เจาะลึก โอมาโมริ เครื่องรางจากญี่ปุ่น ศักดิ์สิทธิ์จริงไหม ? ต่างยังไงกับที่ไทยกันนะ?

posted: 1 year ago
2,897 views
เจาะลึก โอมาโมริ เครื่องรางจากญี่ปุ่น ศักดิ์สิทธิ์จริงไหม ? ต่างยังไงกับที่ไทยกันนะ?

comments

ช่วงนี้ ถ้าใครที่กำลังท่องอินเตอร์เน็ตอยู่ อาจจะได้ยินกันมาบ้าง ถึง ‘เครื่องรางญีปุ่น’ หรือที่เรียกกันว่า ‘โอมาโมริ’ ที่ว่ากันว่าขลัง ศักดิ์สิทธิ์มากๆ จนถึงขนาดมีการพรีออเดอร์ มีการสั่งซื้อกันข้ามประเทศก็ยังมี!  และที่น่าสนใจ คือ เครื่องรางญี่ปุ่น เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก เพราะรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย สวย ดูน่าพกพามากกว่าเครื่องรางของไทย

เอ๋ ? แล้วเจ้า โอมาโมริ นี่ จะขลังจริงไหมนะ แล้วมันแตกต่างจากเครื่องรางของไทยยังไง วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึก ดูกันหน่อยสิว่า มันจริงหรือไม่จริง ??


รู้จักกับ โอมาโมริ หรือ เครื่องรางญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน

โอมาโมริ (Omamori หรือ お守り) เป็นเครื่องรางในศาสนาชินโตของชาวญี่ปุ่น เชื่อกันว่าโอมาโมรินั้นจะคอยปกป้องในเรื่องต่างๆ ให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของ และมักจะมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ตามสถานที่ หรือเมืองที่สร้างโอมาโมรินั้นๆ

โดยปกติแล้ว โอมาโมริ จะถูกห่อด้วยผ้า แนบกระดาษ หรือเศษไม้ที่ผู้อธิษฐานเขียนข้อความเอาไว้ เพื่อขอให้นำโชคดีมาให้ นอกจากนี้ยังใช้ในเชิงป้องกันโชคร้าย ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่นิยมห้อยโอมาโมริไว้ที่กระเป๋า, โทรศัพท์มือถือ หรือในรถยนต์ (เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง)

เจ้าโอมาโมริ หรือ เครื่องรางญี่ปุ่นนั้นมีหลายราคา ตั้งแต่หลักไม่กี่ร้อยเยนไปจนถึงหลักหมื่นเยน ยิ่งถ้าเป็นของศาลเจ้าหรือวัดดังแล้วละก็จะยิ่งแพง ซึ่งถ้าให้เทียบกันแล้ว ในเรื่องของราคาก็คงไม่แตกต่างอะไรไปจากของขลังเมืองไทย หากได้รับการปลุกเสกจากพระเกจิมีชื่อเสียง ก็จะยิ่งมีราคานั้นเอง


Omamori


ความเชื่อของโอมาโมริ

โอมาโมริ มักจะมีความเชื่อสืบทอดต่อกันมา ว่ากันว่าห้ามผ้าที่ใช้ห่อ หรือเปิดโอมาโมริเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะไม่ขลัง ไม่ศักดิ์สิทธิ์ หรือฤทธิ์ของเครื่องรางจะเสื่อมลง

นอกจากนี้ โอมาโมรินั้น ควรเปลี่ยนเครื่องรางนี้ทุกๆ ปี เพื่อป้องกันไม่ให้โชคร้ายของปีที่แล้วที่โอมาโมริเคยกำจัดปัดเป่าเอาไว้กลับมาอีก ซึ่งโอมาโมริเก่ามักจะถูกนำกลับไปที่ศาลเจ้าหรือวัด ซึ่งรู้วิธีการจัดการกับของศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม (ว่ากันว่า จะมีการทำพิธีกรรมก่อน แล้วจึงจะนำไปเผา)

และนอกจากโอมาโมริ ประเภทผ้าแล้ว ปัจจุบัน โอมาโมริยังมีรูปแบบที่เป็นรูปสัญลักษณ์ต่างๆ (morphic omamori) ที่คล้ายพวงกุญแจ เช่น เครื่องรางรูปวัวตัวแทนราศีพฤกษภ เป็นต้น หรือจะเป็นแบบป้ายที่วัดให้เป็นเครื่องรางป้องกันภัย ไว้สำหรับตั้งไว้อยู่กับที่ ส่วนใหญ่จะตั้งไว้ที่บ้าน อีกด้วย


Omamori


ซึ่งเครื่องรางญี่ปุ่น อย่าง โอมาโมริ นั้น ยังแบ่งย่อยๆ เป็นประเภทต่างๆ ตามกำลังการเสริมดวง ได้อีก คือ

  • shiawase 幸せ (しあわせ) เสริมความสุข
  • kōtsū-anzen 交通安全 (こうつうあんぜん) เดินทางปลอดภัย
  • en-musubi 縁結び (えんむすび) เสริมดวงความรัก และเรื่องการแต่งงาน
  • anzan 安産 (あんざん) ช่วยให้หญิงตั้งครรภ์คลอดปลอดภัย
  • yaku-yoke 厄除け (やくよけ)ปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย
  • kaiun 開運 (かいうん)โชคลาภ เสริมดวง
  • gakugyō-jōju 学業成就 (がくぎょうじょうじゅ) เรียนเก่ง สอบผ่าน
  • kenkō 健康 (けんこう) สุขภาพดี
  • byouki heyu 平癒(病気びょうき)ให้หายป่วย
  • shōbai-hanjō 商売繁盛 (しょうばいはんじょう) ความสำเร็จ ธุรกิจรุ่งเรือง


โอมาโมริ กับ ยุคปัจจุบัน

ในอดีตนั้น การที่เราจะได้ครอบครองโอมาโมริ แน่นอนว่าเราจะต้องเดินทางไปที่วัด หรือศาลเจ้า โดยเฉพาะช่วงเวลาสำคัญๆ เช่น ช่วงขึ้นปีใหม่ ที่ไปไหว้พระขอพร, วันฉลองบรรลุนิติภาวะ, ช่วงเวลาที่เหล่านักเรียน นักศึกษาจะไปขอพรก่อนการสอบ เป็นต้น

แต่ในปัจจุบัน โอมาโมริเริ่มมีการจำหน่ายเพื่อการค้ามากขึ้น เรียกได้ว่า แม้ไม่ต้องไปเช่าถึงวัด หรือศาลเจ้าเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งโอมาโมริประเภทนี้ เราจะพบได้ตามร้านขายของฝาก หรือร้านค้าทั่วไปทั่วญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวเองก็ต่างนิยมซื้อกลับไปบ่อยๆ

ซึ่งที่มาของโอมาโมริเหล่านี้ เราต้องขอบอกเลยว่า ไม่ได้มาอย่างถูกต้องตามหลักพิธีกรรม แถมเชื่อกันว่าไม่มีคุณสมบัติป้องกัน ปัดเป่าโชคร้ายร้าย หรือนำเรื่องดีๆ มาให้เจ้าของด้วยซ้ำ  ส่วนมากเน้นรูปแบบ น่ารัก ดีไซน์สวยๆ เก๋ๆ และอาจจะมักจะใช้ตัวการ์ตูนยอดฮิตมาเป็นแบบด้วย

อ๊ะๆ แต่อย่าเพิ่งมองโอมาโมริเพื่อการค้าเหล่านี้ในแง่ลบมากเกินไป แม้ว่าจะไม่ได้ผลเต็มร้อยอย่างโอมาโมริที่วัด หรือศาลเจ้า แต่โอมาโมริแบบนี้ ก็มีข้อดีที่ เราไม่ต้องนำเปลี่ยนทุกปี  ถือว่าเป็นเครื่องรางแบบกลางๆ  ไม่ระบุคุณสมบัติเฉพาะเจาะจงอะไร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีโอกาสไปญี่ปุ่นบ่อยๆ ครั้ง


เครื่องรางญี่ปุ่น


โอมาโมรินั้น แม้จะมีกลิ่นอายความเชื่อของญี่ปุ่นอยู่บ้าง แต่หลักๆ แล้วในเรื่องของความเชื่อในการปลุกเสก ต้องมาจากวัด หรือศาลเจ้า รวมไปถึงความศักดิ์สิทธิ์ ข้อห้ามต่างๆ ก็ไม่แตกต่างจากที่ไทยเท่าไหร่ แต่รูปแบบของโอมาโมรินั้น จะพกพาสะดวก เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และมีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย จึงสามารถใช้ดึงใจวัยรุ่นได้มากกว่า

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรางญี่ปุ่น หรือเครื่องรางไทย สิ่งเหล่านั้นแม้จะมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ มีความขลังมากมายแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องขึ้นกับความพยายาม การลงมือทำ เพราะเครื่องรางเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่ช่วยเยียวยา ยึดเหนี่ยว และให้กำลังใจเท่านั้น



หากไม่พยายาม ไม่ลงมือ รอแต่ให้เครื่องรางช่วย ไม่ว่าจะศักดิ์สิทธิ์มากมายแค่ไหน จะเครื่องรางญี่ปุ่น เครื่องรางไทย หรือเครื่องรางไหนๆ ก็จะไม่สามารถช่วยคุณได้อย่างแน่นอน


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon