ทำไมต้อง เชิดสิงโต แห่มังกรในวันตรุษจีน?

posted: 2 years ago
3,587 views
ทำไมต้อง เชิดสิงโต แห่มังกรในวันตรุษจีน?

comments

อีกสิ่งหนึ่งที่เรามักจะเห็นกันในการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนก็คือการ เชิดสิงโต และการแห่มังกร ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ามังกรนั้นเป็นสัตว์มงคลในตำนานตามความเชื่อของชาวจีน แล้วทำไมต้องมีประเพณีแห่มังกรล่ะ ไหนจะสิงโตอีก แล้วมันมีที่มาจากไหนกันนะ เดี๋ยววันนี้เราไปร่วมไขข้อสงสัยกัน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: 12 ข้อห้าม ที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน9 สิ่งที่ควรทำในวันตรุษจีนความหมายของเครื่องเซ่นไหว้ตรุษจีน

การ เชิดสิงโต

ชาวจีนเชื่อกันว่า สิงโต เป็นบุตรของมังดรที่มีพลังมากที่สุด ถึงขนาดที่ว่าสวรรค์ได้มอบหมายให้สิงโตทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ นอกจากนี้ สิงโตยังเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจ ความกล้าหาญ และความจงรักภักดี เป็นสัตว์เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ด้วยเพียงเสียงคำราม ชาวจีนจึงนิยมสร้างรูปปั้นของสิงโตไว้ตรงหน้าสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญ เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายไม่ให้ผ่านเข้าไป

สิงโตขนปุย
สิงโตขนปุย

มีตำนานหนึ่งเล่าว่า ในรัชสมัยของพระจักรพรรดิเคี่ยนล่งกุ๋น แห่งราชวงศ์เช็ง (พ.ศ. 2279-2338) ได้มีสัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่ตนหนึ่งได้ปรากฏตัวและลอยผ่านน่านฟ้าด้านทิศตะวันออก มาจนถึงหน้าท้องพระโรงของพระจักรพรรดิ ก็ลอยตัวต่ำลงและทำการถวายบังคับพระจักรพรรดิถึง 3 ครั้ง ยังไม่ทันที่เหล่าขุนนางและพระจักรพรรดิจะหายตกตะลึง สัตว์สี่เท้าตนนั้นก็ลอยขึ้นสู่อากาศ และเหาะกลับไปในทิศทางเดิม

2
การแสดงเชิดสิงโตแบบผาดโผน

ไม่มีใครรู้เลยว่าสัตว์ตนนี้คืออะไร เว้นแต่อำมาตย์ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่งที่ได้กล่าวว่า สัตว์นี้เป็นสัตว์ประเสริฐ มีนามว่า “สิงโต” และไม่ปรากฎตัวให้ใครเห็นได้ง่ายๆ การที่มาปรากฎตัวต่อหน้าพระพักตร์และถวายบังคมถึง 3 ครั้งเช่นนี้แสดงว่าพระจักรพรรดิเคี่ยนล่งกุ๋นนี้มีบารมีสูง เมื่อได้ฟังเช่นนั้น พระจักรพรรดิจึงสรรเสริญสิงโตจนนำไปสู่การประดิษฐ์หัวสิงโตเพื่อใช้เป็นการละเล่นและเป็นการอวยพรแก่บุคคลต่างๆ และกลายเป็นที่นิยมจวบจนกระทั่งปัจจุบัน

การแสดงเชิดสิงโตเพื่อความบันเทิง
การแสดงเชิดสิงโตเพื่อความบันเทิง

แต่อีกตำนานก็เล่าว่า ในสมัย 5 ราชวงศ์ของประเทศจีน มีสัตว์ร้ายชื่อว่า “เหนียน” ชอบปรากฎกายออกมาสร้างความเดือดร้อนในวันตรุษจีน ทั้งทำร้ายผู้คนและพืชผลการเกษตร ผู้ที่เดือดร้อนจึงได้ไหว้วอนให้เทพเจ้าช่วยเหลือ เทพเง็กเซียนฮ่องเต้จึงได้ส่งสิงโตลงมากำจัดตัวเหนียนให้ แต่ในปีต่อ ตัวเนียนก็ยังคงมาวร้างความเดือดร้อนให้อีก ผู้คนจึงพร้อมใจกันแต่งตัวเลียนแบบสิงโตและขับไล่ตัวเหนียนออกไปได้ จนกลายเป็นประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาในวันตรุษจีนของทุกปี

การเชิดสิงโตนั้นมีอยู่หลายสำนัก โดยการเชิดสิงโตของฝั่งจีนใต้นั้นโลกโผนกว่าฝั่งเหนือ (ปักกิ่ง) มากนัก เพราะฝั่งเหนือเลียนแบบท่าทางของสุนัข แต่ของฝั่งใต้นั้นเลียนแบบท่าทางของแมวที่ชอบปีนป่าย จึงกลายมาเป็นการเชิดที่โลดโผน ให้ผู้ชมได้ลุ้นระทึกเหมือนในปัจจุบัน

แห่มังกร

มังกรเป็นสัตว์ในตำนานที่ชาวจีนเชื่อว่าทรงอำนาจมากที่สุดในบรรดาสัตว์เทพเจ้าทั้งปวง ด้วยอิทธิฤทธิ์อันยิ่งใหญ่และความสง่างาม จึงทำให้มังกรถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์จีนมาตั้งแต่โบราณ

4
ส่วนหัวของมังกร

โดยประเพณีการเชิดมังกรนี้เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่น (พ.ศ. 337-763) แต่เดิมเป็นพิธีบูชาบรรพบุรุษและบวงสรวงเทพเจ้าเพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพราะชาวจีนเชื่อว่ามังกรคือผู้กำหนดการตกของฝน ระบำขอฝนที่จัดขึ้นในฤดูแล้งจึงมักมีมังกรเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ โดยมีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ชุนชิวฝานลู่” ที่เขียนขึ้นในสมัยรางวงศ์ฮั่นโดย ต่ง จ้งซู ได้บันทึกเกี่ยวกับพิธีกรรมขอฝนเอาไว้ว่า มีการใช้มังกรที่ทำจากจากดินเหนียว ผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็จะออกเต้นกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีภาพแกะสลักที่แสดงให้เห็นถึง การแสดงเพื่อความบันเทิงที่เป็นนิยมในสมัยราชวงศ์ฮั่น เรียกว่า “ไป่ซี่” โดยจะมีการแต่งตัวเลียนแบบเป็นสัตว์ต่างๆ รวมไปถึงมังกรด้วย

ต่อมาในสมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ.1161-1450) และราชวงศ์ซ่ง (พ.ศ. 1503-1822) ก็ได้มีโคมไฟรูปมังกรปรากฎในเทศกาลโคมไฟ โดยสร้างจากแก้วและผ้า ภายในบรรจุเทียนจำนวนมาก และจะหิ้วเดินขบวนกันไปตามถนนยามค่ำคืนในช่วงเทศกาลโคมไฟ ซึ่งเชื่อกันว่านี่เป็นต้นแบบที่ถูกนำไปประยุกต์กับการเชิดสิงโตในปัจจุบันที่มักจจะจัดกันในตอนกลางวัน

5
การแสดงมังกรเล่นไฟ

การเชิดมังกรนั้นจะผิดพลาดไม่ได้ เพราะด้วยลำตัวของมังกรที่ยาวกว่า 30 เมตรจึงทำให้ต้องใช้คนหลายคนในการเชิด ผิดพลาดเพียงหนึ่งคนอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะไม้แรก ซึ่งก็คือส่วนหัวที่ต้องเปลี่ยนคนเชิดบ่อย เนื่องจากมีน้ำหนักมาก 10 กิโลกรัม โดยลักษณะการเชิดมังกรที่เป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือ การเคลื่อนไหวเลียนแบบกระแสน้ำ หรือเกลียวคลื่น นอกจากนี้ยังมีการแสดงเชิดมังกรโลดโผน ที่ผู้เชิดจะร่วมกันพามังกรปีนขึ้นเสาสูงชะลูด และประดับประดาด้วยดอกไม้ไฟ ถือเป็นการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจมากในเทศกาลตรุษจีน โดยสามารถหาชมได้ที่ จ.นครสวรรค์ บ้านเกิดของ ด.ช.อไทย เอง

ทีนี้คุณก็คงจะเข้าใจความหมายของการเชิดสิงโตและการเชิดมังกรแล้ว ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าทุกประเพณีของชาวจีนนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับโชคลาภและคามเป็นสิริมงคล การเชิดสิงโตและมังกรก็ถือเป็นหนึ่งในคำอวยพรให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ชมด้วยนั่นเอง ถ้าอยากเพิ่มความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในตรุษจีนนี้ล่ะก็ ไปเที่ยวนครสวรรค์กันเถอะ โดยปีนี้มีกำหนดจัดในวันที่ 1-12 กุมภาพันธ์ ภายในงานมีการแสดงเชิดมังกรที่จัดเต็มด้วยแสงสีเสียงเลยเชียวนะ


avatar
by ด.ช.อไทย
มนุษย์

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon