เจาะคำถาม ล้วงคำตอบ ‘มิสยูนิเวิร์ส 3 คนสุดท้าย’ ก่อนมงจะลง !

posted: 2 years ago
3,935 views
เจาะคำถาม ล้วงคำตอบ ‘มิสยูนิเวิร์ส 3 คนสุดท้าย’ ก่อนมงจะลง !

comments

ทราบผลการประกวดกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ ‘Miss Universe 2016’ หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ ‘มิสยูนิเวิร์ส’ และ ‘นางงามจักรวาล’ เวทีประชันสาวงามตัวแทนประเทศต่างๆ จากทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 65 ณ มอลล์ ออฟ เอเชีย อารีน่า กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์อย่าง ‘น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์’ ก็สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่ประเทศไทยในรอบหลายสิบปี ที่สามารถทะลุถึงรอบ 6 คนสุดท้ายและได้ตอบคำถามขณะออกอากาศต่อหน้าผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลกอีกด้วย

น้ำตาล-MU Thailand
น้ำตาล-ชาลิตา ส่วนเสน่ห์ ที่สร้างเสียงฮือฮาตั้งแต่ก่อนประกวดกับกระเป๋าสัมภาระ 17 ใบ


ส่วนที่น่าสนใจคือคำถามสำหรับนางงาม 6 คนสุดท้าย ซึ่งหากสังเกตจะพบว่าแต่ละคำถามนั้นเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองและสถานการณ์โลกอย่างเห็นได้ชัด Rabbit Daily จะพาคุณผู้อ่านลองไปวิเคราะห์เจาะลึกคำถามและคำตอบของมิสยูนิเวิร์สตัวแทนจาก 3 ประเทศที่ตอบคำถามและสามารถผ่านเข้ารอบ 3 คนสุดท้ายได้ ซึ่งได้แก่ ฝรั่งเศส (ชนะเลิศอันดับ 1) เฮติ (รองชนะเลิศอันดับ 1) และโคลอมเบีย  (รองชนะเลิศอันดับ 2)

TOP3


ทำความเข้าใจ ‘มิสยูนิเวิร์ส’ นางงามในบริบทโลกกันก่อน

Credit : www.newsday.com
Credit : www.newsday.com

การประกวดมิสยูนิเวิร์สมีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1952 จวบจนถึงปัจจุบันจัดมาแล้ว 65 ครั้ง สำหรับการประกวดนั้นจะคัดเลือกจากตัวแทนสาวงามของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเมื่อถึงเวลาประกวดแต่ละครั้ง ก็เปรียบเสมือน ‘วาระชาตินิยม’ ของแต่ละประเทศ บรรดากองเชียร์ก็จะส่งใจเชียร์นางงามประเทศของตนเองให้คว้ามงกุฎมาครอง ทั้งนี้จริงๆ แล้วตัวแทนสาวงามก็ไม่ได้สะท้อนภาพของผู้หญิงในแต่ละชาติ แต่ขึ้นอยู่กับว่าชาตินั้นๆ ต้องการให้ภาพของนางงามสะท้อนออกมาในลักษณะไหนมากกว่า ซึ่งจะปรับเปลี่ยนไปตามบริบทสังคมและค่านิยมในแต่ละยุค (ลองนึกภาพตัวแทนนางงามจากประเทศไทยดูนะ ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบันจะปรับเปลี่ยนลุคและภาพลักษณ์ตั้งแต่สาวหวานเรียบร้อย สาวลูกครึ่ง จนมาถึงสาวผิวแทนใบหน้าสวยคม ทั้งที่หากพูดกันจริงๆ แล้วค่านิยมผู้หญิงสวยในสังคมไทยในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นภาพลักษณ์ของสาวรูปร่างบาง หน้าวีเชฟ ผิวขาวใสเสียมากกว่า) อย่างในปัจจุบันสังเกตได้ว่าตัวแทนของผู้หญิงจะให้คุณค่ากับความสวยอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องเก่ง มั่นใจและฉลาดด้วย และที่สำคัญที่สุดเมื่อสาวงามทั่วโลกไปรวมตัวกัน จะต้องขับเคี่ยวกันว่าใครจะทำคะแนนและสร้างความโดดเด่นให้ตัวเองจนเป็นจุดสนใจและเปล่งประกายออร่าความปังออกมาได้มากกว่ากัน

ดังนั้นเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์สจึงเป็นการค้นฟ้าคว้า ‘สาวงาม’ ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบริบทโลกและสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างที่เห็นได้ชัดในช่วง Q&A หรือช่วงถามคำถามสด ซึ่งคำถามส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์โลกปัจจุบันทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าผู้เข้าประกวดคนไหนจะสามารถเชื่อมโยงสถานะความงามของตนเองให้เข้ากับบริบทโลกได้มากที่สุด เอาล่ะ ! เรายังเกาะกระแสมิสยูนิเวิร์สกันอยู่ เพราะฉะนั้นไปเจาะคำถามและคำตอบของนางงาม Top 3 กันสิว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง ?



เจาะคำถาม-ล้วงคำตอบ ก่อนมงลง 3 คนสุดท้าย!

TOP3-MU


อันดับ 1 : ฝรั่งเศส
MISS FRANCE – Iris Mittenaere

Iris Mittenaere


ถาม :

เกี่ยวกับวิกฤตโลกเรื่องปัญหาผู้อพยพ คุณคิดว่าแต่ละประเทศต้องเปิดรับผู้อพยพหรือมีสิทธิ์ที่จะปิดกั้นพรมแดน ?

ตอบ :

ประเทศจะต้องมีสิทธิ์ที่จะเปิดหรือปิดกั้นพรมแดนของพวกเขา ประชาชนทั่วโลกเองก็มีสิทธิ์เลือกว่าอยากจะเปิดหรือปิดพรมแดนของพวกเขา ในทวีปยุโรปพวกเราได้เปิดพรมแดนมาแล้ว ส่วนในประเทศฝรั่งเศสพวกเราต้องการมีโลกที่ไร้พรมแดนและเชื่อมโยงถึงกันให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ พวกเราต้องการการแลกเปลี่ยนบุคลากรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทั้งนี้เมื่อถึงวันหนึ่งเราอาจจะเปลี่ยนแปลงก็ได้ แต่ปัจจุบันนี้ฝรั่งเศสได้เปิดพรมแดนรับผู้อพยพค่ะ

Rabbit Daily วิเคราะห์ :

ปัญหาวิกฤตผู้อพยพเป็นปัญหาใหญ่ที่เรื้อรังมายาวนาน เริ่มบานปลายนับตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากปัญหาสงครามและภัยก่อการร้ายในเอเชียกลางและกลุ่มประเทศแอฟริกา ประชาชนหลายสิบล้านคนต้องละทิ้งถิ่นฐานหนีปัญหาสงครามและความยากจนเพื่อหวังแสวงหาชีวิตใหม่ในยุโรป โดยส่วนใหญ่เลือกที่จะนั่งเรือข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพื่อขึ้นฝั่งที่ประเทศกรีซ และเดินทางต่อไปยังยุโรปเหนือ ซึ่งฝรั่งเศสก็เป็นอีกหนึ่งประเทศจุดหมายปลายทางของผู้อพยพ แม้ว่าผู้อพยพจำนวนมากสามารถขึ้นฝั่งได้ แต่อีกจำนวนมากเช่นกันที่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งกลางทะเล ทำให้สหภาพยุโรปต้องเปิดประชุมวาระด่วนพิเศษ โดยมีข้อตกลงร่วมกันในการเปิดโควต้ารับผู้อพยพตามหลักมนุษยธรรมสากล เพื่อกระจายผู้อพยพไปยังแต่ละประเทศ ไม่ต้องให้ประเทศใดประเทศหนึ่งแบกรับภาระมากเกินจำเป็น โดยเมื่อปีที่แล้วฝรั่งเศสได้อ้าแขนรับผู้อพยพจำนวนหลายหมื่นคนตามข้อตกลงร่วมกันของสหภาพยุโรป เพื่อหวังให้ผู้อพยพเหล่านี้กลายมาเป็นผู้สร้างงานที่สำคัญในฝรั่งเศส ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตมากที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป


อันดับ 2 : เฮติ
MISS HAITI – Raquel Pelissier

Raquel Pelissier


ถาม :

ในวันที่ 21 มกราคม ประชาชนประมาณ 4,800,000 คนจากทั่วโลก ร่วมเดินขบวนเพื่อสนับสนุนสิทธิมนุษยชน รวมถึงสิทธิของสตรีและประเด็นอื่นๆ หากคุณสามารถเข้าร่วมได้ คุณจะเดินขบวนเพื่ออะไร ? 

ตอบ :

ผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันชื่นชมที่สุดในโลกก็คือ ‘อเลนอร์ โรสเวลต์’ (Eleanor Roosevelt – อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐอเมริกา) เพราะเธอใช้ความพยายามอย่างมากในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และฉันรู้สึกว่านั่นแหละคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับโลกใบนี้  พวกเราคือหนึ่งเดียวกัน หนึ่งแสนปีก่อน มนุษย์ 6 สปีชีส์อาศัยอยู่บนโลกนี้ ตอนนี้พวกเราเป็นหนึ่งเดียว พวกเราต่างต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน และต้องเคารพซึ่งกันและกัน

Rabbit Daily วิเคราะห์ :

ประเทศเฮติเป็นกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ประชากรส่วนใหญ่ทำการเกษตรและมีฐานะยากจน รวมถึงมีปัญหาด้านสาธารณูปโภค และเมื่อปี 2010 เฮติประสบเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 200 ปี มีผู้คนล้มตายมากกว่า 200,000 คน ประชากรอีกกว่า 1,000,000 คนไร้ที่อยู่อาศัย และเฮติยังมีปัญหาเรื่องคุกคามสิทธิสตรีและความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศทั้งเรื่องสถานะสังคมและการศึกษา โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง มีรายงานการเกิดอาชญากรรมข่มขืนผู้หญิงรายวันในเฮติ เป็นปัญหาใหญ่มากๆ เนื่องจากผู้หญิงไร้ที่พักอาศัย ขาดแคลนสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ปัญหาการข่มขืนยิ่งเป็นการซ้ำเติมผู้หญิงเหล่านี้ ทำให้หลายๆ ฝ่ายต้องออกมารณรงค์เรียกร้องสิทธิสตรี ซึ่งอย่างที่นางงามจากประเทศเฮติตอบคำถามไปคือ สิ่งที่จำเป็นที่สุดหากเธอต้องเดินขบวนก็คือการเรียกร้องสิทธิมนุษยชน เพราะมนุษย์ควรพึ่งพาและเคารพเกียรติซึ่งกันและกัน


อันดับ 3 : โคลอมเบีย
MISS COLOMBIA – Andrea Tovar

Andrea Tovar


ถาม :

เหตุใดความรุนแรงถึงเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน และเราควรจะจัดการอย่างไร ? 

ตอบ :

ค่ะ ฉันมาจากประเทศที่มีปัญหาความรุนแรงปรากฎอยู่และจะเป็นสิ่งที่ฉันนำมาอ้างถึง แม้ว่าเราจะมีผู้นำที่เข้ากับผู้อื่นไม่ได้ แต่ประเทศเราก็ทำงานด้วยกันเพื่อรวมเป็นหนึ่ง ทั้งการรณรงค์ การให้ความเคารพซึ่งกันและกัน รวมทั้งการทำงานที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมให้รวมเป็นหนึ่งที่จะให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนต่อไป ขอบคุณค่ะ

Rabbit Daily วิเคราะห์ :

ทราบหรือไม่ว่าประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส ผู้นำโคลอมเบีย ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2016 เนื่องจากความพยายามในการยุติความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลโคลอมเบียและกลุ่มกบฎฟาร์กที่ยืดเยื้อมายาวนานกว่า 50 ปี ซึ่งประธานาธิบดีพยายามผลักดันข้อตกลงสันติภาพนี้มาตลอด และรางวัลโนเบลนี้ก็แสดงถึงความเด็ดเดี่ยวในการพยายามหยุดสงครามและสร้างสันติภาพขึ้นในประเทศสำหรับชาวโคลอมเบียทุกคน แม้ว่าจะมีหลายฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางหรือนโยบายบางประการของประธานาธิบดี แต่สถานการณ์ดังกล่าวจึงอาจทำให้คณะกรรมการให้ความสนใจเป็นพิเศษและต้องการทราบมุมมองและทัศนคติต่อปัญหาความรุนแรง จากนางงามผู้ที่ซึ่งมาจากประเทศที่ผู้นำเพิ่งคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมาครอง ขณะเดียวกันตัวนางงามเองก็ได้กล่าวถึงสิ่งที่ประชาชนชาวโคลอมเบียพยายามทำเพื่อจัดการกับปัญหาความรุนแรง นั่นคือการร่วมรณรงค์เพื่อความเป็นหนึ่งเดียว เพราะเชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ และไม่ละเลยการให้การศึกษาแก่เยาวชน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก


เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับคำตอบของเหล่าสาวงามตัวแทนมิสยูนิเวิร์สของทั้ง 3 ประเทศที่ผ่านเข้ารอบ 3 คนสุดท้ายและมงลงกันถ้วนหน้า คว้า 3 ตำแหน่งไปครองสมใจ แน่นอนว่าแต่ละคนมีความคิดเห็นและมุมมองต่อสถานการณ์โลกที่แตกต่างกัน ไม่มีคำตอบถูกหรือผิด แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่า สาวงามที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมิสยูนิเวิร์สนอกจากสวยแล้วจะต้องเข้ากับบริบทโลกด้วย ดังคำกล่าวที่ว่า ‘การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน’ ที่แม้แต่สาวงามบนเวทีขาอ่อนแห่งนี้ก็ไม่มีการยกเว้นเหมือนกัน


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon