวลาตลาดโดยรวมเป็นขาขึ้น ก็จะเห็นจำนวนหุ้นรยตัวที่ขึ้นมากกว่าจำนวนหุ้นที่ลง จะตัดสินใจอยู่เฉยๆ ไม่ซื้อไม่ขายก็ได้ ก็เป็นกลยุทธ์แบบหนึ่งเหมือนกัน บางทีส่วนต่างที่จะได้เสียมันน้อย ก็ไม่ต้องทำอะไรก่อน ดูไปเรื่อยๆก่อนก็ไม่ผิด ถ้าตลาดรวมเป็รขาขึ้น แล้วเราค่อยซื้อ ก็ไม่มีใครว่า ไม่ผิด

สิ่งสำคัญคือต้องศึกษาหุ้นตัวที่เราอยากซื้อ แล้วก็ศึกษาแนวโน้มของตลาด ว่าหุ้นตัวนั้น มีดียังไง มีแนวทางการขึ้นลงยังไงบ้าง เพื่อให้กะเกณฑ์ได้ถูกต้องนั่นเอง

3. วิธีการดูแนวโน้มหุ้น

การดูแนวโน้มหุ้น ก็เหมือนกับการดูแนวโน้มของตลาดหุ้น ต้องรู้จักใช้ เส้นค่าเฉลี่ย หรือ Moving Average Article ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ราคาของหึ้น เป็นจุดเปลี่ยนของแนวโน้ม เป็นตัวสัญญาณซื้อขาย แนวรับ แนวต้านราคาหุ้นในช่วงระยะเวลาต่างๆด้วย

วิธีการกำหนดเส้นค่าเฉลี่ยน จะขึ้นอยูกกับเวลาการลงทุน หรือ รอบการลงทุน ว่าจะกำหนดเส้นค่าเฉลี่ยให้อยู่ตรงไหน ส่วนที่ใช้กันทั่วๆไป มีดังต่อไปนี้

5 วัน (1 สัปดาห์) สำหรับการลงทุนระยะสั้น

10 วัน (2 สัปดาห์) สำหรับการลงทุนระยะสั้น

25 วัน (ประมาณ 1 เดือน) สำหรับการลงทุนระยะกลาง

75 วัน (ประมาณ 1 ไตรมาส) สำหรับการลงทุนระยะกลาง

200 วัน (ประมาณ 1 ปี) สำหรับการลงทุนระยะยาว

การลงทุนตลาดหุ้น
Photo Credit: Dick Thomas Johnson via Compfight cc

4. อย่าซื้อหุ้นที่ยังไม่ขึ้น รอให้อยู่ขาขึ้นค่อยซื้อ

หุ้นที่ยังไม่ขึ้น คือ พวกหุ้นสันหลังยาว ยังไม่อยากจะขึ้น เวลาตลาดหุ้น (SET) ปรับตัวขึ้น หุ้นบางตัวจะขยัน ก็จะขยับขึ้นไปก่อน บางตัวจะนิ่ง ไม่ขึ้น คนส่วนมากจะให้ความสนใจกับหุ้นที่ขยับเล็กน้อย หรือ ยังไม่ออกตัวเพราะคิดว่าหุ้นเหล่านี้จะมีสิทธิ์ขุ้นตามตลาดได้ แต่จริงๆแล้ว การซื้อหุ้นขี้เกียจ หรือ หุ้นที่ยังไม่ขยับขึ้นตามตลาด แม้ว่าตลาดอยู่ในขาขึ้นก็ตาม เป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งน้อยกว่า เทียบกับตลาด คือไม่มี Relative Strength และหุ้นพวกนี้เองที่จะไม่ได้รับความสนใจจากคนซื้อขายในตลาด ไม่ว่าหุ้นจะดูน่าสนใจแค่ไหน ก็ขอให้ตัดใจปล่อยเค้าไปเถอะนะ

ดังนั้น หากตั้งใจจะซื้อหุ้น หุ้นขี้เกียจให้ปล่อยทิ้งไป อย่าหวังว่าสักวันมันจะขยันขึ้นมา ให้เลือกซื้อหุ้นที่ขยับตามตลาด ตลาดขึ้น หุ้นก็ขยับตาม อันนี้ซื้อได้เลย

5. ขาดทุนครั้งละไม่เกิน 1% ของเงินลงทุน

ข้อนี้ก็สำคัญ คือเราจะต้องตั้งจุดตัดการขาดทุนของเราไว้เสมอ ไม่ใช่เล่นไปเรื่อยแล้วไม่รู้ว่าขาดทุนแล้วจะต้องหยุดตรงไหน อย่าเสี่ยงจะเสียเงินมากเกินไปต่อการซื้อขายแต่ละครั้ง จะหมดตัวเอาไม่รู้ตัว

การซื้อขายหุ้นก็ต้องมีการจัดการบริหารเงินอย่างถูกต้อง ดังนั้น วิธีการบริหารเงินที่ดีที่สุด คือการกำหนดให้การซื้อขายแต่ละครั้ง ไม่ให้มีการขาดทุกเกิน 1% (สำหรับมือใหม่) ของเงินลงทุน (มือเก๋าอาจจะตั้งไว้ 2-3% ก็ได้) ส่วนนี้ก็เพื่อให้มือใหม่ไขปัญหาหุ้น มีเงินเหลือสำหรับซื้อขายหุ้นได้อีกหลายๆครั้งไม่ใช่ลงตู้มครั้งเดียวหมดตัว กำหนดจุดขาดทุนแบบนี้จะช่วยให้กลางคืนนอนได้ กลางวันกินดี สบายใจ

6. อย่าไปเครียดกัน indicator จนเกินไป

อย่าไปแคร์กับ Indicator มากนัก
Indicator เป็นการดัดแปลงเอาราคา และ ปริมาณการซื้อขายมาใส่สูตรคำนวณ ให้ได้ค่า Indicator ทำให้สามารถเห็นกราฟการขยับตัวของปริมาณการซื้อขาย และ ราคาที่ซื้อขาย เพื่อให้เราเห็นได้ว่า เทรนด์ตลาดเป็นยังไง คนที่เข้ามาซื้อขายคิดอะไร ทำอะไรอยู่ น่าจะทำอะไรต่อไป

มือใหม่ทั้งหลาย อยากจะขอให้อย่าให้ความสำคัญกับ Indicator มากไป แต่หันมาให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ราคา กับ ปริมาณการซื้อขายก่อนดีกว่า คือ เอา Indicator ทิ้งไป แล้วดูว่า การเคลื่อนที่ของราคาเป็นยังไง กลุ่มไหนเข้ามาซื้อขายหุ้น ทำอะไร คิดอะไร อารมณ์ไหน ปรับเปลี่ยนไปในทิศทางไหนบ้าง นี่จะเป็นการให้สัญญาณกับเราได้ดีกว่า การใช้ Indicator

เก่งเมื่อไหร่แล้วค่อยใช้ Indicator ก็ได้ เอาไว้มองผ่านๆ เร็วๆ ว่ามันสนับสนุนการตัดสินใจหรือไม่ ยังไง แค่นั้นเอง

ตีแผ่ เคล็ดลับหุ้น สำหรับนักลงทุนมือใหม่


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon