ต้นกำเนิด เบนโตะ กล่องข้าวน้อยของแม่

posted: 2 years ago
2,002 views
ต้นกำเนิด เบนโตะ กล่องข้าวน้อยของแม่

comments

เบนโตะ

คุณอาจจะคุ้นเคยกับภาพของนักเรียนหญิง ม.ปลาย เตรียมอาหารกล่องมาให้ฝ่ายชายในเดทแรกด้วยท่าทีเหนียมอาย หรือภาพของคุณแม่ตะโกนถามลูกน้อยวัยประถมที่กำลังจะขึ้นรถไปโรงเรียนว่า “หยิบข้าวกล่องไปหรือยังลูก?” เหล่านี้ปรากฏให้เห็นอยู่มากในการ์ตูนญีปุ่น แม้ว่าคุณอาจไม่เคยกิน แต่วัฒนธรรมข้าวกล่องก็ได้แทรกซึมเข้ามาผ่านสื่อต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่ทุกประเทศต่างก็มีข้าวกล่อง แต่ทำไม “เบนโตะ” หรือข้าวกล่องสไตล์ญี่ปุ่นนี้ถึงได้โด่งดังจนเป็นที่รู้จักมากกว่าที่อื่นๆ กันนะ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: ข้าวกล่อง Star Wars สุดเก๋อาหารกลางวันของนักเรียนอเมริกันเป็นแบบนี้นี่เอง!?ชาบู ชาบู กับสุกี้ยากี้ ต่างกันอย่างไรหนอ

Viriyah Insurance

1. เบนโตะที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ย้อนกลับไปในสมัยคามากุระ (Kamakura period, 1185 – 1333) จากหนึ่งในบันทึกที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น นิฮงโชะกิ (Nihon Shoki) ได้มีหลักฐานที่แสดงถึงต้นกำเนิดของวัฒนธรรมข้าวกล่องไว้ว่า ในสมัยนั้น เวลาชาวญี่ปุ่นจะออกไปล่าเหยี่ยว พวกเขาจะนำเสบียงที่เรียกว่า Hoshi-ii ติดตัวไปด้วย เนื่องจากเป็นอาหารที่ทำได้ง่าย โดยการหุงข้าวแล้วนำไปตากให้แห้ง ช่วยให้พกพาได้ง่าย เวลาจะทานก็เติมน้ำร้อนลงไป ข้าวก็จะกลับมานิ่มพร้อมทานเหมือนเดิม

เบนโตะ
เบนโตะสมัยก่อนมีแต่ข้าว

2. เบนโตะในกล่อง

ต่อมาในยุคอะซุชิโมะโมะยามะ (Azuchi-Momoyama period, 1573 – 1603) เบนโตะเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เมื่อเหล่าขุนนางระดับสูงได้นำข้าวกล่องที่เรียกว่า ยุซัง เบนโตะ (Yusan Bento) ไปรับประทานในเวลาชมดอกไม้ และเอกลักษณ์ของเบนโตะในปัจจุบันก็ได้เริ่มขึ้นจากตรงนี้ เพราะอาหารกล่องที่เป็นที่นิยมของเหล่าขุนนางในยุคนี้ได้ถูกบรรจุอยู่ใน อิเรโกะ (Ireko) หรือก็คือภาชนะที่มีลักษณะเป็นกล่อง มีการแบ่งเป็นชั้นและปันส่วนอย่างครบครันในพื้นที่กะทัดรัด ซึ่งในสมัยนั้นถือกันว่าเป็นแบบแผนข้าวกล่องสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น

เบนโตะ
วิวัฒนาการเป็นอาหารกล่องหน้าตาแบบนี้

3. เบนโตะพักครึ่ง

หลังจากนั้น ในยุคเอโดะ (Edo period, 1603 – 1868) ก็ได้มีอาหารกล่องที่ขายในช่วงพักครึ่งของละครโนห์และคาบุกิ เรียกว่า มาคุโนะอุจิ (Makunouchi) ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า ระหว่างม่าน หรือก็คือข้าวกล่องที่ขายในช่วงที่ม่านปิดเพื่อพักครึ่งนั่นเอง ภายในมาคุโนะอุจินั้นมักประกอบไปด้วย เนื้อปลาหรือเนื้อสัตว์อื่นๆ ของดอง ไข่ ผักต้ม บ๊วย และข้าว จัดเป็นสัดส่วนอยู่ภายในกล่อง และนอกจากนี้ ภายในสมัยเอโดะนี้เอง ก็เป็นยุคที่เริ่มมีระเบียบแบบแผนในการทำอาหารกล่องมากขึ้น จนถึงขนาดมีหนังสือสอนวิธีทำและจัดวางอาหารในกล่อง ทั้งแบบที่เป็นช่องแบ่งและแบบมีชั้นซ้อนกันอีกด้วย

เบนโตะ
มาคุโนะอุจิลายธงชาติญี่ปุ่น

MuangThai Insurance

4. เบนโตะแพร่หลายตามรางรถไฟ

เมื่อเข้าสู่ยุคเมจิ (Meiji period, 1868 – 1912) เบนโตะก็เริ่มเป็นที่แพร่หลายอย่างแท้จริงหลังจากมีการวางขายตามสถานีรถไฟโดยเรียกกันว่า เอกิเบ็น (Ekiben) ซึ่งแปลตรงตัวว่า ข้าวกล่องสถานี นั่นเอง ส่วนต้นกำเนิดของเอกิเบ็นนั้นไม่แน่ชัด เนื่องจากมีหลายแห่งอ้างกันว่าตนเป็นเจ้าแรก แต่ที่คนส่วนใหญ่เชื่อกันมากที่สุดเห็นจะเป็นสถานีรถไฟอุสึโนะมิยะ (Utsunomiya) ในจังหวัดโทจิงิ (Tochigi) โดยในสมัยแรกของอาหารกล่องสถานีรถไฟนั้น มีเพียงข้าวปั้น 2 ก้อนห่อด้วยใบไผ่ และมีหัวไชเท้าดองเป็นเครื่องเคียงเท่านั้น

เบนโตะ
เบนโตะสไตล์ตะวันตกที่ใช้ขนมปังแทนข้าว

หลังจากนั้นไม่นานในสมัยเดียวกันนี้ ตามโรงเรียนก็ได้ยกเลิกการแจกอาหารกลางวัน บรรดาครูและนักเรียนจึงต้องพกพาอาหารกล่องไปกินกลางวันกันเอง ซึ่งก็ลามไปถึงเหล่าพนักงานบริษัทด้วย เบนโตะจึงเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงเบนโตะสไตล์ตะวันตกที่ใส่แซนด์วิชแทนข้าวก็เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวญี่ปุ่นในช่วงนี้เช่นกัน

เบนโตะ
เอกิเบ็นในรถไฟชินคังเซ็นของจริง

ในปัจจุบัน เบนโตะไม่ได้จำหน่ายแค่ในตัวสถานีรถไฟอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีจำหน่ายกระทั่งในตัวรถไฟด้วย โดยแต่ละท้องถิ่นก็จะใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของตัวเองมาเป็นส่วนประกอบในเบนโตะเพื่อเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้กับเบนโตะของตัวเอง ถือเป็นความฉลาดของคนญี่ปุ่นที่ทำให้อาหารกล่องสำหรับทานระหว่างเดินทาง กลายเป็นของที่ทุกคนรอคอยโอกาสที่จะได้ทานมัน

5. เบนโตะเวฟได้

และจุดเปลี่ยนสุดท้ายของเบนโตะก็เกิดขึ้นในช่วงยุคปี 80 ตามร้านสะดวกซื้อเริ่มมีการใช้ไมโครเวฟในการอุ่นอาหาร เบนโตะจึงกลายเป็นที่นิยมสูงเนื่องจากหาทานง่ายและสะดวกรวดเร็ว มีการใช้วัสดุราคาถูกที่ทนความร้อนได้ในการผลิตภาชนะเบนโตะ คนญี่ปุ่นจึงสามารถหาเบนโตะร้อนๆ ทานได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นในสมัยนั้น

เบนโตะ
เบนโตะแบบเข้าไมโครเวฟได้ มีขายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปในปัจจุบัน

6. เบนโตะน่ารัก

หลังจากผ่านการประยุกต์ตามยุคสมัย และแพร่หลายไปตามรางรถไฟหรือร้านสะดวกซื้อ เบนโตะก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปโดยปริยาย แต่สิ่งที่ทำให้เบนโตะของญี่ปุ่นนี้โด่งดังจนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกก็ไม่ใช่ประวัติศาสตร์อันยาวนานแต่อย่างใด หากแต่เป็นคามพิถีพิถันในการเลือกสรรวัตถุดิบ และการจัดเรียงที่เป็นมากกว่าการตกแต่ง จนในที่สุด ก็กลายมาเป็นเบนโตะหน้าตาน่ารักที่คนญี่ปุ่นขอบเอามาอวดกันให้เห็นอยู่ทุกวันนี้

เบนโตะ
เบนโตะหน้าตาน่ารักจนไม่กล้ากินเลย

กว่าคุณแม่จะทำเบนโตะไปให้ลูกๆ ทานเป็นมื้อกลางวันที่โรงเรียน ก็ต้องคิดมาแล้วว่าลูกๆ ควรได้รับสารอาหารอะไรบ้าง แล้วต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้างที่จะไม่บูดก่อนจะถึงเวลา หรือกว่าภรรยาจะทำเบนโตะไปให้สามีทานที่บริษัทได้ ก็ต้องคัดสรรวัตถุดิบและตกแต่งหน้าตาอาหารในกล่อง เพื่อเป็นการแสดงให้สังคมรู้ว่าสามีมีภรรยาที่ดี ดังนั้น นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแห่งยุคสมัยแล้ว เบนโตะ ยังถือเป็นการแสดงออกทางความรักในครอบครัวคนญี่ปุ่นที่สามารถเห็นเป็นรูปธรรมเลยก็ว่าได้

เบนโตะ
เบนโตะเซตในร้านอาหารญี่ปุ่นบ้านเราเน้นความหลากหลายแบบนี้

 

ส่วนเบนโตะเซตตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปในบ้านเรานั้น เป็นเบนโตะแบบประยุกต์ซึ่งเน้นไปที่ความหลากหลายของอาหารในกล่องมากกว่าจุดประสงค์เดิมซึ่งต้องการให้เป็นเพียงอาหารกล่องสำหรับพกพา ซึ่งมักประกอบไปด้วยอาหารหลากประเภท เช่น ปลาดิบ ของทอด ข้าวปั้น สลัด หรืออื่นๆ เป็นต้น


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon