เทคนิคกู้เงินซื้อ ‘บ้านในฝัน’ อย่างไรให้ผ่าน ?

posted: 2 years ago
เทคนิคกู้เงินซื้อ ‘บ้านในฝัน’ อย่างไรให้ผ่าน ?

comments

ความฝันสูงสุดอย่างหนึ่งของชีวิตคนวัยทำงานก็คือ การมี ‘บ้านในฝัน’ เป็นของตัวเองสักหลัง แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ค่าครองชีพต่างพากันพร้อมใจพุ่งสูงขึ้นแบบไม่แคร์ฐานเงินเดือนมนุษย์ออฟฟิศและคนหาเช้ากินค่ำเลย อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อที่ทะยานขึ้นเรื่อยๆจนหลายๆคนเก็บเงินออมกันไม่ค่อยจะทัน สาเหตุทั้งหลายเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่ทำให้ความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองของหลายๆ คนดูเหมือนจะต้องใช้ความพยายามและต้องวางแผนทางการเงินกันอย่างเคร่งครัดเป็นพิเศษ

home_sweet_home_wallpaper

สำหรับการซื้อบ้านนั้น ส่วนใหญ่จะใช้เงินเก็บของตัวเองบางส่วนเพื่อใช้เป็นเงินดาวน์ และต้องขอกู้สินเชื่อจากธนาคารมาอีกส่วนหนึ่ง มีน้อยคนมากที่จะซื้อบ้านด้วยเงินสด เพราะฉะนั้น…การที่จะได้ครอบครองบ้านในฝันได้สำเร็จก็อาจจำเป็นต้องกู้เงินจากธนาคาร คุณเองจะต้องศึกษาและเตรียมความพร้อมของสุขภาพทางการเงินให้ดี เพื่อให้การขอกู้นั้นผ่านฉลุยยังไงล่ะ !

 Rabbit Daily จะมาเผยเทคนิคง่ายๆ ที่จะเป็นผู้ช่วยในการเตรียมความพร้อมให้คุณในการขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อมาสร้างบ้านในฝันให้ผ่านแบบสวยงาม ไปดูกันเล๊ย ! 


เทคนิคกู้เงินซื้อบ้านจากธนาคารให้ผ่านฉลุย

1.เตรียมความพร้อมทางการเงิน

lovepattayathailand.com
lovepattayathailand.com

การวางแผนทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญ และการจะขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อซื้อบ้านนั้นก็เป็นเรื่องใหญ่ที่คุณจะต้องเตรียมความพร้อมทางการเงิน  ทางที่ดีคุณต้องลองหักลบรายจ่ายในแต่ละเดือนดูว่าเหลือเงินเก็บเท่าไหร่ และเงินเก็บนั้นเพียงพอที่จะนำไปชำระค่างวดผ่อนบ้านในแต่ละเดือนรวมถึงชำระดอกเบี้ยประจำปีหรือไม่ ? แนะนำว่าคุณควรมีเงินคงเหลือ 10-15 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินทรัพย์ที่คุณกู้ ถ้าหากสถานะทางการเงินของคุณพร้อม ซึ่งนั่นหมายถึงคุณมีความสามารถเพียงพอที่จะส่งค่างวด ธนาคารก็จะอนุมัติให้คุณได้ไม่ยาก


2.เดินสมุดบัญชีให้มีรายได้สม่ำเสมอ 6-12 เดือน

www.keyword-suggestions.com
www.keyword-suggestions.com

อันนี้ต้องกาดอกจันตัวโตๆเลยค่ะ* เพราะต้องระลึกไว้เสมอว่า ‘สมุดบัญชี’ คือเอกสารสำคัญมากๆ ที่ใช้สำหรับการขอกู้เงินจากธนาคาร เพราะฉะนั้นคุณต้องอัพเดตสมุดบัญชีธนาคารให้มีการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ โดยหลักๆ แล้วทางธนาคารจะขอดูความเคลื่อนไหวของรายได้ที่เข้ามาย้อนหลัง 6 เดือน (พยายามอัพสมุดบัญชี เพราะถ้าไปขอรายการเคลื่อนไหวย้อนหลัง 6 เดือนที่ธนาคารทีเดียว ธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้) แต่แนะนำให้คุณเดินสมุดบัญชีเตรียมความพร้อมไว้ประมาณ 6-12 เดือนเพื่อความน่าเชื่อถือและแสดงถึงสภาพคล่อง

ทั้งนี้ในส่วนของมนุษย์เงินเดือน จะต้องขอหนังสือรับรองจากทางบริษัท ที่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเงินเดือน ตำแหน่งงาน รวมถึงระยะเวลาในการทำงานด้วย แต่หากคุณประกอบกิจการส่วนตัว ธนาคารจะขอดูทะเบียนพาณิชย์หรือใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งคุณจะต้องสรุปรายการเงินให้มีความต่อเนื่อง


3.สินทรัพย์ค้ำประกันมีความน่าเชื่อถือ 

www.bangkokbanksme.com
www.bangkokbanksme.com

แน่นอนว่าการทำธุรกรรมขอยื่นกู้เงินหรือสินเชื่อจากธนาคาร คุณจะต้องมีสินทรัพย์ไว้เป็นหลักค้ำประกัน เพื่อให้ธนาคารเชื่อมั่นในกรณีที่คุณไม่สามารถผ่อนชำระหนี้สิ้นให้ธนาคารได้ (พูดง่ายๆ คือ หากคุณไม่มีความสามารถพอจะชำระเงินกู้ให้ทางธนาคารได้ ธนาคารจะยึดสินทรัพย์ที่คุณนำมาค้ำประกันนั่นเอง เช่น โฉนดที่ดิน) เพราะฉะนั้นสินทรัพย์ที่คุณนำมาค้ำประกันจะต้องเป็นสินทรัพย์ที่คุณมีสิทธิโดยชอบธรรม เช่น เป็นที่ดินของตัวเอง มีโฉนดที่ถูกต้อง ที่ดินไม่ตั้งอยู่ในแหล่งเสื่อมโทรม เป็นต้น นอกจากนี้แล้วคุณจะต้องเตรียมเอกสารจำพวกหลักฐานการเสียภาษีไว้ด้วยนะ


4.ฝึกวินัยการเงินก่อนผ่อนชำระค่างวด

www.careerealism.com
www.careerealism.com

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ห๊ะ ! ทำไมเราจะต้องมาฝึกวินัยก่อนการผ่อนชำระค่างวดด้วยแหละ ไหนๆ จะขอกู้แล้ว ก็กู้ไปเลยสิ ! แต่คุณอย่าลืมนะว่าการผ่อนเงินชำระค่างวดแต่ละเดือนเนี่ย หากคุณไม่มีวินัยด้านการเงิน ก็อาจนำความทุกข์ทนขื่นขมทรมานมาให้คุณได้นะ และระยะเวลาในการผ่อนก็ไม่ใช่จะสิ้นสุดไปภายใน 1 ปี ลองถามพ่อแม่คุณดูสิว่าพวกเขาต้องผ่อนค่าบ้านกันกี่ปี ? แม้อาจจะต้องผ่อนเดือนละไม่ถึง 10,000 บาท แต่ต้องส่งชำระทุกเดือน แล้วยังมีดอกเบี้ยประจำปีอีก ดังนั้นการวางแผนและมีวินัยทางการเงินจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งนี้คุณก็ลองซื้อสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งแล้วผ่อนจ่าย หลังจากนั้นลองพิจารณาดูว่าหากเราต้องผ่อนในสเกลที่ใหญ่ขึ้น เราจะมีความสามารถและวินัยเพียงพอไหม ?


ข้อควรรู้ก่อนยื่นขอกู้เงิน

realinvestornews.com
realinvestornews.com
  • นอกจากเงินเดือนแล้ว มีค่าใช้จ่ายประจำอื่นๆ ที่ถูกนำมาประเมินด้วยนะ เช่น ค่าเลี้ยงดูบุตรและบิดามารดา ซึ่งแต่ละธนาคารจะพิจารณาความเหมาะสมแตกต่างกัน
  • กรณีกู้ร่วมกันกับคู่สมรส ต้องเตรียมทะเบียนสมรสและหลักฐานทางการเงินของทั้ง 2 คน ทั้งนี้การกู้ร่วมกันนั้นย่อมมีความน่าเชื่อถือกว่าการกู้คนเดียว เพราะเท่ากับว่าศักยภาพในการส่งค่างวดของคุณจะแข็งแกร่งขึ้น
  • ทราบหรือไม่ว่าบางครั้งถ้าคุณไม่มีบัตรเครดิต ไม่เคยจ่ายหนี้บัตรเครดิตเลย บางธนาคารก็ยังไม่ปล่อยกู้ให้ โดยทางธนาคารจะแนะนำให้คุณไปทำบัตรเครดิตเพื่อให้มี ‘เครดิต’ และให้ชำระหนี้บัตรเครดิตก่อนสัก 1-2 รอบ เพื่อตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ของเรา ซึ่งในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
  • หากคุณเป็นหนี้บัตรเครดิตหรือ ‘เครดิตบูโร’ แล้วถูกขึ้นบัญชีดำ แสดงว่าประวัติการชำระหนี้ของคุณไม่ตรงต่อเวลา และผิดนัดจ่ายหนี้ ซึ่งในส่วนนี้ทางธนาคารก็อนุมัติปล่อยกู้ให้คุณยากหน่อยนะ เพราะจะต้องตรวจสอบประวัติคุณอย่างถี่ถ้วนว่าจ่ายค่างวดบ้างหรือเปล่า ทางที่ดีคุณจะต้องไม่ผิดชำระหนี้เครดิตบูโรเกิน 30 วัน ในรอบ 3 ปี ไม่งั้นประวัติคุณก็เสียนะ

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับยื่นธนาคาร

9049300_l

  • ผู้มีรายได้ประจำ
    1. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาบัตรข้าราชการ
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. สลิปเงินเดือน (ย้อนหลัง 6 เดือน)
    4. หนังสือรับรองเงินเดือน
    5. รายการบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน (Statement)
    6. ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
    7. ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
    8. ทะเบียนหย่า (ถ้ามี)
  • ผู้มีกิจการส่วนตัวและผู้มีรายได้อิสระ
    1. สำเนาบัตรประชาชน
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน (Statement) ทั้งบัญชีส่วนตัว และ บัญชีกิจการ
    4. สำเนาทะเบียนการค้า หรือ สำเนาการจดทะเบียนบริษัท
    5. หลักฐานแสดงการเสียภาษี
    6. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ถ้ามี)
    7. ภาพถ่ายหน้าร้าน หรือ กิจการที่ประกอบอาชีพ
    8. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (แพทย์, วิศวกร, สถาปนิก, ทนายความ)
    9. ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
    10. ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
    11. ทะเบียนหย่า (ถ้ามี)
  • เอกสารหลักทรัพย์ค้ำประกัน
    1. สำเนาโฉนดที่ดิน หรือ สำเนากรรมสิทธิ์ห้องชุด
    2. สำเนาเอกสารสัญญาซื้อขาย
    3. เอกสารหลักฐานการชำระเงินดาวน์
    4. แผนที่โดยสังเขปของที่ตั้งหลักทรัพย์ค้ำประกัน

อัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์

www.aussie.com.au
www.aussie.com.au

ในส่วนนี้ธนาคารจะเรียกเก็บดอกเบี้ยจากผู้กู้เพื่อเป็นค่าตอบแทนจากการให้กู้ ดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจกู้เงินหรือสินเชื่อจากธนาคารใด ก็ควรพิจารณาเงื่อนไขของ ‘อัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้’ ด้วยนะ ซึ่งแต่ละธนาคารก็จะมีอัตราที่แตกต่างกันไป สามารถเข้าไปเช็คและอัพเดตข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ (ธนาคารพาณิชย์จะส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้เก็บรวบรวม)

11

13

14
Credit : http://www.checkraka.com/ (อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย)

แหล่งที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย (ข้อมูลวันที่ 25 สิงหาคม 2559)


vandacounseling.com
vandacounseling.com

การขอกู้เงินจากธนาคารไม่ใช่กับดักทางการเงิน หากคุณมีความรู้และเตรียมศึกษาข้อมูลมาอย่างดี รวมถึงพิจารณาเสถียรภาพทางการเงินของตัวเอง ขอให้ทุกคน ‘มีบ้านในฝัน’ ตามที่ฝันไว้นะคะ 🙂


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon