เที่ยวพม่า ทำบุญตามศรัทธาทั่ว ‘ย่างกุ้ง’

posted: 1 year ago
เที่ยวพม่า ทำบุญตามศรัทธาทั่ว ‘ย่างกุ้ง’

comments

มิง-กะ-ลา-บา เสียงกล่าวทักทายจากดินแดนพุกาม หรือประเทศ ‘พม่า’ (เมียนมา) ดินแดนแห่งชาวพุทธ เพื่อนบ้านผู้น่ารักของคนไทยเรานั่นเอง แต่วันนี้ Rabbit Daily ไม่ได้จะพาทุกคนไปเยือนเมืองพุกาม (อ่าว) แต่จะพาไปเที่ยวทำบุญไหว้พระที่ ‘ย่างกุ้ง’ อดีตเมืองหลวงของพม่าในช่วงก่อนปีพ.ศ. 2549 รับรองว่าอิ่มบุญกับ 4 ศาสนสถานสำคัญ ที่ชาวพุทธทั่วโลก ควรไปเยือนสักครั้ง

เตรียมตัวก่อนเดินทาง

โชคที่ตอนนี้คนไทยเราไม่ต้องเสียเงินในการขอวีซ่าไปเที่ยวประเทศพม่าแล้วค่ะ หากคุณต้องการแสวงบุญแค่ 14 วันก็ถือว่าสบายใจหายห่วง สิ่งที่ต้องพิจารณาให้ดีควรเป็นฤดูกาลมากกว่าค่ะ จริงอยู่ที่ประเทศพม่ามี 4 ฤดูกาลเหมือนบ้านเรา แต่ฤดูหนาวของพม่าถือว่าหนาวจริงหนาวจังกว่าประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณตอนเหนือที่อาจมีหิมะตกด้วย

สำหรับทริปของเราไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องอากาศหนาวมากนัก เพราะย่างกุ้งอยู่ตอนกลางของประเทศ จึงหนาวพอๆ กับภาคกลางตอนบนของไทยนี่แหละ ดังนั้น เราจึงแนะนำให้คุณไปเที่ยวช่วงฤดูหนาว อากาศจะสดชื่นเหมือนยืนบนไหล่เขาเลยค่ะ

จองตั๋วเหินฟ้า บินตรงสู่ย่างกุ้ง

ประเทศอยู่ใกล้แค่นี้ หลายคนอาจนึกสนุกอย่างขับรถไปเอง แต่ย่างกุ้งไม่ได้อยู่ใกล้ชายแดนนะคะ ดังนั้น เราแนะนำให้นั่งเครื่องบินดีกว่า ไปกับการบินไทยก็น่าสนใจนะ ตอนนี้มีโปรโมชั่นชั้นประหยัด บินไปย่างกุ้งในราคา 5,595 บาทพร้อมบริการครบครัน รีบจองวันนี้ – 31 มกราคม 2560 ของดีแบบนี้ไม่ควรพลาดค่ะ ทางไปจอง www.thaiairways.com

เอาล่ะ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็แพ็คกระเป๋ามาเที่ยวย่างกุ้งกันดีกว่า เราบอกไปแล้วว่าทริปนี้เป็นทริปทำบุญ ณ 4 ศาสนสถานสำคัญของอดีตเมืองหลวงแห่งนี้ ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง


เจดีย์สุเล

Sule Pagoda


ชื่อภาษาอังกฤษ:
Sule Pagoda
ชื่อภาษาพม่า : ဆူးလေဘုရား

การเดินทาง :
แบบที่ 1 จากสนามบินย่างกุ้ง สามารถขึ้นรถสองแถวบริเวณถนนหน้าสนามบินไปลงที่ตลาด 10 ไมล์ (ถ้าได้ยินพี่คนขับตะโกนว่าเซไมล์ๆๆๆ ก็โดดขึ้นไปได้เลยค่ะ) จากนั้น นั่งรถประจำทางสาย 51 หรือ 132 ไปลงสุดสายที่เจดีย์สุเล สนนราคาค่าสองแถว 200 จ๊าดและรถสองแถว 200 จ๊าดค่ะ

แบบที่ 2 ในกรณีที่รอรถสองแถวแล้วไม่มาสักที ถ้ากำลังขายังดีสามารถเดินจากสนามบินมายังตลาด 10 ไมล์ แล้วต่อรถประจำทางได้เช่นกัน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

แบบที่ 3 เรียกแท็กซี่กันเถอะถ้าคุณของเยอะ เนื่องจากรถประจำทางไม่ว่าจะสายอะไรก็คนแน่นมาก แถมรถติดด้วย เรียกที่เคาท์เตอร์ของสนามบินจะได้รถใหม่ คนขับน่ารักไม่งอแง แถมมีแอร์ด้วย สนนราคาประมาณ 8 ดอลลาร์ หรือ 10,000 จ๊าด แต่ถ้าคุณขึ้นแท็กซี่ข้างนอกโดยไม่ผ่านเคาท์เตอร์ ราคาจะอยู่ที่ 6,000-8,000 จ๊าด แล้วแต่การต่อรอง แต่เจ้าที่กำหนดราคาแน่นอนก็มีเหมือนกัน

Sule Pagoda on a fine day

 

ที่เราแนะนำให้ทุกคนมาที่นี่เป็นที่แรกเพราะเป็นศาสนสถานที่อยู่ใจกลางเมืองพอดิบพอดี ถนนทุกสายจะพุ่งมาที่เจดีย์สุเล ทรงแปดเหลี่ยมแห่งนี้ เนื่องจากในช่วงที่ประเทศอังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคมเหนือดินแดนพม่า ได้เลือกให้เจดีย์สุเล (ซึ่งหลายคนเขียนว่าสุเหล่ หรือสุเลพญา ทั้งหมดเป็นชื่อสถานที่เดียวกันนะคะ) เป็นจุดศูนย์กลาง แล้ววางผังเมืองแผ่กระจายออกไป ถ้าใครมีโดรนแล้วถ่ายรูปจากด้านบนจะพบว่าเป็นบล็อคสวยเป๊ะมากเลยค่ะ

นอกจากนี้เจดีย์สุเลยังเป็นที่เคารพของชาวพม่าเป็นอย่างมาก เพราะมีความเก่าแก่ยิ่งกว่าเจดีย์ชเวดากองเสียอีก แม้เจดีย์ชเวดากองจะได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘จิตวิญญาณ’ ของชาวพม่า แต่เจดีย์สุเลก็ถือว่าเป็น ‘หัวใจ’ และแม้จะอยู่ใจกลางเมือง แต่เข้ามาแล้วกลับเงียบสงบ ทำบุญแล้วอิ่มใจแน่นอน


เจดีย์ชเวดากอง

Yangon, Myanmar view of Shwedagon Pagoda at dusk.


ชื่อภาษาอังกฤษ :
Shwedagon Pagoda
ชื่อภาษาพม่า : ရွှေတိဂုံစေတီတော်

การเดินทาง : นั่งแท็กซี่สะดวกที่สุด จากตัวสนามบินไปเจดีย์ชเวดากองแค่ 7 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้นเอง แต่หากใครไม่แคร์ว่าจะต้องนั่งแท็กซี่ดีมีแอร์พร้อม เดินออกไปเรียกห่างจากสนามบินหน่อย สนนราคาอยู่ที่ 4-5 ดอลลาร์เองค่ะ

เจดีย์แห่งนี้ถือเป็นจิตวิญญานของชาวพม่าทั้งประเทศเลยค่ะ จากแรกเริ่มที่สร้างมีความสูงเพียง 27 ฟุตเท่านั้น แต่ชาวพม่าได้ร่วมจิตบริจาค เงินทองและทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ก่อเสริมให้องค์พระเจดีย์มีความสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีความสูงถึง 326 ฟุต กว้าง 1,355 ฟุต อีกทั้งยังเป็นหน้าตาของชาติ แขกไปใครมาก็ต้องมาสักการะที่นี่ทั้งนั้น แต่ก่อนที่เราจะเข้าไปชมความสวยงามด้านใน ก็ต้องเสียเงินค่าเข้าราคา 8 ดอลลาร์เสียก่อนค่ะ จะได้สติกเกอร์มาติดหน้าอกคนละหนึ่งใบค่ะ

สิ่งที่เป็นจุดเด่นของเจดีย์แห่งนี้คือ ‘ทองคำ’ สีเหลืองอร่าม ที่เกิดจากการนำทองคำมาตีเป็นแผ่นแล้วเรียงปิดตัวเจดีย์เอาไว้ ด้วยความที่ใช้ทองคำแท้ๆ เจดีย์แห่งนี้จึงเรืองรองสะท้อนทั้งแสงอาทิตย์ในตอนกลางวัน และแสงจันทร์ในยามค่ำคืน ไม่ว่าจะมาเยือนเวลาไหนก็ถ่ายรูปสวยทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่ควรระมัดระวังคือ ‘เท้า’ ของคุณๆ ทั้งหลาย เนื่องจากการเข้าชมเจดีย์ชเวดากองต้องถอด ‘เกิบ’ หรือ ‘รองเท้า’ เสมอ ใครที่มาชมความงามของเจดีย์ตอนกลางวัน อาจไม่สนุก เพราะไม่สามารถทนกับความร้อนจากพื้นได้

Shwedagon pagoda

สิ่งที่คนไทยกังวลนอกจากความร้อนแล้ว หลายคนคิด (ไปเอง) ว่าชาวพม่ามักคายหมากลงบนพื้น ของบอกว่าผิดมหันต์เลยนะคะ เพราะคนเฒ่าคนแก่รวมถึงหนุ่มสาวทั้งรักและเคารพเจดีย์แห่งนี้จริงๆ ต่างคนต่างทำบุญ สวดมนต์ นั่งสมาธิกันจริงจัง แถมยังทำความสะอาดบริเวณวัดกันคนละไม้ละมือ

Volunteers cleaning the floor
ชาวพม่าร่วมกันกวาดพื้นเจดีย์ชเวดากอง

 

Yangon, Myanmar - November 3, 2013 - Pilgrims and tourists visit the inner yard of Shwedagon Pagoda after dusk on November 3, 2013 in Yangon.
ภาพผู้คนภายในเจดีย์ชเวดากอง คนเยอะแบบนี้ทุกวันเป็นปกติ แสดงให้เห็นว่า คนพม่าชอบทำบุญกันจริงๆ

สำหรับข้อแนะนำในการสักการะเจดีย์ชเวดากองแห่งนี้คือ ควรแต่งกายสุภาพ ไม่สวมกางเกงขาสั้น และเริ่มจากการไหว้พระประธาน ไหว้พระประจำวันเกิด จุดธูปเทียนถวายดอกไม้ สรงน้ำพระเท่าจำนวนอายุ (+ 1) เดินวนขวา ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรรอบเจดีย์หนึ่งรอบ อาจร่วมบริจาคปัจจัยตามกำลังศรัทธา (ซึ่งคิวยาวมาก ชาวพม่ามาบริจาคเยอะมากจริงๆ) จากนั้นให้ตีระฆังรอบพระเจดีย์ (ใบใดใบหนึ่งก็พอค่ะ) เชื่อกันว่าจะทำให้เทพยดาบนสวรรค์รับรู้ และอนุโมทนารับส่วนบุญค่ะ

Prayer praying at Shwedagon Pagoda,Yangon, Myanmar.


เจดีย์โบดาทาวน์

The Botataung pagoda in Yangon, Myanmar.


ชื่อภาษาอังกฤษ :
Botataung Pagoda
ชื่อภาษาพม่า : ဗိုလ်တထောင်ဘုရား

การเดินทาง : แนะนำให้เดินทางมาที่นี่หลังจากชมเจดีย์สุเลหรือเจดีย์ชเวดากองแล้วมีเวลาเหลือ ทำได้โดยการนั่งแท็กซี่ค่ะ ราคาไม่เกิน 3,500 จ๊าด

ก่อนอื่นของพูดถึงชื่อของเจดีย์แห่งนี้ก่อน หากได้ยินใครพูดถึงเจดีย์โบตะทาวน์ หรือโบตาทาวน์ หรือโบตะตอง หรือโบตะตาว ทั้งหมดนี้คือที่เดียวกันนะคะ ซึ่งแปลว่า เจดีย์นายทหาร 1,000 นาย ที่ตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศาธาตุ จึงได้สร้างเจดีย์โบดาทาวน์ไว้เป็นที่ระลึกค่ะ

เจดีย์แห่งนี้เคยถูกทำลายจากแรงระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงต้องบูรณะครั้งใหญ่ ซึ่งในขณะนั้นได้ค้นพบพระเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุใต้ฐานเจดีย์ด้วย เมื่อการบูรณะแล้วเสร็จ ทางรัฐบาลพม่า จึงได้สร้างเส้นทางเข้ามาที่เจดีย์แห่งนี้ เพื่อให้ชาวพม่าได้มีโอกาสเข้ามาสักการะอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวอย่างเราเลยพลอยโชคดีไปด้วย

ภายนอกเจดีย์โบดาทาวน์อาจดูธรรมดาไปบ้าง แต่สิ่งที่แจ่มมากๆ คือผนังทองคำแท้ด้านในค่ะ สวยงามอร่ามไม่แพ้เจดีย์ชเวดากองเลย ไม่เชื่อลองดูภาพด้านล่างซิคะ

Golden Hall, in Botahtaung Pagoda, Yangon, Myanmar.
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่คนไทยชื่นชอบกันมากๆ คือการไปขอพรกับเทพทันใจ หรือนัตโบโบยี แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหาไม่เจอนะคะ เพราะคนต่อแถวเยอะมาก เทพทันใจอยู่บริเวณศาลาริมน้ำด้านซ้ายของเจดีย์ เดินเข้าไปแล้วเลี้ยวซ้าย จะเจอทางเดินสวยๆ ไปที่ศาลาค่ะ ตามคลื่นมหาชนไปได้เลย อย่าลืมซื้อของไหว้ด้วยนะคะ ราคา 3 ดอลลาร์ค่ะ

People praying to Nut Bo Bo Gyi
เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี


สำหรับวิธีการขอพรกับเทพทันใจ ให้ม้วนธนบัตร 2 ใบ (สกุลเงินไหนก็ได้หมดค่ะ) เป็นกรวย แล้วสอดไว้ในมือของท่าน จากนั้นแนบหน้าผากของคุณที่นิ้วชี้ของเทพทันใจ แล้วอธิษฐานได้เลยค่ะ
อย่าลืมว่าขอได้ข้อเดียวเท่านั้น อย่าหลายใจนะคะ

YANGON, MYANMAR
ม้วนธนบัตรเป็นรูปกรวยเพื่อถวายเทพทันใจ

ถ้ายังไม่จุใจ กลัวว่าจะไม่ได้ตามที่ขอ ก็ไปกระซิบบอกเทพกระซิบ หรือเมี๊ยะนานหน่วย อีกครั้งก็ได้ แต่ต้องขอสิ่งเดียวกันนะคะ และที่ต้องกระซิบก็เกิดจากไอเดียชาวไทยนี่แหละค่ะ โดยปกติแล้วบริเวณนี้จะมีแม่ค้าชาวพม่าตะโกนขายเครื่องไหว้กันมาก ทางวัดจึงปิดป้ายเตือนไว้ว่า ‘ห้ามพูดเสียงดัง’ ไกด์นำเที่ยวท่านหนึ่งไปเห็นเข้าก็เข้าใจไปว่า ให้ขอพรเบาๆ หรือกระซิบกับท่าน จึงกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวไทยตั้งแต่นั้นมา

Thais-Find-spiritual-home-in-Rangoon
Credit : http://www.irrawaddy.com/news/burma/burmas-frontier-appeal-lures-shadowy-oil-firms.html เมี๊ยะนานหน่วยหรือเทพกระซิบที่คนไทยนิยมกันมาก

วัดพระตาหวาน หรือ วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี

Chaukhtatgyi Bubbha Temple, Yangon, Myanmar


ชื่อภาษาอังกฤษ :
Chaukhtatgyi Buddha Temple
ชื่อภาษาพม่า : ခြောက်ထပ်ကြီးဘုရားကြီး

การเดินทาง : วัดนี้อยู่ไม่ไกลจากย่านดาวทาวน์เท่าไร นั่งแท็กซี่มาได้เลยค่ะ

อีกหนึ่งศาสนสถานที่เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก อาจไปที่นี่ก่อนขึ้นเครื่องกลับก็ยังได้ จุดเด่นของวัดนี้คือพระนอนตาหวาน ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของพม่า บรรยากาศเงียบสงบและไม่มีคนมาขายดอกไม้หรือเครื่องไหว้มากเท่าที่อื่นๆ

คนไทยหลายๆ คนอาจไม่ชินกับพระพุทธรูปที่พระเนตรหวานเหมือนการ์ตูน อีกทั้งพระโอษฐ์ (ปาก) และพระนขา (เล็บ) ยังมีสีแดงสดใสอีกต่างหาก แต่ขอบอกว่านี่คือเอกลักษณ์ของพระพุทธรูปในประเทศพม่าค่ะ สำหรับพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยีมีความยาวกว่า 70 เมตร ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นจีวรที่มีความพริ้วไหวสมจริง และสิ่งที่สวยงามน่าอัศจรรย์ที่สุดคือบริเวณใจกลางพระบาทจะมีลายธรรมจักร ล้อมด้วย รูปมงคล 108 ประการ

Giant reclining Buddha in temple of Yangon, Myanmar


อ่านแล้วอยากไปทำบุญขึ้นมาเลยใช่มั้ย ใกล้ๆ แค่นี้ ไม่ต้องกังวลกับอาการ Jetlag คนเฒ่าคนแก่ก็ไปเที่ยวได้ ว่าแล้วก็จองตั๋วกับการบินไทยกันเลย โก โก โก www.thaiairways.com


avatar
by Jutalak Cherdharun
เป็นนักเขียนผู้รักหมา แต่ไม่เคยเขียนบทความเรื่องหมา ถนัดบทความสัพเพเหระ ยันบทความข่าว งานอดิเรกคือแชร์คลิปน้องหมาลงเฟซบุ๊ก ไปคาเฟ่หมา งานประกวดหมา วาดรูปหมา และกอดหมา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon