5 หนทางหาเงินทุน สำหรับผู้ที่มีเงินเดือนแค่ 15,000 บ.ต่อเดือน

posted: 8 months ago
1,072 views
5 หนทางหาเงินทุน สำหรับผู้ที่มีเงินเดือนแค่ 15,000 บ.ต่อเดือน

comments

ปัจจุบันเงินเดือนสตาร์ทของนักศึกษาจบใหม่มักอยู่ที่เดือนละ 15,000 บาท มองดูเหมือนจะมากเมื่อเทียบกับช่วง 10 กว่าปีที่เด็กจบใหม่เงินเดือนมักจะได้แค่เดือนละ 7,000 – 8,000 บาท เท่านั้น แต่เมื่อลองพิจารณาดูอย่างรอบคอบแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับค่าครองชีพในทุกวันนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นรายรับที่สวนทางกับรายจ่ายพอสมควร และหากไม่รู้จักจัดการวางแผนการใช้เงินให้ดีควักจ่ายออกไปแบบไม่ทันยั้งคิด ก็สามารถหมดไปอย่างรวดเร็วก่อนจะถึงช่วงสิ้นเดือนได้เหมือนกัน ดังนั้นแล้วเราควรจะต้องหาแหล่งเพิ่มรายได้ที่จะช่วยให้เราสามารถมีเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หรือเป็นเงินเก็บสำรอง หรือเพื่อการลงทุนในอนาคตได้ โดยเริ่มกันที่…

• ออมตั้งแต่เริ่มทำงาน แม้จะเป็นการเริ่มต้นด้วยเงินที่ไม่มากมายนัก มันก็สามารถกลายเป็นเงินออมในปริมาณมากได้ไม่แพ้คนที่มีเงินเดือนสูง ๆ เลยทีเดียว แต่ต้องทำให้ติดเป็นนิสัยจนเคยชิน โดยเริ่มลองหักเงินสักประมาณ 10 – 15% ของรายได้ นำไปฝากในบัญชีธนาคารทุก ๆ เดือน โดยสามารถเริ่มต้นจากบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาก่อน

• ออมด้วยหุ้น พอได้ยินคำว่าหุ้นหลายคนคงจะกลัวเพราะนอกจากจะมีความเสี่ยงสูงแล้วอาจจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากในการออม ซึ่งปัจจุบันการออมในหุ้นมีให้เลือกแบบเป็นรายเดือน โดยขั้นต่ำเริ่มต้นออมได้ที่ 1,000 บาทต่อเดือน และยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงิน ถือว่าเป็นการออมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เมื่อพูดถึงหุ้นแล้วถือว่าเป็นการออมที่เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงควรศึกษาให้ดีก่อนการลงทุนทุกครั้ง

• ออมด้วยฉลากต่าง ๆ ปัจจุบันมีสลากออมทรัพย์ออกมามากมาย เช่น ฉลากออมสิน หรือฉลากธกส. เป็นต้น ซึ่งถือว่าว่าเป็นการออม หรือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีแถมเงินต้นก็ยังอยู่ อีกทั้งยังได้ลุ้นรางวัลอีกด้วย

• ทำงานพิเศษ ถ้ามีเวลาเหลือจากการทำงานประจำแล้ว การหาอาชีพเสริมทำก็ถือว่าเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง โดยการหาของที่ตลาดกำลังต้องการมาขาย หรือรับจ้างทำงานตามความถนัดของตัวเอง เช่น สอนพิเศษ แปลภาษา เขียนบทความ ขายของออนไลน์ การตกแต่งภาพ ทำภาพกราฟิก ฯลฯ

• สินเชื่อส่วนบุคคลหรือการกดเงินสดจากบัตรเครดิต เป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้เงินสดมาใช้จ่ายก่อน เพื่อให้เราได้ต่อยอดธุรกิจให้มีความก้าวหน้า และไม่ติดขัดต่อการทำธุรกิจ แต่สิ่งที่ต้องพึ่งระวังก็คือ ความมีวินัยในการชำระเงินคืนนั่นเอง เพราะถ้าเราจ่ายตรงเวลาครบหมดตามกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้หรือจ่ายครบก่อนกำหนด แน่นอนว่าคุณจะเป็นลูกค้าชั้นดีที่จะได้วงเงินเพิ่มและเป็นการสร้างประวัติความน่าเชื่อถือในอีกทางหนึ่ง แม้ว่าครั้งต่อไปที่มาขอกู้เงินอีกก็จะได้รับการพิจารณาในระดับต้น ๆ

แม้ว่าช่องทางการหาเงินจะมีด้วยหลากหลายวิธี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกวิธีการ ดังนั้นควรต้องพึงระวังให้มากที่สุดคือต้องไม่กู้ยืมเงินนอกระบบเพราะว่าดอกเบี้ยแพงมากไม่คุ้มจำนวนเงินต้นและเสี่ยงต่อความปลอดภัย ดังนั้นการกู้ในระบบจึงเป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งผู้ที่กำลังมองหาการขอสินเชื่อส่วนบุคคล “สินเชื่อบุคคลซิตี้” เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่สามารถเพิ่มสภาพคล่องกับตัวคุณเองในทุก ๆ ด้าน ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดไม่เกิน 15.99% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อนชำระขั้นต่ำ 12 เดือน และสูงสุดไม่เกิน 60 เดือน ในวงเงินสินเชื่อสูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือไม่เกิน 1,000,000 บาท

ตัวอย่างการคำนวณอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมแบบอัตราลดต้นลดดอก

ยอดเงินกู้จำนวน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก 15% และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 13% ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 งวด งวดละ 2,744 บาท
1. วิธีคำนวณดอกเบี้ยในแต่ละงวด
• (ยอดเงินกู้คงค้าง x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวันในแต่ละงวด)/365
• (50,000 x 15% x 31)/ 365 = 636.99

2. วิธีคำนวณค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในแต่ละงวด
• (ยอดเงินกู้คงค้าง x อัตราค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน x จำนวนวันในแต่ละงวด)/365
• (50,000 x 13% x 31)/ 365 = 552.05

3. วิธีคำนวณยอดชำระคืนเงินต้น
• เงินงวดที่ชำระ – ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ได้จากข้อ 1 และ 2
• 2,744 – 636.99 – 552.05 = 1554.96

พียงแค่คลิกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลซิตี้ ที่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ ผ่าน rabbitfinance ที่ https://lgt.finance.rabbit.co.th/personal-loan/citi-personal-loan ให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของจำนวนเงินเดือน ขั้นตอนง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก อนุมัติรวดเร็วทันใจ รีบสมัครเข้ามาตอนนี้เลยนะคะ


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon