เป็นพ่อแม่มือใหม่ต้องเตรียม ่เงิน’ ยังไงบ้าง

posted: 1 year ago
เป็นพ่อแม่มือใหม่ต้องเตรียม ่เงิน’ ยังไงบ้าง

comments

หลังการแต่งงานแล้ว หลายคนก็มักจะวาดฝันถึงการสร้างครอบครัวร่วมกัน โดยเฉพาะกับบางครอบครัวที่ดั้งใจจะมีเจ้าตัวน้อยด้วยแล้ว การวางแผนอนาคตไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน เรื่องการเงิน ของครอบครัว ล้วนแล้วแต่สำคัญ และไม่ควรมองข้ามทั้งนั้น

ว่าแต่ จะเป็นพ่อแม่มือใหม่ทั้งทีแบบนี้ เราต้องเตรียมตัวอย่างไรกันบ้างนะ โดยเฉพาะกับเรื่องการเงิน!?


รู้จักสถานะการเงินในบ้านเสียก่อน

‘รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง’ เป็นสุภาษิตที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ หากอยากจะวางแผน ขั้นแรกเราควรรู้สภาพการเงินภายในบ้านให้ดีเสียก่อน เพื่อจะได้วางแผนในขั้นต่อไปได้

โดยสถานะการเงินในบ้านที่เราต้องรู้ คือ เงินเดือนของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่นั้นเอง หากรวมกันแล้วจะมีเงินใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ มีหนี้สินที่ต้องจ่ายหรือไม่ มีเงินออม มีประกัน หรือเปล่า?

ลองจับเข่าคุยกันเรื่องการเงินอย่างจริงจัง จดรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้จ่ายในครอบครัวออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม เพราะหากมีลูกแล้ว ค่าใช้จ่ายย่อมไม่หยุดแค่ขั้นตอนการคลอดอย่างแน่นอน จากนั้นแยกแยะรายจ่ายในอนาคตข้างหน้าแบบคร่าวๆ เช่น ต้องออมเงินเท่าไหร่ไว้สำหรับการศึกษาของลูก, ต้องทำประกันคุ้มครองอะไรบ้าง? เพื่อเป็นการวางแผน และปรับเปลี่ยนการใช้จ่ายการเงินนั่นเอง


husband calculating bills while family sitting on the sofa


ซึ่งการปรับค่าใช้จ่ายในที่นี้ หมายความว่าทั้งคุณพ่อคุณแม่ต้องรับทราบ และร่วมกันปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด อาจจะตั้งกระปุกส่วนกลางไว้ช่วยกันหยอดเงินเศษในแต่ละวัน เก็บออมเงินคนละ 10% เพื่อไว้เป็นค่าใช้จ่ายของลูกๆ และตัวคุณเองในอนาคต หรือเริ่มต้นทำประกันต่างๆ เพื่อลูกน้อย ก็ดูไม่เลว

นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในระหว่างที่คลอดนั้น หากลาคลอดแล้ว คุณแม่จะได้รับเงินเดือนอยู่หรือไม่? โดยหลักๆ แล้ว สิทธิ์ลาคลอดนั้นจะตกอยู่ระหว่าง 45 – 90 วัน เมื่อนับกันเล่นๆ ก็แทบจะเป็นระยะเวลา 1 – 3 เดือนเลย (ขึ้นอยู่กับประเภทงานที่ทำ) ซึ่งตามกฏหมายทั่วไป ส่วนมากคุณแม่ทั้งหลายเมื่อลาคลอดจะยังได้รับเงินเดือนตามปรกติอยู่ แต่หากลาเกินระยะเวลาที่กำหนด บางที่ก็มักจะยื่นข้อเสนอว่า สามารถลาได้ แต่ไม่ได้รับเงินเดือน ในเดือนนั้นๆ นั่นเอง

หากมีสิทธิ์ประโยชน์ในแง่คุ้มครอง หรือสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร ก็ให้พึงระลึกไว้เลยว่า อะไรที่เบิกได้ ก็อย่าลืมเบิกเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น ประกันสุขภาพ ประกันสังคม หรือแม้กระทั่งบัตรทอง เพราะเงินในส่วนนี้จะช่วยในค่าใช้จ่ายในการคลอด หรือจนกว่าลูกๆ จะครบอายุ 18 ปี ได้พอสมควร ซึ่งหากตกเบิกได้ อย่าลืมนำมาคิดคำนวน แยกแยะค่าใช้จ่ายเหล่านั้นในอนาคตด้วยล่ะ

Save for future


เลี้ยงลูกนั้น มีหลายเฟส

การเลี้ยงลูกนั้น อย่างที่รู้ๆ กันว่าคงไม่จบแค่ค่าคลอดอย่างแน่นอน และนี่ถือเป็นปัญหาหลักๆ ที่คนเป็นพ่อแม่ต้องรับรู้ และหวั่นใจอยู่เหมือนกัน เอาละ ไม่ต้องวิตกกังวลไป ก่อนอื่นเราไปดูกันก่อนล่วงหน้าดูสิว่า ลูกๆ ในแต่ละช่วงวัยนั้น ต้องใช้จ่ายในเรื่องอะไรบ้าง

 

  • ช่วงแรกเกิด

ค่าใช้จ่ายในช่วงแรกเกิด หรือช่วงตั้งท้องนั้น นับได้ว่าเป็นช่วงที่สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว โดยหลักๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายส่วนมากจะไปตกอยู่กับโรงพยาบาล กับการตรวจเสียมากกว่า ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้น จะเริ่มต้นกันที่

ค่าตรวจครรภ์ ฝากครรภ์, การตรวจอัลตร้าซาวนด์, เจาะน้ำคร่ำ (เฉพาะบุคคล), ค่าวิตามิน หรือค่าอาหาร ค่าบำรุงคุณแม่  ค่าคลอด ซึ่งถ้าคุณแม่และลูกมีปัญหา ในส่วนนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงเพิ่มขึ้นอีก

ซึ่งหลังจากที่เด็กคลอดแล้ว รายจ่ายต่อมาก็จะหนีไม่พ้นเรื่องของ ค่าใช้จ่ายสุขภาพ เช่น ฉีดวัคซีน หาหมอ โดยเฉพาะกับช่วงเด็กแรกเกิด สุขภาพจะไม่ค่อยแข็งแรงนัก การเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลจึงนับได้ว่าเป็นเรื่องปรกติมากๆ รวมไปถึงค่าข้าวของเครื่องใช้สิ้นเปลืองต่างๆ เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูป, เสื้อผ้า, เครื่องใช้ประจำวัน, ค่าอาหารลูกๆ, ค่านมลูก (ในกรณีที่ไมได้กินนมแม่แล้ว) อีกด้วย

pregnant woman is smile

โดยค่าใช้จ่ายในช่วงแรกๆ นั้น เราสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคม ประกันสุขภาพ หรือแม้กระทั่งบัตรทองช่วยลดหย่อนค่าใช้จ่ายในช่วงนั้นลงไปได้ แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆ หลังจากที่เด็กๆ คลอดแล้ว จะเริ่มต้นเป็นค่าใช้จ่ายที่ยากแก่การเบิกอยู่เสียหน่อย โดยเฉพาะค่าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ 

ค่าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ นั้น หากซื้อในครั้งเดียว ทีเดียว อาจจะเป็นเงินจำนวนมาก ดังนั้น วิธีการแก้คือการทยอยซื้อทีละเล็กทีละน้อย พร้อมทั้งลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างนมลูกนั้น หากคุณแม่ให้นมลูกได้ถึง 1 ขวบ ก็จะยิ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องนมได้ได้มาก แถมช่วยให้ลูกแข็งแรง มีภูมิต้านทานอีกด้วย

นอกจากนี้ การทำประกันเพื่อลูกน้อยควรเริ่มต้นทำตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็น ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต หรือแม้กระทั่งประกันสำหรับไว้เป็นมรดกให้ลูกๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรนึกถึง เพราะประกันนั้น หากยิ่งทำไว ทำนานมากเท่าไหร่ ผลตอบแทนย่อมคุ้มค่า และสามารถเป็นเงินทุนในอนาคตได้อย่างแน่นอน

Young Asian parents holding newborn child, hospital nursery


  • ช่วงวัยเรียน

ถ้าเข้าช่วงวัยเรียน ก็คงจะหนีไม่พ้น ค่าเล่าเรียนต่างๆ ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมหาลัย รวมคร่าวๆ แล้วก็กินเวลามากถึง 19 ปี และถ้าคุณส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ ย่อมต้องจ่ายค่าเทอมมากกว่าโรงเรียนเอกชนปกติอย่างน้อย 3-4 เท่า

หรือถ้าส่งลูกเรียนกิจกรรมพิเศษมากขึ้น เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ ค่าเรียนพิเศษด้านวิชาการ เป็นต้น ก็มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เข้ามาเพิ่มไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับในแต่ละครอบครัว

ส่วนค่าขนมของลูกๆ ส่วนมากนั้น จะเพิ่มขึ้นตามวัยและความจำเป็นในการใช้จ่าย เช่น เด็กบางคนกินข้าวกลางวันที่โรงเรียน บางคนซื้อกินเอง ค่าเดินทาง ค่าเรียนพิเศษเสริมต้องทานข้าวเย็นเองด้วย เป็นต้น หากอาศัยอยู่ในตัวเมือง ค่าเดินทางก็ย่อมเพิ่มมากขึ้น ถ้ายิ่งเข้าช่วงมหาลัยด้วยแล้ว เด็กๆ บางคนจำเป็นต้องเพิ่มค่าหอพักเข้ามาอีก

สำหรับช่วงวัยนี้ จะกินเวลาค่อนข้างยาวนาน และมีค่าใช้จ่ายที่จุกจิกเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงแรกเกิด ซึ่งพ่อแม่ต้องใช้การวางแผนทางการเงินอย่างมากเลยทีเดียว นอกจากนี้ การทำประกันสำหรับคุณพ่อคุณแม่เองก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยสร้างหลักประกันในชีวิตได้ เนื่องจากช่วงวัยนี้จะใช้จ่ายเงินมากเป็นพิเศษ หากเสาหลักคนใดคนหนึ่งของบ้านหายไปย่อมไม่ดีแน่ๆ ดังนั้น ลองหาประกันชีวิตเผื่อในกรณีฉุกเฉินไว้ ก็ดีเหมือนกันนะ

asian father and son enjoying biking outdoors


  • ช่วงวัยทำงาน

แน่นอนว่า เมื่อเรียนจบ ก็ไม่ได้หมายความว่าค่าใช้จ่ายของคุณจะจบสิ้นแต่เพียงเท่านี้ อ๊ะๆ เราไม่ได้หมายความว่า ให้คุณให้เงินใช้จ่ายลูกต่อไปนะ แต่ในช่วงของเหล่าเด็กจบใหม่นั้น การเงินมักจะไม่มั่นคง อย่างน้อยๆ ก็ช่วง 1 – 2 ปี ที่ลูกๆ ยังคงตั้งตัว คุณอาจจะต้องตระเตรียมเงินเผื่อไว้ก่อน (แค่เผื่อไว้ก่อนนะ) หรือเริ่มต้นออกไปทำงานนั้น คุณอาจจะยังต้องคอยสนับสนุนอยู่บ้าง (เพราะเพิ่งเริ่มต้นทำงาน การเงินอาจจะยังไม่เข้าที่ทาง) แม้จะไม่มากมายเท่าสมัยช่วงวัยเรียน แต่คุณควรแยกเงินเฉพาะไว้เผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินต่างๆ จะเป็นผลดี

นอกจากนี้ การตระเตรียมเงินในช่วงวัยเกษียณ หรือเงินออมต่างๆ ไว้เผื่อค้ำจุนลูกหลาน ก็น่าสนใจไม่น้อย และสำหรับใครที่อยากจะเริ่มทำประกันในช่วงนี้ ลองมองหา ประกันง่ายๆ ระยะสั้นๆ 6-10 ปี ที่ให้คุณจ่ายได้ง่ายๆ ในช่วงก่อนวัยเกษียณ และเผื่อเป็นต้นทุนมรดกให้กับลูกหลาน น่าจะเหมาะที่สุด

Mother and daughter embracing behind car on college campus

เราจะเห็นได้ว่าการเลี้ยงลูกนั้น จะมีอยู่ 3 ช่วง ด้วยกัน และในแต่ละช่วงล้วนแล้วแต่ใช้เงินไปกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่แตกต่างกันไป

ฉะนั้น วางแผนกันให้ดี เก็บออมเงินไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน และอยากลืมลงทุนต่างๆ เพื่อให้เป็นรายได้เสริม หรือหลักคุ้มครองครอบครัวของคุณไว้ด้วย จะช่วยให้สภาพการเงินของคุณไม่เจอปัญหาอย่างแน่นอน


คำนวนกันคร่าวๆ มีเงินเท่าไหร่ ถึงจะพอกันนะ

หลายคนอาจจะยังคาใจ และยังสงสัยอยู่ว่า ค่าใช้จ่ายของลูกๆ นั้น หากนับกันจริงจังแล้ว จะต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ เพื่อจะได้วางแผนกันล่วงหน้าง่ายๆ ซึ่งเราก็สามารถคำนวนกันได้ ดังนี้

จำนวนเงิน (รายเดือน) คร่าวๆ ที่คุณใช้ในการเลี้ยงลูก ตั้งแต่เกิดจนถึงจบปริญญาตรี ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รายเดือน (ไม่รวมค่าการศึกษา)  ประมาณ 15,000-20,000 บาท/เดือน แต่ถ้าอยู่เอกชนก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งหากรวมค่าใช้จ่ายคร่าวๆ จะได้  (ค่าใช้จ่ายทั่วไป) 4,320,000 + (ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา) 7,625,000 = 11,945,000 บาท หรือประมาณ 12 ล้านบาท

เห็นได้ว่าการใช้จ่ายของลูกๆ แต่ละคนอาจมีปรับลดเพิ่มได้ตามปัจจัยต่างๆ แต่ก็แสดงให้เห็นได้ว่าเราควรวางแผนทางการเงิน เงินออม เพื่อค่าใช้จ่ายเหล่านี้ด้วย

Mother and Daughter face-to-face

และที่สำคัญ นอกเหนือจากการวางแผน การออมเงินแล้ว อย่าละเลยการลงทุนเพื่ออนาคต เพราะเราจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายของลูกๆ นั้นมีค่อนข้างมาก การขาดเสาหลักไปสักหนึ่งคน คงไม่ดีแน่! ซึ่งเราขอแนะนำ ประกัน จาก กรุงไทยแอกซ่า ผ่านเว็บไซต์ Rabbit Finance ที่ให้คุณเริ่มกันง่ายๆ แม้จะยังมีค่าใช้จ่ายในครอบครัวอยู่เต็มมือ กับ แผนประกัน 2 แบบ 2 สไตล์ ให้คุณได้เลือก ไม่ว่าจะเป็น

  • iProtect S เปลี่ยนเงินร้อยให้เป็นมรดกเงินล้าน ให้คุณเริ่มต้นแค่วันละ 91 บาท (สำหรับทุนประกัน 1 ล้านบาท)  คุ้มครองสูงตั้งแต่วันแรกที่คุณจ่ายเบี้ย จะจ่ายเบี้ยเท่าไหร่ก็ได้ความคุ้มครองเต็มวงเงินทุนประกันตั้งแต่วันแรกที่กรมธรรม์เริ่มคุ้มครอง เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายที่ต้องการสร้างมรดกไว้ให้ลูกหลานใช้เมื่อยามตัวเองแก่เฒ่าและยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้
  • iGen ออมสั้นๆ แค่ 6 ปี แต่คุ้มครองจนถึงปีที่ 10 จ่ายเริ่มต้นแค่วันละ 85 บาท ช่วยให้คุณได้วางแผนการออมเงินอย่างสบาย โดยสามารถเลือกรับเงินคืน 2% ต่อปีจนครบกำหนดสัญญา หรือ เลือกรับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาขั้นต่ำ 198% ด้วยเบี้ยประกันแบบคงที่ และสามารถใช้นำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้เช่นเดียวกัน

Congratulating with birthday


การวางแผนครอบครัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ นั้น นอกจากจะช่วยให้ครอบครัวของคุณไม่ขาดสภาพคล่องทางการเงินแล้ว ยังช่วยเปิดโอกาสการเล่าเรียนของลูกๆ คุณ ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นอย่ารอให้สายเกินไป เริ่มต้นวางแผนการเงิน และเก็บออมเพื่อลูกหลานของคุณกันตั้งแต่วันนี้กันดีกว่า!!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon