เมื่อแสงหนึ่งแสงดับสิ้นลง : รำลึก ‘เชสเตอร์ เบนนิงตัน’ แห่งวง Linkin Park

posted: 1 year ago
2,557 views
เมื่อแสงหนึ่งแสงดับสิ้นลง : รำลึก ‘เชสเตอร์ เบนนิงตัน’ แห่งวง Linkin Park

comments

เชื่อว่าเช้าวันนี้คอเพลงชาวไทยหลายคนคงตื่นขึ้นมาพร้อมกับข่าวช็อกโลก เมื่อ ‘เชสเตอร์ เบนนิงตัน’ นักร้องนำของวงร็อกชื่อดังอย่าง Linkin Park ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองในวัย 41 ปี ภายในบ้านพักนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยสาเหตุที่สันนิษฐานว่าเกิดจากโรคซึมเศร้าที่เขาต้องต่อสู้มานานหลายปี แฟนๆ Linkin Park จำนวนไม่น้อยต้องเศร้าใจกับการสูญเสียในครั้งนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางวงได้ปล่อยเพลงอัลบั้มใหม่ออกมา โดยใช้ชื่อว่า One More Light พร้อมทั้งประกาศตารางทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก rabbit daily ขอพาทุกคนมาย้อนรำลึกถึง เชสเตอร์ เบนนิงตัน ในฐานะนักร้องและนักแต่งเพลงแห่งวงร็อคอีกหนึ่งตำนานของโลก…ที่จะถูกจดจำไปตลอดกาล 

Chester Bennington


“…Who cares if one more light goes out ?
Well I do…”
“…ใครจะมาสนใจหากแสงหนึ่งแสงดับสิ้นไป
ฉันนี่แหละ…”

– One More Light, Linkin Park



‘เชสเตอร์ เบนนิงตัน’ กับช่วงชีวิตวัยเด็กที่แสนเศร้า

Chester Bennington-Young


แม้ว่าเชสเตอร์ เบนนิงตัน จะเป็นศิลปินชื่อดังที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการเพลงร็อกระดับโลก สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากอัลบั้มเปิดตัวเมื่อปี 2000 ‘Hybrid Theory’ ขายทั่วโลกได้มากกว่า 70 ล้านชุด ซึ่งทำให้เพลง In The End ขึ้นแท่นเพลงฮิตติดชาร์ททั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่โด่งดังที่สุดในโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงของ Linkin Park หรือไม่นั้น ก็เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินเพลงนี้อย่างแน่นอน แต่เบื้องหลังบทเพลงดังของเขานั้นกลับซ่อนชีวิตอันขมขื่นและน่าเศร้าเอาไว้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเผชิญกับภาวะโรคซึมเศร้า เนื่องจากเชสเตอร์มีชีวิตวัยเด็กที่ลำบาก ตอนอายุ 7 ปี เขาเคยถูกชายสูงวัยทุบตีและข่มขืน ซึ่งมันเป็นปมที่ทำลายความมั่นใจของเขา ต่อมาเมื่ออายุ 11 ปี เชสเตอร์ต้องเจอกับปัญหาครอบครัวแตกแยกอีก เมื่อพ่อและแม่อย่าร้างกัน ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเชสเตอร์หันไปพึ่งเหล้าและยาเสพติด เชสเตอร์เคยให้สัมภาษณ์ว่าสมัยเรียนเขายังโดนเพื่อนๆรังแกและทุบตีเหมือนกับตุ๊กตา เมื่อมีครอบครัวก็ผ่านการแต่งงาน 2 ครั้ง เรียกได้ว่าเชสเตอร์เป็นหนึ่งในศิลปินที่ใช้ดนตรีปลดปล่อยความปวดร้าวของชีวิตอันแสนเจ็บปวด

เชสเตอร์ เบนนิงตันและสมาชิกในวง Linkin Park สมัยที่ออกอัลบั้ม เมื่อปี 2000
เชสเตอร์ เบนนิงตัน และสมาชิกในวง Linkin Park สมัยที่ออกอัลบั้ม  Hybrid Theory เมื่อปี 2000


‘One More Light’ พินัยกรรมทางดนตรีชิ้นสำคัญ

One More Light


หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงและสร้างฐานแฟนคลับไว้มากมายในหลายประเทศทั่วโลกตลอดเวลากว่า 20 ปีที่โลดแล่นอยู่ในแวดวงดนตรี เมื่อต้นปี 2017 Linkin Park ก็ปล่อยเพลง ‘Heavy’ ออกมาในอัลบั้มชุดที่ 7 One More Light ความพิเศษคือเพลงในอัลบั้มนี้มีแนวดนตรีที่เปลี่ยนไป มีกลิ่นอายของสไตล์ป๊อบมากขึ้น ซึ่งฉีกแนวจากเพลงในอัลบั้มชุดก่อนๆที่ใส่พลังดนตรีแบบนูเมทัล สร้างเสียงวิจารณ์มากมายหลายกระแส ทำให้มีกลุ่มแฟนเพลงทั้งฝั่งที่ชอบและไม่ชอบ ฝั่งที่ชอบก็บอกว่าเป็นเรื่องของพัฒนาการด้านดนตรี ไม่จำเป็นต้องเป็นแนวเดียวตลอดไปก็ได้ ส่วนฝั่งที่ไม่ชอบมองว่าแนวเพลงไม่ใช่เอกลักษณ์ของ Linkin Park อย่างที่พวกเขารู้จัก

Chester Bennington-1


แต่อย่างไรก็ตาม บางทีหลายๆ คนอาจมัวแต่ยึดติดอยู่กับแนวทางดนตรีที่เปลี่ยนไปของ Linkin Park จนลืมฟังสิ่งที่เชสเตอร์พยายามสื่อสารออกมาผ่านบทเพลง…ความเจ็บปวดที่เขาต้องเผชิญและความพยายามในการต่อสู้กับมัน  ในช่วงที่ทางวงปล่อยสตรีมมิ่งเพลงทั้งอัลบั้มออกมา มีกระแสแฟนเพลงพันธุ์แท้ของ Linkin Park แสดงความเห็นต่อเพลงในอัลบั้มชุดนี้ว่า เหมือนเป็นนัยแห่งการจากลาและความสูญเสีย ซึ่งหลายๆ คนก็ตีความไปต่างๆ นานาว่าอาจจะเป็นอัลบั้มส่งท้ายก่อนจะอำลาวงการเพลงหรือเปล่า? ทว่าความเป็นจริงโหดร้ายกว่านั้น เพราะมันกลับเป็นการอำลาจากบุคคลอันเป็นที่รักไปตลอดกาล

“If I just let go, I’d be set free, Holding on ! Why is everything so heavy ?”


หรือแม้แต่เพลง One More Light ซึ่งเป็นเพลงที่มีชื่อเหมือนกับอัลบั้ม มีเนื้อหาเปรียบเทียบชีวิตเป็นแสงๆหนึ่ง และหากแสงหนึ่งแสงนั้นดับสิ้นลงท่ามกลางดาวนับล้านๆดวง จะมีใครสนใจไหม ? เชสเตอร์เคยให้สัมภาษณ์ว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ทำให้เขาต้องร้องไห้ ว่ากันว่าเชสเตอร์แต่งเพลงนี้เพื่อระลึกถึงเพื่อนสนิทของเขาอย่าง ‘คริส คอร์แนล’ นักร้องนำวง Soundgarden และ Audioslave ที่ฆ่าตัวตายไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งการตายของคริสนั้นทำให้เชสเตอร์เสียใจเป็นอย่างมาก ที่สำคัญวันที่เชสเตอร์ตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง คือวันที่ 20 กรกฎาคมซึ่งเป็นวันเกิดของคริส คอร์แนล เพื่อนรักของเขา

แสงๆนี้จะรู้ตัวหรือเปล่านะว่า ความจริงแล้วเขาเป็นแสงที่เจิดจรัสและคอยนำทางให้กับผู้คนอีกมากมายบนโลกใบนี้ และวันนี้แสงหนึ่งแสงนี้ดับสิ้นลงแล้ว คุณเคยถามว่าจะมีใครสนใจไหม ? แน่นอนว่ามี…มีมากกว่าที่คุณคิดเลยแหละ 


นอกจากนี้ยังมีอีกเพลงหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ ‘Battle Symphony’ มีเนื้อหาพูดถึงความขัดแย้ง และการได้ยินเสียงในหัวของตัวเอง ซึ่งเสียงๆ นั้นคือเสียงของบทเพลงและดนตรี เพลงนี้ปล่อยเป็นซิงเกิ้ลที่สอง ถัดจากเพลง Heavy ซึ่งทันทีที่ปล่อยเพลงนี้ออกมา แฟนเพลงก็รู้แน่ๆ แล้วว่าทิศทางดนตรีเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน หากแต่สังเกตให้ดี เพลงๆ นี้คล้ายจะเป็นสารที่ส่งถึงแฟนเพลงว่าอย่าเพิ่งเลิกศรัทธาและหมดหวังในตัวพวกเขา หากฟังดีๆ จะพบว่ามีเนื้อหาท่อนนี้ซ่อนอยู่ในเพลง “…Battle symphony, Please just don’t give up on me…”



เมื่อแสงหนึ่งแสงดับสิ้นลง…กับอนาคตของ Linkin Park

Chester Bennington-3


เชสเตอร์ เบนนิงตัน มีบทบาททางดนตรีในฐานะฟร้อนท์แมนและนักแต่งเพลงประจำวง Linkin Park ได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 100 สุดยอดนักร้องนำของเฮฟวีเมทัลที่ดีที่สุดตลอดกาล เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของเชสเตอร์สร้างสรรค์บทเพลงฮิตติดหูมากมาย พิสูจน์ได้จากจำนวนแฟนเพลงที่ซื้อบัตรจน Sold Out เพื่อเข้าไปชมคอนเสิร์ตของ Linkin Park ในแต่ละประเทศ ยิ่งเพลงดังอย่าง In The End นี่ไม่ต้องพูดถึง แฟนเพลงร้องตามได้ทุกท่อนจริงๆ ลองชมคลิปวิดิโอการแสดงสดที่ประเทศอาร์เจนติน่าเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แล้วจะรู้ว่าเพลงของพวกเขามันประสบความสำเร็จแค่ไหน


โดยนอกจากบทบาทในฐานะนักร้องแล้ว เชสเตอร์ยังเป็นที่จดจำในฐานะศิลปินที่ทำงานอุทิศเพื่อองค์กรกุศลอีกด้วย อย่างตอนที่ประเทศไทยประสบเหตุภัยสึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี 2004 เชสเตอร์ซึ่งเป็นถึงศิลปินระดับโลกที่บินมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยและทำงานช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนั้น ความเป็นกันเองและการใช้ชีวิตแบบติดดินของร็อกสตาร์ระดับโลกคนนี้ทำให้แฟนเพลงรักในตัวเขา พร้อมๆ กับติดตามผลงานเพลงมาตลอดเวลากว่า 20 ปี

Chester in Thailand
เชสเตอร์เมื่อครั้งเดินทางมาช่วยชาวบ้านในเหตุการณ์สึนามิ ปี 2004 ที่ประเทศไทย

นอกจากนี้ในประเทศไทยเองก็มีฐานแฟนคลับของ Linkin Park จำนวนมาก ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทเพลงของเชสเตอร์มีอิทธิพลต่อวัยเด็กๆ ของหลายๆ คน เป็นแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นหลายคนหันมาเล่นดนตรี ทั้งนี้ Linkin Park เคยมาทัวร์คอนเสิร์ตในไทยถึง 3 ครั้ง คือในปี 2004 , 2007 และ 2011 และแน่นอนว่าในปี 2017 ก็อาจมีกำหนดมาทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้ง เนื่องจากในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน มีการกำหนดตารางเดินสายในประเทศญี่ปุ่นแล้ว กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นก็มีลุ้นได้ชมกันแน่นอน นอกจากนี้เฟซบุ๊กทางการของ Linkin Park ก็ยังเคยโพสต์ขอบคุณแฟนชาวไทยเนื่องจากอัลบั้ม One More Light ที่โดนวิจารณ์ไปทั่วโลกกลับทุบสถิติอัลบั้มที่ขายดีอันดับ 1 ในประเทศไทย ทว่าวันที่แฟนๆ รอคอยจะได้พบกับเชสเตอร์นั้นไม่มีวันเป็นจริงอีกแล้ว

One More Light


สำหรับอนาคตของวง Linkin Park หลังจากที่เชสเตอร์ เบนนิงตัน เสียชีวิตลงคาดว่าความกดดันคงไปอยู่ที่ ‘ไมค์ ชิโนะดะ’ ที่ทำหน้าที่แรปเปอร์และนักแต่งเพลงประจำวงควบคู่กับเชสเตอร์ ซึ่งหากวง Linkin Park ยังคงมีอยู่ ก็คงต้องหานักร้องใหม่มาแทนเชสเตอร์อย่างที่วงร็อกหลายๆ วงทำเมื่อสูญเสียฟร้อนท์แมนไป หากทว่าความเป็นจริงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะเชสเตอร์ได้กลายเป็นไอคอนตลอดกาลของ Linkin Park ไปแล้ว หรือหากไมค์จะเป็นคนพาวงเดินหน้าต่อ ก็อาจจะไม่ใช่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ เพราะคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับไมค์ที่จะยืนร้องเพลงบนเวทีโดยปราศจากเชสเตอร์เคียงข้างเหมือนตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หรือหากสมาชิกในวงจะแยกกันไปทำอัลบั้มเดี่ยวอันนี้ก็ต้องจับตามองกันต่อไป

Chester Bennington-2


สุดท้ายนี้ เชื่อว่า ‘เชสเตอร์ เบนนิงตัน’ ไม่ได้แค่ทำหน้าที่ร้องเพลงเพื่อสร้างความบันเทิงเพียงเท่านั้น แต่บทเพลงของเขายังทำหน้าที่ ‘ช่วยชีวิต’ ของหลายๆคนเอาไว้ในวันที่ย่ำแย่ไว้อีกด้วย แฟนเพลงจำนวนมากใช้เพลงของ Linkin Park เยียวยาความเศร้าและเลือกใช้ดนตรีเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่นเดียวกับเชสเตอร์ที่เลือกใช้บทเพลงปลดปล่อยความทุกข์ในอดีต แน่นอนว่ามันทำให้เกิดความสัมพันธ์สุดพิเศษระหว่างศิลปินและแฟนเพลง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้จักเชสเตอร์เป็นการส่วนตัว เพราะคุณได้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับเพลงของเขา

Chester Bennington


Chester Bennington


“…When my time comes forget the wrong that I’ve done
Help me leave behind some reasons to be missed…”

“…เมื่อเวลานั้นมาถึง ช่วยลืมความผิดพลาดที่ผมได้ทำลงไปด้วย
ช่วยทำให้ผมได้หลงเหลือไว้ซึ่งเหตุผลที่จะทำให้ใครคิดถึงบ้าง…”

– Leave Out All The Rest, Linkin Park


ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากการเสียชีวิตของเชสเตอร์ เบนนิงตัน แห่งวง Linkin Park อาจทำให้แฟนเพลงรู้สึกโศกเศร้าราวกับสูญเสียเพื่อนสนิทสักคนไปตลอดกาล…เพราะปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าเชสเตอร์คือศิลปินแห่งเจเนเรชั่น แม้ว่าแสงหนึ่งแสงจะจากไปแล้ว แต่สิ่งที่แฟนเพลงจะไม่ลืมคือ สิ่งที่ Linkin Park ทำให้พวกเขารู้สึกเมื่อได้ฟังเพลงแต่ละเพลง เมื่อไหร่ที่คุณเปิดเพลงเหล่านั้น ‘เชสเตอร์ เบนนิงตัน’ จะตื่นจากการหลับใหลและทำหน้าที่มอบพลังดนตรีดีๆให้คุณอีกครั้ง เราจะมีเพลงของเขาฟังไปตลอดทั้งชีวิต เช่นเดียวกับที่เชสเตอร์จะอยู่ในใจแฟนๆตลอดไปเช่นกัน…เชสเตอร์ มีคนคิดถึงคุณมากมายเลยนะ

R.I.P Chester Bennington (1976-2017)

หากคุณอยู่ในภาวะซึมเศร้า อย่ากลัวที่จะร้องขอความช่วยเหลือ 
โทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 STAY ALIVE !


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon