เบียร์ 5 ประเภท ที่นักดื่มตัวยงห้ามพลาด!

posted: 2 years ago
2,512 views
เบียร์ 5 ประเภท ที่นักดื่มตัวยงห้ามพลาด!

comments

BeerTypes_FeatureImage

ทุกวันนี้มี เบียร์ มากมายหลายแบรนด์ ทั้งเบียร์นำเข้า หรือแม้แต่คราฟต์เบียร์นานาชนิด ซึ่งคอเบียร์ทั้งหลายควรทำความรู้จักกับประเภทของเบียร์ซึ่งมีอยู่หลากหลายเอาไว้บ้าง เพื่อที่เวลาคุณดูฉลากเบียร์ในซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือเมนูจากร้านเบียร์ จะได้เข้าใจมากขึ้นว่า เบียร์ที่คุณกำลังจะซื้อหรือสั่งมาลิ้มลองนั้นเป็นอย่างไร แต่สำหรับวันนี้ มารู้จักกับเบียร์กันสัก 5 ประเภทก่อนดีกว่า

Viriyah Insurance

Pilsner
Pilsner | Cr. https://www.flickr.com/photos/kompania_piwowarska/

1. PILSNER

คำว่า Pilsner มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Pilsen ในสาธารณรัฐเชค ซึ่งเริ่มผลิตเบียร์นี้มาตั้งแต่ช่วง 1800’s โดยเป็นเบียร์ที่ได้รับความนิยมและมีการผลิตมากที่สุดในโลก มีรสชาติเฉพาะ คือ รสอ่อน หวานน้อย สีเหลืองอำพัน ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น มีแอลกอฮอล์ 3.2-4.5 ดีกรี และนิยมเสิร์ฟที่อุณหภูมิ 4-7 องศาเซลเซียส

Porter
Porter | Cr. https://www.flickr.com/photos/pinoyed/

2. PORTER

มีต้นกำเนิดมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยนิยมดื่มแบบผสมเอลและทูเพนนี ซึ่งเป็นเบียร์ที่แรงที่สุดในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน ผู้ผลิตชื่อ “ฮาร์วูด” เรียกเครื่องดื่มที่ผสมนี้ว่า “Entire” ต่อมาช่วง ค.ศ. 1720 เครื่องดื่มนี้ได้กลายมาเป็นที่รู้จักในนาม “พอร์ทเทอร์” ซึ่งใช้เรียกเบียร์ที่สีออกน้ำตาลเข้ม มีรสขมอมหวาน และมีความหอมจากกลิ่นมอลต์เป็นจุดเด่น

Stout
Stout | Cr. https://www.flickr.com/photos/istolethetv/

Bangkok Insurance

3. STOUT

คำว่า สเตาท์ (Stout) เริ่มใช้ครั้งแรกจาก “สเตาท์-พอร์ทเทอร์ (Stout-Porter)” ผลิตโดยบริษัทกินเนสในไอร์แลนด์เมื่อ ค.ศ. 1820 เป็นเบียร์ดำที่เข้มที่สุด ทั้งสีและรสชาติ ทำมาจากเมล็ดข้าวมอล์ต นิยมดื่มกันมากในอังกฤษและไอร์แลนด์ มีรสเข้มข้น ฝาด ขมนิดๆ และมีดีกรีแอลกอฮอล์สูง สเตาท์ต่างจากพอร์ทเทอร์ตรงที่มีสีเข้มกว่า เนื่องจากใช้ปริมาณของข้าวมอล์ตคั่วมากกว่า โดยเวลาเลือกระหว่างสเตาท์กับพอร์ทเทอร์ต้องสังเกตป้ายฉลากดีๆ เพราะแทบจะแยกกันไม่ออกเลย

Witbier
Witbier | Cr. https://www.flickr.com/photos/adambarhan/

4. WITBIER

รากศัพท์มาจากภาษาเบลเยียม Wit มาจากคำว่า White แต่เยอรมันเรียก Weizen หรือไวเซน ซึ่งมาจากคำว่า Wheat เป็นเบียร์ที่ทำจากข้าวสาลี และถ้าเอาวีทไปคั่วจะเรียกว่า “Dunkel Weizen หรือดุงเคลไวเซน” โดยเติมคำว่า Dunkel หรือดำเข้ามา

IPA
IPA | Cr. https://www.flickr.com/photos/adambarhan/

5. INDIA PALE ALE (IPA)

ปิดท้ายด้วย “India Pale Ale หรือ อินเดีย เพล เอล” เป็นเบียร์ที่ใส่ดอกฮ็อพ (ดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเบียร์) เยอะขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเพื่อเน้นความขม และจะได้กลิ่นที่ชวนกินมากขึ้น ต้นกำเนิดของเบียร์ชนิดนี้ คือ แต่เดิมอังกฤษผลิต “เพล เอล” ส่งไปยังอินเดียซึ่งเป็นประเทศอาณานิคมของตน แต่เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีการพาสเจอร์ไรซ์ ประกอบกับการขนส่งทางเรือใช้เวลานานจึงทำให้เบียร์บูด แต่ด้วยภูมิปัญญาของคนในยุคนั้น จึงพบว่าหากผลิตเบียร์ให้มีแอลกอฮอล์สูงขึ้นอีกนิด แล้วใส่ดอกฮ็อพเพิ่มลงไป ตัวน้ำมันของดอกฮ็อพจะมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเกิดแบคทีเรียตามธรรมชาติ เมื่อส่งเบียร์นี้ไปยังอินเดียอีกครั้ง ก็พบว่าเบียร์ยังดีได้ และมีข้อดีเพิ่มขึ้นคือ “ทำให้เมาง่ายขึ้น” เพราะมีแอลกอฮอล์สูงขึ้น มีกลิ่นและรสขมตามธรรมชาติของดอกฮ็อพ จนกลายเป็นเบียร์ที่โด่งดังในอินเดีย และดังย้อนกลับมาที่อังกฤษ ในที่สุดก็ถูกเรียกว่า “India Pale Ale”

เบียร์ ทั้งหมดนี้ เป็นเบียร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านรูปลักษณ์และรสชาติ หากมีโอกาสก็ลองหาดื่มกันดูนะ โดยเฉพาะคนรัก เบียร์ ยิ่งไม่ควรพลาด ขอรับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

แหล่งที่มา: http://gmlive.com/post/yW4jRHK-5-types-beer-you-should-know/1

avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon