กรุงโรมไม่ได้สร้าง ‘ วันเดียว ’ แต่ถ้าอยากเที่ยววันเดียวก็ไหว

posted: 1 year ago
กรุงโรมไม่ได้สร้าง  ‘ วันเดียว ’ แต่ถ้าอยากเที่ยววันเดียวก็ไหว

comments

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว การเดินเที่ยวกรุงโรมวันเดียวก็เป็นไปไม่ได้ชัดๆ จึงขอลาคุณผู้อ่านไป ณ ที่นี่ สวัสดีครับ
.
.
.
อ่าว ยังอยู่เหรอครับ ได้ ถ้ายืนยันว่ายังไงก็มีเวลาแค่วันเดียว เราก็จะจัดโปรแกรมให้ครับ แต่บอกไว้เลยนะว่าอย่าคาดหวังอะไรมาก แค่ไปที่เด่น ๆก็รากเลือดแล้ว เค้าสร้างตั้งหลายวัน ใจคอจะเดินวันเดียวให้คุ้มเลยเหรอ หืมมมม เอาเป็นว่าถ้ามีเวลาอยากให้มาซ้ำนะ เอ้าไปกันเถอะ อย่าเสียเวลาจ้า


โปรแกรมที่ 1 : นครรัฐวาติกัน

 

ถ้าโลกนี้เกิดสงครามโลกขึ้น นครรัฐวาติกันคือสถานที่แห่งหนึ่งที่ปลอดภัยที่สุด ส่วนหนึ่งเพราะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองพิเศษ ให้เป็นดินแดนที่จะต้องได้รับการปกป้องรักษาไว้เป็นพิเศษในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งทางอาวุธ เหตุที่ภายในวาติกันเองเป็นทั้งแหล่งศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่ยาวนานของโลก และมีหอสมุดเก่าแก่ที่บันทึกเรื่องราวทรงคุณค่าอันประเมินไม่ได้ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 (The Apostolic Library of the Vatican) อยู่ด้วย

 

‘เรียกว่าหากวาติกันล่มสลาย ก็เท่ากับเราสูญสิ้นอารยธรรมโลกก็คงไม่ผิดนัก’

 

เที่ยวโรม วันเดียว

 

สำหรับแลนด์มาร์กสำคัญที่มาวาติกันแล้วต้องไปให้ได้ก็ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Musei Vaticani – มูเซอิ วาติคานี) ซึ่งรวบรวมงานศิลปะทรงคุณค่าจากทุกยุคสมัย ที่สมบูรณ์ที่สุดในยุโรป, วัดน้อยซิสทีน (ซิสทีน ชาเปล หรือ คัปเปลล่า ซิสทีน่า) ที่ประทับของพระสันตะปาปา เพื่อชมภาพวาดหลังคาโบสถ์ God creates Adam ของ มิเกลันเจโล อันโด่งดัง

 

เที่ยวโรม วันเดียว

 

และปิดท้ายด้วยมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่นอกจากเป็นที่ฝังศพของโป๊ป 91 พระองค์และบุคคลสำคัญหลายคนของโลก อาทิ นักบุญปีเตอร์บิชอปแห่งโรมองค์ที่ 1 และอัครสาวก 1 ใน 12 ของพระเยซู หลายคนยังไม่เคยรู้ว่าเราสามารถขึ้นไปชมวิวบนยอดโดมของมหาวิหารที่ออกแบบโดยมิเกลันเจโลได้ด้วย

 

วิธีการก็คือเดินออกจากวัดน้อยซิสทีน จะมีประตูด้านขวาเล็กๆมีคนต่อคิวอยู่ก็เดินตามเขาไปเลย หรือถ้าหลงก็มองหาลูกศรเขียนว่า CUPOLA นะครับ มีลิฟท์ให้บริการ หรือคิดว่าฟิตและอยากประหยัดค่าเข้าชมก็เดินขึ้นบันไดวนไปแค่ 320 ขั้นเอง (555) แต่รับรองว่าวิวของดาดฟ้าที่ประดับประดาด้วยรูปปั้นนักบุญหลาย 10 องค์ มองเห็นได้ทั้งนครวาติกัน ยอดโดม และแท่นบูชานั้นคุ้มค่าจริงๆครับ

 

เที่ยวโรม วันเดียว

 

ทั้งโปรแกรมนี้ควรจะมีเวลาสำหรับการเที่ยวชม ซัก 6 ชั่วโมงขึ้นไป จึงจะไม่เสียเที่ยวครับ ซึ่งก็เกือบทั้งวันแล้ว (เผื่อเวลามาเข้าแถวรอคิวแต่เช้าด้วย) ดังนั้นถ้าใครคิดว่าทัวร์พิพิธภัณฑ์ไม่ใช่แนว ก็ผ่านไปได้เลยครับ

 

แนะนำอีกวิธีนึงกรณีที่เวลาน้อยมากๆ หรือไม่อยากเข้าแถวรอคิวนานๆ ก็จองตั๋วล่วงหน้าได้ที่นี่ คลิกเลยครับ

 

การเดินทาง : ลง Metro สายสีแดง หรือ สาย A ที่สถานี Cipri di Musei Vaticani เดินเข้าทาง Piazza San Pietro ครับ

เวลาเปิดปิด : เปิดวันจันทร์ – เสาร์ และอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เปิดขายตั๋ว 9.00 – 16.00 น. พิพิธภัณฑ์ปิด 18.00 น. กรุณาออกจากพิพิธภัณฑ์ครึ่งชั่วโมงก่อนปิดทำการ

 

ค่าเข้าชม : สำหรับพิพิธภัณฑ์ 16 ยูโร รวมวัดน้อยซิสทีน วิหารเซนต์ปีเตอร์ชมฟรี ขึ้นดาดฟ้ามีค่าเข้าชม เดินขึ้น 5 ยูโร ขึ้นลิฟท์ 7 ยูโร ตรวจสอบโปรโมชั่น ปฏิทินวันหยุดอื่นๆ และ จองตั๋วล่วงหน้า ที่นี่

 

การแต่งกาย : บ้านเขาบ้านเราก็เหมือนกันครับ ไม่ควรใส่กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้นเหนือเข่า เสื้อเปิดไหล่ เกาะอก หรือสายเดียว เหมือนเวลาเข้าวัดน่ะครับ


โปรแกรมที่ 1.5 : ยามเย็นที่น้ำพุเทรวี่ และ บันไดสเปนิช สเต็ป

 

อันนี้ถือเป็นของแถม สำหรับใครที่ยังเหลือเวลาอีกคืน โดยไม่ต้องรีบไปขึ้นเครื่อง หรือต่อรถไฟไปไหน ต้องไม่พลาดการเดินชมกรุงโรมยามค่ำคืน ใน 2 แลนด์มาร์กสำคัญที่คุณจะสัมผัสเสน่ห์ของกรุงโรมได้เต็มๆ คือน้ำพุเทรวี่ และ บันไดสเปน อันโด่งดังนั่นเอง

 

เริ่มจากน้ำพุเทรวี่ ผลงานการออกแบบของฟรานเชสโก ซาลวี ในศตวรรษที่ 17 โดดเด่นด้วยรูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน ทรงรถม้าติดปีก อันแสดงถึงความมีสุขภาพแข็งแรง และความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร วันๆนึงมีเงินกว่า 1,000 เหรียญถูกโยนข้ามหัวลงไปในน้ำพุ อันเป็นความเชื่อแต่โบราณว่าหากทำได้จะได้กลับมาโรมอีก ซึ่งเงินเหล่านี้ก็ไม่ได้ไปไหน เทศบาลจะมาเก็บทุกๆ วันเพื่อไปบำรุงซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อคนยากไร้ในกรุงโรม  แต่ก็มีคนขโมยให้เห็นอยู่บ่อยๆ นะ (ซาบซึ้งน้ำตาจะไหล)

 

เที่ยวโรม วันเดียว
น้ำพุเทรวี่

 

เดินต่อไปที่บันไดสเปน บันไดที่เขาว่ากันว่ากว้างและยาวที่สุดในยุโรป มีทั้งหมด 138 ชั้น ซึ่งแทบไม่เคยมีใครได้เห็นรอยเท้า เพราะถูกจับจองโดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวอิตาเลียน และต่างชาติตลอดทั้งวัน แม้บริเวณรอบๆ จะเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมมากมาย แต่ไฮไลท์ของการมาเยือนบันไดสเปนที่แท้จริง คือการไปนั่งดูคนต่างหาก (จริงๆนะ) แต่ถ้าใครมาช้อปแบรนด์เนมก็ไม่ผิดหวังเพราะตั้งแต่ลานน้ำพุไปจนถึงถนน Via Condotti ก็เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมแบรนด์ดังมากมาย ช้อปเหนื่อยแล้วอย่าลืมแวะ คาเฟ่ เกร็กโก ร้านกาแฟเก่าแก่ของโรมด้วยนะ

 

เที่ยวโรม วันเดียว
ภาพหายากของบันไดสเปนเองไง จำไม่ได้เหรอ พอไม่มีคนแล้วงงเลยอ่ะดิ 555

 

ออพชั่นอื่นๆในยามค่ำคืนก็ได้แก่ จัตรุรัสนาโวนา (Piazza Navona – ปิอัซซ่า นาโวนา) มีดีที่การแสดงของเหล่าสตรีทอาร์ตติส มีโชว์เจ๋งๆให้ดูเพลินๆ ทานไอศครีมเจลาโต้ ตากลม ชมน้ำพุ ตึกรามบ้านช่องสีสวยสด และเสาโอเบลิสก์ด้วย ก็เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับใครที่อยากสัมผัสความเป็นโรมแบบจอแจน้อยหน่อย ลองพิจารณาดูครับ

 

อีกแห่งที่อยากแนะนำก็คือ ย่านตราสเตเวเร (Trastevere อ่านว่า ตราส – เต – เว -เร) ที่โ-ตรโรแมนติก มีถนนเล็กเลียบแม่น้ำไทเบอร์ (คนท้องถิ่นเรียกว่า เตเวเร (Tevere)) ที่ว่ากลางวันก็สวยแล้ว แต่ยามค่ำคืนยังสวยยิ่งกว่า ด้วยร้านรวงเรียงรายเต็มข้างทาง มีทั้งมุมผับ ร้านอาหาร และตลาดนัดย่อมๆ มีเพลงบรรเลงคึกคัก มองเห็นสาวๆหนุ่มๆทั้งชาวโรมา และนักท่องเที่ยวเต้นรำกัน หรือพลอดรักอย่างดูดดื่ม (อื้ม) สาวๆหนุ่มๆที่ลุยเดี่ยวก็อาจไม่เปลี่ยวได้พบเพื่อนใหม่ที่นี่ แต่ระวังดีๆ เพราะเทพธิดา(เทพบุตร) และมิจฉาชีพ บางทีก็แยกยากเหลือเกินนะ

 

เที่ยวโรม วันเดียว

 

ก็ระวังไว้แหละ แต่อย่าถึงกับหมดสนุกเลย คนจอแจ ไม่น่ากลัวขนาดนั้น ถ้าจวนตัวจริงๆ ก็ตะโกนดังๆ ว่า Aiuto me! (ไออูโต เม – แปลว่าช่วยด้วย) ไว้ก่อนก็ช่วยได้เน้อ

 

การเดินทาง

  • ลง Metro สาย A (สีแดง) สถานี Barberini เดินตามป้ายบอกทาง Fontana di Trevi

ก็จะเจอน้ำพุเทรวี่

  • ลง Metro สายA (สีแดง) สถานี Spagna เดินตามป้ายบอกทางไป Piazza di Spagna ประมาณ 10 นาที ก็จะเจอบันไดสเปน หาไม่ยากทั้งคู่ครับ
  • จากน้ำพุเทรวี่ สามารถเดินไปบันไดสเปนได้เช่นกันครับ ไกลพอสมควร แต่เหมาะสำหรับใครที่ชอบเดินชมเมืองแบบ siteseeing จริงๆ เริ่มจากถนน Via della Stamperia ขึ้นไปถึงแยกตัดถนนใหญ่ของ Via del Tritone ข้ามถนน เข้าสู่ Via del Nazareno เลี้ยวขวาเข้า Via Propaganda เดินตรงมาเรื่อยๆ ผ่านร้านแบรนด์เนมล่อตาเยอะแยะ จนมองเห็นน้ำพุ Fontana Della Barcaccia หันขวาก็เจอบันไดสเปนครับ

โปรแกรมที่ 2 : โคลอสเซี่ยม และ โรมันฟอรั่ม

 

มีนักวิชาการยุโรปเคยกล่าวไว้อย่างอหังการว่า ‘ไม่มีหรอกประวัติศาสตร์ยุโรป มีแต่ประวัติศาสตร์โลกเท่านั้น’ พูดจาอย่างนี้จะบอกว่าประวัติศาสตร์โรมันคือประวัติศาสตร์โลกงั้นเหรอ (ครั้งแรกที่ได้ฟังก็ได้แต่คิดว่าโอหังสุดๆ 555)

 

แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิด แม้ชาวกรีกจะเป็นนักคิด แต่ชาวโรมันต่างหากคือนักรบและนักสร้าง แม้จะล่มสลายหลายศตวรรษ แต่เงาของความยิ่งใหญ่ของโรมันก็ยังอยู่ ขนาดที่ว่าผู้นำคนไหนๆ ก็อยากจะเป็น ‘ซีซาร์’ ที่ยิ่งใหญ่ทั้งนั้น ตั้งแต่ ไกเซอร์ (ซีซาร์ภาษาเยอรมัน), ซาร์ (ซีซาร์ภาษาสลาฟ) อัลไคซาร์แห่งจักรวรรดิออตโตมัน (ซีซาร์ผู้ยิ่งใหญ่) แม้แต่นโปเลียน ก็ยังสวมช่อชัยพฤกษ์อย่างกษัตริย์แห่งโรม มาถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งฮิตเลอร์และมุสโลลินีก็เคยประกาศตัวเองเป็น ‘กษัตริย์แห่งโรม’ ทั้งนั้น

 

ซึ่งไม่ตายดีซักคนอ่ะนะ 55555

 

เลคเชอร์ประวัติศาสตร์มายืดยาว ที่จะบอกจริงๆ ก็คือว่า ‘หากคุณมาเยือนโรมเป็นครั้งแรก และมีอย่างเดียวในโรมที่ต้องเห็น ที่นั่นก็ต้องเป็น โคลอสเซียม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ไม่คู่ควรกับคำว่าแวะ แต่ต้องมาให้ได้สักครั้ง เพื่อมาให้เห็นกับตาว่า โรมันเคยยิ่งใหญ่ขนาดไหน

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คือ โคลอสเซียมจุคนได้พอๆ กับสนามโอลิมปิกสเตเดียม (72,698 ที่นั่ง) ต่างกันที่โอลิมปิกสเตเดียมอายุไม่ถึงร้อยปี แต่โคลอสเซียมอายุมากกว่า 2000 ปีแล้ว และสร้างด้วยแรงงานคนล้วนๆ (นักโทษชาวยิว ขอแนะนำให้ดู ben hur ครับ)

 

เที่ยวโรม วันเดียว
ใหญ่แค่ไหนต้องไปดูให้เห็นกับตา

 

ถ้าอินกับความโรมันแมนๆ กล้ามๆ แล้ว แต่ยังไม่ฟินจุใจ ก็ขยับไปชม โรมัน ฟอรั่ม (Foro Romano – โฟโร โรมาโน) กันต่อได้ครับ แม้จะเหลือแต่ซากปรักหักพัง แต่ครั้งหนึ่งเสาหินที่เรียงรายเหล่านี้ คือ ศูนย์กลางย่านการค้า การเมือง และศาสนาของกรุงโรม ที่หนุ่มสาวใช้พบปะสังสรรค์ ปัญญาชนไว้สนทนาเรื่องปัญหาบ้านเมือง กระทั่งกรุงโรมล่มสลาย โรมันฟอรั่ม ก็ถูกปล่อยให้เสื่อมโทรมและทิ้งร้าง ถึงอย่างนั้นก็ยังหลงเหลือเค้ารางของงานศิลปะ และการก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ล้ำสมัยอยู่ให้เห็นครับ

 

เที่ยวโรม วันเดียว

 

การเดินทาง :  ลง Metro สายB (สีฟ้า) สถานี Colosseo สำหรับโคลอสเซียม เดินอีก 650 เมตรไปทางจตุรัสปิอัสซา ดิ ซานตา ฟรานเชสกา โรมานา (Piazza di Santa Francesca Romana) ก็ถึงโรมันฟอรัมครับ

 

เวลาเปิดปิด :

วันอาทิตย์สุดท้ายเดือนต.ค. – 15 ก.พ. เปิด 8.30 – 15.30 (กรุ๊ปสุดท้ายต้องออกใน 16.30น.)


16 ก.พ. – 15 มี.ค. เปิด 8.30 – 16.00 (กรุ๊ปสุดท้ายต้องออกภายใน 17.00น.)


16 มี.ค. – วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เปิด 8.30 – 16.30 (กรุ๊ปสุดท้ายต้องออกภายใน 17.30น.)


วันอาทิตย์สุดท้ายของมีนาคม – 31 ส.ค. เปิด 8.30 – 18.15 (กรุ๊ปสุดท้ายต้องออกภายใน 19.15น.)


1 – 30 พ.ย. เปิด 8.30 – 18.00 น. (กรุ๊ปสุดท้ายต้องออกภายใน 19.00น.)


1 ต.ค. ถึง วันอาทิตย์สุดท้ายเดือนต.ค. เปิด 8.30 – 17.30 (กรุ๊ปสุดท้ายต้องออกภายใน 18.30น.)

ปิดทุกวันปีใหม่,วันแรงงาน และวันคริสมาสต์

 

ค่าเข้าชม : 12 ยูโร เยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปีเข้าชมฟรี, ส่วนลด 5 ยูโรสำหรับผู้ถือสัญชาติในสหภาพยุโรป และมีอายุ 18 – 25 ปี และครูอาจารย์ผู้ถือสัญชาติในสหภาพยุโรป

 

ส่วนการเดินทางไปกรุงโรมก็ง๊ายง่าย เพราะตอนนี้การบินไทยมีเที่ยวบินบินตรงไปถึงกรุงโรมแล้ว โดยมีจำนวนมากถึง 4 วันต่อสัปดาห์ด้วยกัน แถมยังใช้เครื่องใหม่เอี่ยมอ่องอย่างแอร์บัส 350 ด้วยนะ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเครื่องบินที่เปี่ยมด้วยความปลอดภัย และคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสารจริงๆ ใครๆ ก็รู้ว่าเดินทางไปโรมนี่ใช้เวลาหลายชั่วโมงเลย ถ้าต้องเจอที่นั่งแคบๆ คงไม่สนุกเท่าไร แต่สำหรับแอร์บัส 350 จากการบินไทย มีที่นั่งกว้างขึ้น ระยะห่างระหว่างแถวที่นั่ง พื้นที่ไหล่และพื้นที่เหนือศีรษะที่เพิ่มขึ้นเพื่อลดความอึดอัด พื้นที่วางขากว้างขวางสะดวกสบาย และช่องเก็บของเหนือศีรษะกว้างเป็นพิเศษ เก็บสัมภาระได้มากกว่าเดิม ช้อปปิ้งของเยอะแค่ไหนก็ไม่หวั่น ถือขึ้นเครื่องได้เลยจ้า

บินตรง การบินไทย โรม

บินตรง การบินไทย โรม

บินตรง การบินไทย โรม

มีเที่ยวบินตรงสะดวกขนาดนี้ อย่ามาโรมวันเดียวเลยขอร้อง 555 เพราะนี่ยังไม่ได้ไปอีกหลายที่เลยนะ (กลั้นใจตัดสุดๆ) แถมถ้าอยู่หลายวันยังมีเทคนิคการจองตั๋วเดินทาง ฟรีค่าเข้าชมเยอะแยะด้วย (ไว้ถ้ามีโอกาสจะเล่าให้ฟังอีกนะ) ยังไงก็ขอให้ท่องเที่ยวในกรุงโรมอย่างมีความสุขนะครับ เพราะเพียงวันเดียว เราก็มั่นใจว่าคุณจะหลงรักโรมอย่างเราแน่ กรุงโรมเที่ยวง่าย ไม่อันตรายอย่างที่คิดครับ อีกที่นึงที่สาวๆ ไม่ควรพลาดเลยก็คือ มิลานครับ อ่านต่อคลิก


avatar
by ณพ วณช
จริงๆแล้วเป็นคนบ้าครับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon