เตรียมตัว สวดมนต์ข้ามปี อย่างไร ให้สุขใจ ได้บุญ

posted: 1 year ago
7,132 views
เตรียมตัว สวดมนต์ข้ามปี อย่างไร ให้สุขใจ ได้บุญ

comments

สำหรับกิจกรรมข้ามปียอดฮิต ที่นอกเหนือจากการฉลอง ไปเคาท์ดาวน์ตามที่ต่างๆ แล้ว หลายคนคงจะเลือกที่จะเคาท์ดาวน์แบบพุทธๆ สไตล์ อย่าง การสวดมนต์ข้ามปี เป็นแน่ ซึ่งการสวดมนต์ข้ามปีนี้ นับได้ว่าเป็นกุศโลบายที่ดี  ช่วยให้คนเข้าถึงศาสนา เริ่มต้นศึกษาคำสอนมากยิ่งขึ้น และถือเป็นเรื่องที่เริ่มต้นได้ง่ายๆ ทำได้ทุกเพศทุกวัย และไม่ใช่เรื่องของคนแก่ คนเคร่งครัดอีกต่อไปเหมือนที่เคยเป็น

วันนี้ Rabbit Daily ก็มีวิธีการเตรียมตัวดีๆ ให้คุณฟิตพร้อมสำหรับ การสวดมนต์ข้ามปี เพื่อต้อนรับปีใหม่ มาฝากกัน


เตรียมตัวให้พร้อม กับสวดมนต์ข้ามปี

ก่อนการไปสวดมนต์ข้ามปีนั้น หลายคนมักจะนึกว่าสิ่งที่ควรเตรียม คือชุดนุ่งขาวห่มขาว หรือเตรียมท่องจำบทสวด แต่จริงๆ แล้ว เพียงแค่คุณแต่งกายให้สุภาพ (หากผู้ที่สวดมนต์ข้ามปี ไม่ต้องการไปสวดที่วัด ก็แต่งกายได้ตามสบาย) ส่วนบทสวดก็สามารถถือหนังสือ หรือกระดาษที่มีบทสวด เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

แต่การที่จะสวดมนต์ให้เกิดผลดีต่อชีวิต ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งความสุขใจ ตามที่ทุกคนปรารถนานั้น คุณรู้หรือไม่ ว่าเราต้องเตรียมตัวอะไรกันบ้าง ?

1.ต้องเป็นคนดี คิดดี ทำดี

นี่ถือเป็นอันดับแรกในการเตรียมตัว และเป็นเคล็ดลับสำคัญสำหรับการสวดมนต์ต่างๆ เพื่อให้ได้บุญ เพราะมีความเชื่อต่างๆ กล่าวไว้ว่า จริงอยู่ที่การสวดมนต์ล้วนแล้วแต่ให้ผลบุญกุศล การได้แผ่เมตตา เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการทำกรรมดี แต่ถ้าหากยังเป็นคนดีไม่ได้ อำนาจและคุณความดีเหล่านี้จะเข้าสู่ตัวไม่ได้ เพราะมีกรรมชั่วคอยสกัดอยู่มาก เป็นผลให้อำนาจฝ่ายดีก็ไม่อาจจะแทรกเข้าไปได้

นอกจากนี้ กรรมทั้งสองสิ่งนี้ ล้วนอยู่รวมกันไม่ได้ เหมือนขวดน้ำที่มีน้ำอยู่เต็มขวด แม้พยายามจะกรอกน้ำเข้าไปอีกมันก็ล้นเข้าไปไม่ได้ เพราะน้ำในขวดมันดันไม่ให้เข้าไป

ดังนั้นก่อนที่จะสวดมนต์ ทำความดี เพื่อสร้างมงคลสู่ชีวิตนั้น จำเป็นต้องลด ละ เลิก ทำความชั่วเสียก่อน แม้ว่าเราจะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ แต่เราก็สามารถสร้างกรรมดีได้ใหม่ได้ทุกวินาที

ดังนั้น หมั่นสร้างบุญกุศล ให้เหมือนกับเติมน้ำสะอาดเข้าไปในชีวิตเรื่อยๆ น้ำดำหรือยาพิษนั้นก็จะเจือจางลงไป จนไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ และส่งผลให้การสวดมนต์ได้ผลบุญอย่างแท้จริง

women make merit a bird

2. เตรียมจิตให้บริสุทธิ์

การสร้างบุญกุศล หรือการสวดมนต์นั้น นับเป็นการสร้างกรรมดีในพุทธศาสนา และสิ่งเหล่านั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินว่าจะมากน้อยเท่าใด บางครั้งทำบุญแต่ไม่ได้บุญกลับ ได้บาปก็มีมากมาย แน่นอนว่าการสวดมนต์ก็เช่นกัน

วิธีแก้นั้นง่ายมาก เพียงแค่คุณมีจิตที่บริสุทธิ์ระหว่างการให้ทาน หรือการสวดมนต์ และต้องมีเจตนาทำบุญไม่ได้หวังผลอื่นใด ทั้งก่อนให้ กำลังให้ และหลังจากการให้ แต่ประเภททำบุญ 100 บาท แต่หวังผลบุญล้านบาทนั้น เป็นไปไม่ได้

นอกจากนี้ หากผู้รับนั้นบริสุทธิ์ หรือเรียกว่า ‘เนื้อนาบุญบริสุทธิ์’ บุญของผู้ให้นั้นก็จะยิ่งมากขึ้นไปตามลำดับ เช่น ทำบุญกับพระสงฆ์ที่ถือศีล 227 ข้อ ย่อมมากกว่าคนธรรมดาที่ถือศีล 5 หรือทำบุญกับคนที่ถือศีล 5 ย่อมได้ผลมากกว่าคนไม่มีศีล

3. รวมสมาธิให้แน่วแน่ มั่นคงก่อนสวดมนต์ และหลังสวดมนต์

บางคนอาจจะสงสัย การสวดมนต์จะไม่ได้ผลนั้น สาเหตุหลักอีกประการหนึ่ง คือ การไม่มีสมาธิในการสวดที่ดีพอ เปรียบเหมือนเครื่องรับวิทยุที่ไม่มีกำลังหรือมีคลื่นแทรกอยู่ตลอดเวลา ทำให้รับคลื่นดีๆ นั้นไม่ได้ หรือรับได้แต่น้อยมาก

นอกจากนี้ คนทั่วไปนั้น เวลาสวดมนต์มักไม่ทราบว่าควรจะทำอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้คุณสามารถทำได้อย่างง่ายๆ  โดยวิธีการแก้ที่ง่ายมาก เพียงแค่ต้องทำใจให้นิ่งเสียก่อน หรือถ้าจะให้ดีจริง ให้ลองทำสมาธิก็จะช่วยให้ดียิ่งขึ้น

young fitness woman practice yoga at mountain peak cliff

เพราะการรวมจิตใจให้นิ่ง ไม่กระสับกระส่าย ทำให้จิตนั้นรวมกันเข้ากับบทสวด คาถาสวดได้ดี และถ้ายิ่งมีสมาธิมากเท่าใด อานิสงส์จะได้รับมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อสวดมนต์เสร็จแล้ว ก็ไม่ควรลุกทันที แต่ควรนั่งสมาธิต่อ  คุณก็จะได้อานิสงส์บุญเพิ่มมากขึ้น

สำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นทำสมาธิ แนะนำให้ทำสมาธิแบบนั่งจะดีที่สุด เพราะจะได้สวดมนต์ต่อเนื่องไปได้เลย

4. อย่าลืมอุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศล ให้ผู้อื่น

การอุทิศส่วนกุศลนั้น เรียกได้ว่าเป็นการเชื่อมบุญ ถือเป็นเคล็ดวิธีโบราณ เป็นการอุทิศบุญใหม่ที่เราทำ เพื่อไปกระตุ้นบุญเก่า รวมถึงบุญกุศล กรรมที่ทำร่วมกันมา และการเชื่อมบุญนี้ ถือว่าเป็นการร่วมสร้างบุญร่วมกัน แต่การที่จะเชื่อมบุญนั้น เราเองต้องมีบุญของตนไปเชื่อมด้วย ถ้าไม่สร้างบุญขึ้นมาที่เป็นของตนจะเอาบุญที่ไหนไปเชื่อมบุญได้

สำหรับการสร้างบุญกุศลนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ขอให้ยึดหลักการทำบุญ ด้วยจิตบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นการสร้างบุญบารมีที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา ดังนั้น หากสวดมนต์ และทำสมาธิเสร็จสิ้น คุณก็ไม่ควรลืมที่จะแผ่เมตตา เพื่อเป็นการสร้างกุศล สร้างความดี และเป็นการเชื่อมบุญอีกด้วย

meditation

5. นอนให้อิ่ม เตรียมตัวมาให้พร้อม

คงดูไม่ดีแน่ หากการสวดมนต์ข้ามปีนั้น ทำให้คุณไม่สบายเนื้อสบายตัว เป็นผลให้สวดมนต์ได้ไม่นาน และไม่ได้ผลบุญเท่าที่ควร ดังนั้น ก่อนการมาสวดมนต์ข้ามคืน คุณควรตระเตรียมร่างกายให้พร้อม ดังต่อไปนี้

  • ก่อนการสวดมนต์ควรกินอาหารที่ย่อยง่าย เน้นผักและผลไม้ที่ไม่หวานจัด เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
  • เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนเริ่มต้นการสวดมนต์ข้ามปี หรือดื่มน้ำน้อยๆ ก่อนการเริ่มต้นการสวดมนต์
  • นอนหลับให้เต็มอิ่ม หากรู้ตัวว่าคุณไม่ใช่คนที่นอนดึกได้ เพราะการสวดมนต์ข้ามปี ไม่ใช่พ้นเที่ยงคืนของวันนั้น ก็เลิกสวดทันที แต่อาจลากยาวไปอีก 1 – 2 ชม.
  • ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนการสวดมนต์ เพื่อเป็นการฟิตร่างกายทำให้สวดมนต์ได้ยาวนานขึ้น

Rai Khing temple

  • หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน ลองสลับท่านั่งระหว่างการนั่งพับเพียบ กับการนั่งขัดสมาธิบ้าง จะช่วยให้คุณนั่งได้นาน และสบายมากขึ้น
  • ยกลำตัวหรือกระบังลมขึ้นเป็นช่วงๆ เพื่อช่วยลดการกดน้ำหนักเฉพาะจุดและต้านทานแรงดึงดูดของโลก โดยทำเป็นช่วงๆ ช่วงละ 10 นาที และคลายกล้ามเนื้อลงประมาณ 1 นาที สลับทำอย่างนี้ไปตลอดขณะทำการสวดมนต์จะทำให้กล้ามเนื้อลำตัวแข็งแรงขึ้น

Loving couple

  • สำหรับผู้สูงอายุที่อยากจะสวดมนต์ข้ามปีด้วย อาจจะนั่งเก้าอี้แทนการนั่งกับพื้น เพื่อลดอาการปวดเข่า ไม่ต้องกลัวว่าการนั่งกับเก้าอี้จะทำให้ไม่ได้ผลบุญ เพราะการสวดมนต์ล้วนขึ้นอยู่กับการตั้งใจ และจิตที่บริสทุธิ์ นอกจากนี้จะทำให้สามารถสวดมนต์ได้ยาวนานขึ้น

นอกจากนี้ หลังจากการสวดมนต์เป็นเวลานาน อย่าลืมผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพด้วย เนื่องจากนั่งอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน อาจทำให้เป็นเหน็บ เป็นตะคริว ได้

สวดมนต์ข้ามปี ได้อานิสงส์อะไรบ้าง?

นอกจากนี้ ไม่เฉพาะแค่การสวดมนต์ข้ามปี แต่การสวดมนต์ในชีวิตประจำวันนั้น ล้วนแล้วแต่ให้อานิสงค์ ผลบุญที่ดี และให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด ซึ่งสิ่งที่คุณจะได้ เราสามารถจำแนกได้เป็นข้อๆ อย่าง

1 .สวดมนต์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าและย่อมได้บุญกุศล

2. เกิดผลดีต่อร่างกาย คนที่สวดมนต์เป็นประจำนั้น ทางการแพทย์สมัยใหม่รับรองแล้วว่า การสวดมนต์ทำให้เกิดความสุขได้จริงในจิตใจ ส่งผลต่อร่างกายให้หลั่งสารความสุขออกมา ร่างกายก็จะแข็งแรง

3. เป็นการบำเพ็ญภาวนาอย่างหนึ่ง ทำให้มีสมาธิจิตใจ แจ่มใส นอกจากนื้ การสวดมนต์เป็นการสร้างสมาธิวิธีการหนึ่ง เมื่อจิตมีสมาธิ ย่อมแจ่มใส มีกำลัง คิดอ่านแก้ไขปัญหาอะไรก็จะทำได้ง่าย เพราะมีสติกำกับอยู่เสมอ

pray for faith in Buddhism

4. เชื่อกันว่า จะเป็นที่โปรดปรานของเหล่าเทพเทวดาและดวงจิตวิญญาณทั้งปวง เพราะเมื่อได้ยินบทสวดแล้ว จะพบกับความเย็นสบาย คลายทุกข์ ทำให้นิยมชมชอบคนที่สวดด้วย และเหล่าเทพเทวดาก็ยินดีจะช่วยปกป้องรักษาคนที่สวดอีกด้วย

5. เกิดบุญจากการแผ่เมตตา เมื่อสวดมนต์เสร็จ มีการแผ่เมตตาแก่ตนเอง และเหล่าสรรพสัตว์ย่อมเกิดอานิสงส์บุญเกิดขึ้น

6. คนที่สวดมนต์เป็นประจำนั้นย่อมได้รับการอวยพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ เพราะเป็นผู้สร้างกรรมดีจากการสวดมนต์ และแผ่เมตตา

The local Thai temple,Wat Phraphutthachai in Saraburi

7. เป็นการสร้างสิริมงคลต่อตนเอง และครอบครัว นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า จะปัดเป่าภัยพิภัย โรคร้ายได้จริง ยิ่งสวดมาก ก็จะมีสิริมงคลมากขึ้น ทำอะไรก็สำเร็จได้โดยง่าย

8. สามารถแผ่บุญ ตลอดจนการแผ่เมตตา ไปช่วยผู้ที่มีทั้งบุญและกรรมผูกพันกันมาได้บางส่วนเท่านั้น แต่ต้องจำไว้ว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นต้องปฏิบัติเองถึงจะได้ผลบุญเหล่านั้น

9. เป็นพื้นฐานไปสู่การก่อนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานชั้นสูงต่อไป หรือช่วยให้คุณเข้าถึงคำสอนทางพุทธศาสนาเพิ่มมากยิ่งขึ้น

การเริ่มต้นสวดมนต์ และการเริ่มต้นทำความดีไม่ยากอย่างที่คิด ยังไงก็ขออนุโมทนา สาธุ กับทุกๆ คนที่ตั้งใจสวดมนต์ข้ามปี ในปีนี้ด้วยนะ และที่สำคัญ! หากเอาแต่สวดมนต์ แต่ไม่ทำความดี คิดดี ทำดี ขยันหมั่นเพียร และมีสติในชีวิตประจำวันด้วย


เพราะการเอาแต่พึ่งบุญวาสนานั้น แม้จะสวดมนต์ข้ามปี เป็นสิบๆ ปี ก็คงจะไม่ได้ผลอะไรอย่างแน่นอน!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon