‘ซาปา’ เมืองแห่งสายหมอกสุดโรแมนติก แห่งเวียดนามเหนือ

posted: 1 year ago
‘ซาปา’ เมืองแห่งสายหมอกสุดโรแมนติก แห่งเวียดนามเหนือ

comments

หากใครที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางสุดโรแมนติกสำหรับเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ไม่ต้องไปไกลถึงยุโรปก็ได้ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในแถบอาเซียนของไทยก็มีหลายแห่งให้ไปเยือน นอกจากไม่ไกลแล้วยังใช้เวลาเดินทางไม่นาน แถมยังประหยัดงบอีกด้วย ไม่รอช้าเพราะ rabbit daily ท่องเที่ยวจะพาคุณไปตะลุยสำรวจเวียดนามทางตอนเหนือ เที่ยวชม ‘เมืองซาปา (Sa Pa)’ สถานที่พักผ่อนตากอากาศสุดชิลสำหรับเหล่านักท่องเที่ยวสายรักธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูฝนและฤดูหนาวนั้นบรรยากาศของเมืองซาปาโรแมนติกสุดๆ ไปเลย เพราะคุณจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามท่ามกลางสายหมอก เรียกว่าสัมผัสกับความสวยงามที่ราคามิตรภาพมากๆ เลยล่ะ พร้อมแล้วก็ไปลุย ‘ซาปา’ กันเลย



ทำความรู้จัก ‘เมืองซาปา’

SAPA (7)


‘เมืองซาปา’ เป็นเมืองในจังหวัดหล่าวกาย ชายแดนทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม มีอาณาเขตติดกับประเทศจีน มีชื่อเสียงด้านภูมิทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะ ‘นาขั้นบันได’ ที่มีชื่อเสียงมาก เหมาะแก่การเดินทางไปท่องเที่ยวและพักผ่อน แต่เดิมนั้นเมืองซาปาเป็นเมืองตากอากาศของเจ้านายชั้นสูงชาวฝรั่งเศสสมัยอาณานิคม ทำให้เมืองแห่งนี้มีร่องรอยสไตล์ตะวันตกหลงเหลืออยู่ เห็นได้ชัดมากที่สุดคือ ลักษณะสถาปัตยกรรมของอาคารและบ้านเรือน รวมไปถึงการวางผังเมืองแบบอาณานิคมฝรั่งเศส มีโบสถ์คาทอลิกตั้งอยู่ใจกลางเมืองด้วย

SAPA (6)


ซาปา เป็นหนึ่งในเมืองจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ค่าใช้จ่ายไม่สูง ยิ่งเดี๋ยวนี้มีหลายสายการบินที่ขยันแข่งกันออกโปรโมชั่นลดราคาเพื่อให้บริการเส้นทางบินตรงไปยังกรุงฮานอย หลังจากนั้นสามารถต่อรถบัสไปยังเมืองซาปาได้เลย ก็ยิ่งทำให้เมืองซาปาแห่งเวียดนามเหนือเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ไกลเกินฝันเลย โดยเฉพาะจุดเด่นของเมืองที่ดึงดูดบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศให้มาเยือนก็คือ ‘นาขั้นบันได’ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของซาปานั้นเป็นเนินเขา ทำให้เอื้อต่อการทำเกษตรกรรมแบบนาขั้นบันได เพราะจะสามารถชะลอการไหลของน้ำและยังกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการหล่อเลี้ยงพืชพรรณได้อีกด้วย และด้วยปัจจัยทางด้านภูมิอากาศทำใหซาปาเป็นเมืองที่สามารถปลูกผักผลไม้เมืองหนาวได้ดี


ช่วงไหนเหมาะสำหรับการท่องเที่ยว

SAPA (9)


สำหรับอากาศของเมืองซาปานั้นเรียกได้ว่าเย็นสบายตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15 องศาเซลเซียส ช่วงฤดูร้อนนั้นอุณหภูมิอยู่ที่ 20-25 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูหนาวนั้นอุณหภูมิลดต่ำลงไปเหลือประมาณ 0-5 องศาเซลเซียส บางปีก็จะมีหิมะตกด้วยนะ ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่นหรือเกาหลี ก็ได้สัมผัสบรรยากาศอากาศหนาวเย็นในประเทศแถบอาเซียนได้เหมือนกันเนอะ

SAPA (5)


สำหรับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนกันมากที่สุด คือช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม เนื่องจากนาขั้นบันได ซึ่งเป็นไฮไลต์ของเมืองซาปานั้น กำลังอยู่ในช่วงที่ออกรวงสีเหลืองทองท่ามกลางภูเขาเขียวขจี ทำให้สีสันแห่งธรรมชาติของเมืองแห่งนี้ดูสดใสน่าชื่นชมเป็นที่สุด ส่วนใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศความหนาวเย็นแบบถึงใจถึงอารมณ์ก็แนะนำช่วงเดือนธันวาคม – มกราคมเลยค่ะ เพราะเข้าช่วงฤดูหนาวพอดี คุณอาจโชคดีเจอหิมะตกด้วยนะ

แต่หากไม่ชอบอากาศหนาวมากนัก ก็ต้องไปเที่ยวช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม และเดือนกันยายน – พฤศจิกายน เพราะสองช่วงนี้อากาศจะเย็นสบาย หรือใครที่ตั้งใจอยากไปถ่ายรูปและสัมผัสความเขียวขจีของดอกไม้และแมกไม้นานาพันธุ์ก็ต้องไปเที่ยวช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม แต่จะว่าไปแล้วเมืองซาปาเนี่ยเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีเลยนะเนี่ย อากาศเย็นๆ ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้ รับรองถูกใจสายชิลและคนรักธรรมชาติแน่นอน



‘ซาปา’ ไม่ได้มีดีแค่นาขั้นบันได

SAPA (8)


แม้ว่านาขั้นบันไดจะเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของเมืองซาปาที่ไม่ว่าใครๆ ก็อยากจะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อให้ได้มาเห็นด้วยตาของตัวเอง แต่ซาปาไม่ได้มีดีแค่นาขั้นบันไดที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม เพราะภายในตัวเมืองซาปายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แฝงมนต์เสน่ห์แห่งอาเซียน และเต็มไปด้วยวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวเวียดนามเหนือ ซึ่งบรรยากาศโดยรวมของซาปาก็ใกล้เคียงกับคำว่า ‘เมืองในเทพนิยาย’ ที่พวกเราใฝ่ฝันถึงกัน

SAPA (2)


ใจกลางเมืองซาปามีจตุรัสกลางเมืองและโบสถ์คาทอลิกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่มีขุนเขาโอบล้อม หมอกจางๆ ปกคลุมเมืองในช่วงหน้าหนาว ยิ่งเพิ่มบรรยากาศของความโรแมนติกและให้ความรู้สึกว่าคุณได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกกว่าครั้งไหนๆ ถือเป็นช่วงเวลาที่จะได้หลบหลีกความวุ่นวายเพื่อพักผ่อนชาร์จแบตเตอร์รี่ชีวิตกันสักหน่อย

SAPA (3)


หากได้เดินเล่นรอบๆ เมืองจะสังเกตเห็นลักษณะสถาปัตยกรรมของบ้านเรือนที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกไว้ด้วยกัน ตัวอาคารเน้นสีสันสวยงามสะท้อนกับพื้นน้ำของทะเลสาบซาปา ซึ่งเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ น้ำนิ่งและใสสะอาด ห่างไปไม่ไกลก็จะมีตลาดซาปา ที่ชาวเมืองนำพืชผักผลไม้และอาหารท้องถิ่นออกมาวางขายนักท่องเที่ยว รวมไปถึงสินค้าที่ระลึกประเภทต่างๆ

SAPA (4)


สำหรับคนที่ชอบสำรวจวิถีชีวิตชาวบ้านก็สามารถแวะไปชม ‘หมู่บ้านต่าฟาน’ และ ‘หมู่บ้านกัตกัต’ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชาวเผ่าม้งที่อพยพมาจากประเทศจีน โดดเด่นด้วยลักษณะเครื่องแต่งกายแบบพื้นเมือง แถมยังมีภาษาพูดของตัวเองที่แตกต่างออกไปอีกด้วย ส่วนคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติก็ต้องไปตะลุยชม ‘น้ำตกซิลเวอร์’ (Silver Falls) ที่มีความสูง 9 ชั้น ไหลลงมาจากหน้าผาหินความสูงประมาณ 100 เมตร ให้ไปถ่ายรูปและสัมผัสความเย็นสดชื่นให้ชุ่มปอด


วิธีเดินทางไปเมืองซาปา

SAPA (1)


ปัจจุบันมีบริษัททัวร์มากมายที่จัดบริการนำทัวร์มุ่งตรงไปสู่เมืองซาปาของประเทศเวียดนาม หรือหากใครอยากเดินทางไปเอง ก็ต้องเลือกเส้นทางบินไปลงกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม หลังจากนั้นสามารถใช้บริการรถบัสหรือรถไฟเพื่อเดินทางต่อมายังจังหวัดหล่าวกาย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 350 กิโลเมตร ซึ่งในตัวเมืองของจังหวัดหล่าวกายก็จะมีรถตู้ให้บริการสำหรับเดินทางเข้าไปยังเมืองซาปา


รู้พิกัดดีๆ แบบนี้แล้ว ใครที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางในแถบอาเซียนสำหรับไปพักผ่อนหรือท่องเที่ยวแล้วล่ะก็ เห็นทีต้องเลือก ‘เมืองซาปา’ แห่งเวียดนามเหนือให้เป็นหนึ่งในทริปปลายปีของคุณแล้วล่ะ รับรองว่าได้สัมผัสบรรยากาศเมืองแห่งสายหมอกของอาเซียนที่โรแมนติกสุดๆ

สำหรับคนที่รักและชื่นชอบการเดินทางไปต่างประเทศ ก็สามารถติดตามอ่านบทความสาระดีๆได้ที่ rabbit daily ท่องเที่ยว เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เที่ยวสวนกวาง ‘เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น’ ตามรอยในหลวง ร.9 เตรียมบุก เลห์ ลาดักห์ (Leh Ladakh) กับ 8 พิกัดที่ทำให้หลงรักตั้งแต่แรกเจอ และ 7 พิกัดเก๋ไก๋ทั่ว ‘สิงคโปร์’ ที่คุณต้องตามไปเช็คอินให้ได้ ! แล้วหาเวลาว่างจัดแพลนไปตะลุยทริปกันเล๊ย !


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon