เงินเดือนเราหายไปไหน ลองกลับไปถามใจอีกที

posted: 2 years ago
เงินเดือนเราหายไปไหน ลองกลับไปถามใจอีกที

comments

สำหรับคนที่เริ่มต้นทำงานหรือทำงานมาได้สักพักก็ตาม อาจจะเจอปัญหาเดียวกันว่าทำไม ‘เงินเดือน’ เราหมดเกลี้ยงทุกทีเวลาใกล้สิ้นเดือน หรือรู้สึกว่าเงินเดือนทำไมไม่พอใช้เลย จริงๆ แล้วปัญหาเรื่องเงินเดือนไม่พอใช้ มีโอกาสเกิดได้สำหรับทุกๆ คน สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุดก็คือ ‘รายจ่าย’ ถ้าเราสามารถ ‘ลดรายจ่าย’ หมายความว่าเราจะมีเงินออมมากขึ้น ก่อนที่เราจะดูว่าเราจะสามารถจัดการรายจ่ายได้อย่างไรบ้าง เริ่มแรกเราต้องรู้ก่อนว่ารายจ่ายจริงๆ แล้วสามารถจำแนกได้ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

1. รายจ่ายคงที่ (Fixed Expense)

ก็เช่นค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน ค่าเบี้ยประกัน ค่าประกันสังคม ฯลฯ ที่เรารู้แน่ๆ ว่าต้องจ่ายทุกเดือนเป็นจำนวนเท่าไหร่แบบเป๊ะๆ ปรับลดหรือเพิ่มได้ยาก

2. รายจ่ายผันแปร (Variable Expense)

ตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่นพวก ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าสันทนาการต่างๆ ค่าเสื้อผ้า รูปแบบของรายจ่ายประเภทนี้จะเป็นประเภทที่ถ้าเราใช้เยอะ รายจ่ายส่วนนี้ก็จะเยอะ แต่ถ้าเราใช้ลดน้อยลงก็จะจ่ายน้อยลง มีการปรับลดหรือเพิ่มได้ง่าย

หมายความว่าค่าใช้จ่ายที่เราสามารถจัดการได้ทันทีก็คือ ‘รายจ่ายผันแปร’ เพราะว่าเป็นรายจ่ายที่สามารถจัดการได้ทันที ซึ่งรายจ่ายแปรผันสำหรับมนุษย์เงินเดือนเรียกว่าสิ้นเปลืองและเป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือ ‘เครื่องดื่ม’ ซึ่งในปัจจุบันได้กลายมาเป็นรายจ่ายที่สูงจนหลายๆ คนคาดไม่ถึงเลยล่ะ ลองคิดดูว่าตอนนี้เครื่อมดื่มต่างๆ เช่น กาแฟตอนเช้า ที่เหมือนจะเป็นยาชูกำลังสำหรับหลายๆ คน กาแฟแบบร้านทั่วๆ ไป อย่างน้อยๆ ก็ต้องจ่าย 40-50 บาท

coffee-983955_960_720

 
สมมติว่ากาแฟแก้วละ 40-50 บาท โดยทั่วไปเราจะทำงานกันเดือนละประมาณ 23 วัน โดยเฉลี่ย แสดงว่าในแต่ละเดือนจะมีรายจ่ายค่ากาแฟต่อเดือนสูงถึง 920-1,150 บาท แล้วสำหรับบางคนต้องมีต่อในช่วงบ่ายเป็น ‘ชานมไข่มุก’ ถ้าสมมติในราคาเท่ากับกาแฟก็จะมีรายจ่ายเพิ่มเติมอีก 920-1,150 บาทต่อเดือน แล้วเราลองรวมรายจ่ายเล่นๆ ดูเฉพาะเครื่องดื่มยังไม่รวมค่าข้าวค่าขนมต่างๆ อีกก็สูงถึง 1,840-2,300 บาทต่อเดือนเข้าไปแล้ว ลองคิดเล่นๆ ว่าสำหรับเงินเดือนเริ่มต้นของนิสิต นักศึกษาจบใหม่โดยเฉลี่ยที่ 15,000 บาท ถ้าเราสามารถประหยัดรายจ่ายส่วนนี้ได้ เราจะมีเงินเก็บมากกว่า 15% ในแต่ละเดือน


อันนี้แค่รายจ่ายสิ้นเปลืองรายการเดียวเท่านั้น บางคนมีรายจ่ายสิ้นเปลืองเยอะมากเช่น ค่าอาหารที่กินดีกินหรูทุกวัน บางคนก็จะมีค่าช้อปปิ้งโดยเฉพาะเสื้อผ้า รองเท้า หรือสำหรับหลายๆ คน คืนวันศุกร์แทบจะออกไปเที่ยวกันทุกอาทิตย์ พอรวมๆ กันก็จะเป็นรายจ่ายที่สูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ถ้าเราอยากรู้ว่าปัจจุบันรายจ่ายของเราหลักๆ หมดไปกับเรื่องอะไรบ้างแนะนำว่าให้ทำ ‘
บัญชีรายรับ-รายจ่าย’ กันดู

coins-948603_960_720

เริ่มต้นลองทำสัก 1-2 เดือน เราก็จะพอเริ่มรู้รายละเอียดของค่าใช้จ่ายของเราในแต่ละเดือนว่าหมดไปกับอะไรบ้าง จากนั้นก็ลองมาดูว่าเราสามารถจัดการรายจ่ายตรงส่วนไหนได้บ้าง ข้อแนะนำก็คือเวลาที่เราบริหารเงินไม่ควรใช้วิธีการหักดิบ ไม่ควรงดกาแฟไปเลยแบบถาวรทันที แต่แนะนำว่าให้ ลดความถี่’ ในการบริโภคลงก่อนในช่วงแรก เช่น เราอาจจะกำหนดว่าจากเดิมที่ดื่มกาแฟทุกเช้าอาจจะเหลือ วันจันทร์ พุธ ศุกร์แบบวันเว้นวัน แล้ววันอังคาร กับพฤหัสบดีก็ดื่มของออฟฟิศที่เค้ามีบริการให้แทน เป็นต้น

แต่ถ้าสำหรับใครที่บริหารเงินแล้วก็ยังไม่เหลือเงินเก็บเพราะว่าอดใจไม่ได้ เก็บเงินไม่ค่อยอยู่เหมือนเดิม สุดท้ายใช้หมดทุกที มีอีกคำแนะนำนึงว่าให้ลองเปลี่ยน ‘สมการการเงิน’ ในหัวก่อนเลย ลองถามตัวเองว่าตอนนี้ สมการการเงินในหัวเราเป็นแบบไหน


‘รายได้’ เข้ามา เราใช้จ่ายไปก่อนแล้วค่อยเหลือ ‘เงินออม’
(รายได้ รายจ่าย = เงินออม)
หรือ
‘รายได้’ เข้ามา เราหักเงินออมก่อนแล้วค่อยเป็น ‘ค่าใช้จ่าย’
(รายได้ เงินออม = ค่าใช้จ่าย)


สมการการเงินที่ถูกต้องจะต้องเป็นแบบหลัง เมื่อเรามี ‘
รายได้’ สิ่งที่ควรทำก็คือหัก ‘เงินออม’ ออกก่อนแล้วจากนั้นทีเหลือค่อยเป็นค่าใช้จ่าย เพราะโดยธรรมชาติแล้วคนเราสามารถปรับตัวกับ ‘ข้อจำกัด’ ได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ลองนึกถึงตอนเราสิ้นเดือนเงินใกล้หมด จากตอนต้นเดือนกินดีอยู่ดีแต่พอใกล้ๆ ปลายเดือนเราก็จะสามารถบริหารเงินจนรอดสิ้นเดือนมาได้ทุกครั้งเพราะเงินในบัญชีกำลังจะหมด

money-256313_960_720

แต่ถ้าเราไม่หักเงินออมออกไปเก็บก่อน เราก็มีโอกาสที่จะใช้จนหมด จนไม่เหลือเงินเก็บทุกครั้งไป แต่แหล่งเก็บเงินออมที่เราหักออกมาในกรณีนี้ แนะนำว่าควรเป็นแหล่งเก็บเงินเบิกถอนยากสักหน่อยเช่น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กันเงินก้อนนี้ไปยาวๆ 7 ปีกันเลยหรือไม่ก็ลองเริ่มต้นที่ฝากประจำก็ไม่เลวเช่นกัน เพราะว่าถ้าเราต้องถอนเงินที่เราหักออกมาใช้แล้วมีโทษปรับ ถ้าเป็น LTF ถ้าเราถอนก่อน 7 ปีก็จะโดนโทษปรับทั้งภาษีที่ลดหย่อนไป รวมถึงกำไรจากการขายกองทุนอีกด้วย เมื่อเรามีบทลงโทษโอกาสที่เราจะหยิบเงินออกมาใช้ก็น้อยลงเช่นกัน


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon