เงินเฟ้อ & เงินฝืด ต่างกันอย่างไร

posted: 1 year ago
5,224 views
เงินเฟ้อ & เงินฝืด ต่างกันอย่างไร

comments

เคยสงสัยกันบ้างมั้ยว่า…เวลาเราฟังข่าวเศรษฐกิจทีไร บางช่วงบางตอนนักข่าวอาจจะรายงานว่า “ช่วงนี้เศรษฐกิจในบ้านเรากำลังอยู่ในภาวะเงินเฟ้อ” หรือ “อาจอยู่ในภาวะเงินฝืด” มันคืออะไรกันนะ…และมันมีความแตกต่างกันอย่างไร บ่งบอกถึงสถานการณ์เศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางไหน วันนี้ Rabbit Daily จะพาไปไขข้อข้องใจ เพื่อให้เข้าใจกันมากขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจในภาวะนั้นๆ



ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) คืออะไร

ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการในตลาดสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะมีผลทำให้ค่าของเงินที่เราถืออยู่ในมือลดลง เช่น สมมุติเราเคยไปจ่ายตลาดซื้อข้าว หมู ไข่ น้ำมัน น้ำตาล ได้ในวงเงิน 500 บาท แต่ปัจจุบันไปจ่ายตลาดในสินค้าเดิมในปริมาณเท่าเดิมกลายเป็นเพิ่มขึ้น 580 บาท แปลว่าเราต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นอีก 80 บาท นั่นก็คือ การเกิดภาวะเงินเฟ้อ ทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมที่เราถืออยู่มีค่าลดลง ซื้อของได้น้อยลงนั่นเอง และถ้าหากราคาสินค้าและบริการโดยเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น และเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปสักพักหนึ่ง ก็คือภาวะเงินเฟ้อเช่นกัน


เงินเฟ้อ (Inflation) เกิดจากอะไร

ภาวะเงินเฟ้อเกิดขึ้นได้จากหลาย ๆ สาเหตุ แต่ส่วนใหญ่เงินเฟ้อจะเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก ๆ ดังนี้
1. ต้นทุนในการผลิตสินค้าสูงขึ้น (Cost-push inflation) ที่ใช้ในการผลิตสินค้า ค่าจ้างแรงงาน รวมทั้งค่าขนส่งสินค้า มีราคาแพงขึ้น ซึ่งต้นทุนหลักของเกือบทุกกิจการ ก็คือ น้ำมัน พบว่า ราคาน้ำมันเพิ่มการขนส่งก็ต้องมีต้นทุนที่สูงขึ้น ราคาวัตถุดิบก็ต้องสูงขึ้นตาม ทำให้ราคาสินค้าต้องเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ประชาชนทั่วไปต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อสินค้า

2. ความต้องการสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น (Demand-pull inflation) ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ หลาย ๆ ผู้ประกอบการอาจจะเกิดจากการคาดเดาว่า ในอนาคตของจะขายได้ดีขึ้น และเศรษฐกิจจะดีขึ้น เลยต้องมีการสั่งสินค้าเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ และสาเหตุที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องเพิ่มสินค้าอาจจะมาจาก นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ความต้องการสินค้าในต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงปริมาณเงิน เป็นต้น เมื่อมีการขายสินค้าได้คล่อง คนก็จะมีการสั่งสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้มากขึ้น การใช้จ่ายก็จะมากขึ้นด้วย


อัตราเงินเฟ้อ ม.ค.60 สูงสุดในรอบ 28 เดือน

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ (ขอบคุณภาพwww.tnamcot.com)
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ (ขอบคุณภาพwww.tnamcot.com)

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนมกราคม 2560 เท่ากับ 100.75 สูงขึ้น 0.16% จากเดือนธันวาคม 2559 และสูงขึ้น 1.55 % เทียบเดือนมกราคม 2559 ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 28 เดือน เนื่องจากการปรับตัวของราคาน้ำมัน ผัก ผลไม้ และสัตว์น้ำ
ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน หักกลุ่มน้ำมันและอาหารสด เท่ากับ 101.05 สูงขึ้น 0.07% จากเดือนธันวาคม 2559 และสูงขึ้น 0.75% เทียบเดือนมกราคม 2559 ทำให้เดือนมกราคม 2560 มีรายการสินค้าและบริการ ราคาเพิ่มขึ้น 139 รายการ ราคาเท่าเดิม 199 รายการ และราคาลดลง 84 รายการ

แม้ขณะนี้แนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัว 3.6% และราคาน้ำมันดิบโลกขยับสูงกว่าคาดการณ์เดิมไม่เกิน 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นกว่า 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งจะมีผลต่อต้นทุนและราคาสินค้า รวมถึงเงินเฟ้อขยับสูงขึ้น แต่กระทรวงพาณิชย์จะยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีนี้ไว้เท่าเดิมที่ 1.5-2.0%

สำหรับปัจจัยสนับสนุนเงินเฟ้อปีนี้ คือ อุปสงค์ภาคครัวเรือนเริ่มฟื้นตัวสอดคล้องกับการผลิตและรายได้เกษตรกร รายได้จากการส่งออกมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น มาตรการภาครัฐสนับสนุนกำลังซื้อสำหรับครัวเรือนรายได้น้อยและการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2560 ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง คือ เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของคู่ค้าสำคัญ ส่งผลกระทบต่อการส่งออก ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น กระทบราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศ และเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าส่งผลกระทบต่อความสามารถทางการแข่งขันของภาคการส่งออก และต้นทุนการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบ



ภาวะเงินฝืด (Deflation) เกิดจากอะไร

ภาวะเงินฝืด (Deflation) เป็นภาวะที่ตรงกันข้ามกับภาวะเงินเฟ้อ คือเกิดจากปริมาณความต้องการในการซื้อสินค้าหรือบริการมีน้อยกว่าปริมาณความต้องการในการขายสินค้าหรือบริการ ทำให้สินค้าเหลือเกินความต้องการ จนต้องลดการผลิตลงเพราะว่าถ้าผลิตออกมาเท่าเดิมก็อาจจะขายได้ในจำนวนที่น้อย ส่งผลให้เกิดการจ้างงานลดลง ประชาชนเองก็เก็บเงินไว้กับตัวมากเกินไป ไม่นำออกมาบริโภคหรือจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการส่งเงินตราออกไปต่างประเทศมากเกินไป ทำให้ปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศมีน้อยด้วย และเกิดจากการที่รัฐบาลจัดเก็บภาษีมากเกินไป ทำให้ปริมาณเงินที่ประชาชนจะซื้อสินค้ามีน้อยลงด้วยเช่นกัน


การแก้ไขปัญหาภาวะเงินฝืด

รัฐบาลจะเข้ามากำหนดแนวทางการแก้ไขกับภาวะเงินฝืดที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ คือ
1. ใช้นโยบายทางการเงิน โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้เพื่อเพิ่มปริมาณเงินในมือประชาชนให้มากขึ้น ทำให้ปริมาณความต้องการในการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ด้วยการขยายเครดิตหรือปล่อยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ไปยังกลุ่มผู้ประกอบการ หรือผู้ผลิต เพื่อช่วยให้การผลิตดำรงอยู่ได้ นอกจากนี้ยังลดการขายพันธบัตรรัฐบาลให้ธนาคารพาณิชย์และประชาชน แต่เพิ่มการรับชื้อพันธบัตรรัฐบาลคืนจากประชาชนให้มากขึ้น

2. ใช้นโยบายการคลัง โดยรัฐบาลใช้งบประมาณแบบขาดดุล คือ เพิ่มรายจ่ายภาครัฐให้มากขึ้น และลดรายได้ภาครัฐให้น้อยลง เพื่อให้ประชาชนนำเงินที่เก็บไว้ออกมาใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น


เมื่อเรารู้แล้วว่าภาวะเงินเฟ้อและภาวะเงินฝืดคืออะไร เราลองมาเดาเล่น ๆ กันมั้ยคะว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในบ้านเราตอนนี้เป็นภาวะเงินเฟ้อ หรือภาวะเงินฝืด


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon