เรื่องควรรู้ ถึงเวลารึยัง? ที่ต้องเปลี่ยนยางรถยนต์

posted: 1 year ago
เรื่องควรรู้ ถึงเวลารึยัง? ที่ต้องเปลี่ยนยางรถยนต์

comments

ยางรถยนต์ถือว่าเป็นชิ้นส่วนสำคัญของรถที่อาจชี้วัดความปลอดภัยได้ เพราะหลายครั้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากยาง ไม่ว่าจะเป็นยางแตก ยางระเบิด หรือการลื่นไถล เพราะฉะนั้นสิ่งที่คนใช้รถต้องรู้ก็คือควรเปลี่ยนยางเมื่อไหร่ และจะเปลี่ยนยางแบบไหนดี เราจะลองมาดูกัน



4 สัญญาณเตือนว่ายางกำลังเสื่อมคุณภาพ

Studio shot of a black car tire

1. ดูที่ดอกยาง

วิธีสังเกตด้วยตัวเองเบื้องต้นสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการดูที่ดอกยางจะเห็นว่ามีตัวบอกสภาพดอกยางอยู่ ถ้าพบว่ายังหนาอยู่ในระดับเดียวกับดอกยาง แสดงว่ายางยังสภาพดีอยู่ อาจยังไม่ต้องเปลี่ยนยางใหม่ ส่วนอีกวิธีที่นิยมใช้เช่นกันก็คือ ให้ใช้ไม้ขีดไฟจิ้มลงไปในร่องดอกยาง ถ้าไม่เห็นหัวไม้ขีดแสดงว่าดอกยางยังลึกอยู่ แต่ถ้าเห็นหัวไม้ขีดแสดงว่าควรเปลี่ยนยางได้แล้ว

2. รอยแตก และความบวมของยาง

สองอย่างที่ว่านี้สามารถบ่งบอกถึงคุณภาพยางได้เป็นอย่างดี หากยางมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ว่าจะเกิดรอยแตก หรือยางบวม ให้รีบเปลี่ยนยางเส้นใหม่ในทันที เพราะหากฝืนขับต่อไปอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

3. อายุยาง

เราสามารถตรวจสอบอายุของยางได้จากบริเวณแก้มยางโดยจะมีตัวเลขบอกสัปดาห์ และปีที่ผลิตยางเส้นนั้นอยู่ เช่น 202011 หมายความว่า ยางเส้นนี้ผลิตเมื่อสัปดาห์ที่ 20 ปี 2011 ซึ่งโดยทั่วไปยางรถยนต์จะมีอายุการใช้งาน 4-5 ปี หากไม่ได้ใช้งานหนัก หรือบรรทุกของ หรือประมาณราวๆ 80,000 กิโลเมตร ส่วนรถที่ใช้งานหนักอาจต้องเปลี่ยนที่ 3 ปี หรือประมาณ 50,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก



4. ตำแหน่งที่ยางรั่ว

เมื่อเกิดยางรั่วหลายคนเลือกใช้วิธีปะยางแทนการเปลี่ยนยางซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่หากยางเกิดรั่วที่บริเวณขอบยาง หรือแก้มยาง การปะยางจะไม่ช่วยรักษาสภาพยางได้ อีกทั้งยังเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้อีก เพราะฉะนั้นหากยางรั่วสองตำแหน่งนี้ ให้เลือกที่จะเปลี่ยนยางใหม่ดีกว่า

มาถึงปัจจัยในการเลือกยางที่หลายคนสงสัย เพราะเปลี่ยนยางแต่ละทีก็เสียค่าใช้จ่ายมากพอสมควร หลายคนจึงเลือกยางเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ว่าจะเลือกยางแบบไหนคุณก็สามารถใช้วิธีเหล่านี้สังเกตได้เช่นเดียวกัน

Auto mechanic  choose tire for car

1. ขนาดของยาง

ตามหลักแล้วขนาดของยางขึ้นกับความต้องการของเจ้าของรถเองว่าต้องการที่จะใช้ยางขนาดเดิมหรือจะเปลี่ยนยางให้ใหญ่ขึ้น ให้หน้ายางกว้างขึ้นกว่าเดิม โดยสังเกตได้จากตัวเลขที่บอกขนาดที่แก้มยาง เช่น 175/65R15 ตัวเลข 175 จะเป็นความกว้างของยางมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ตัวเลข 65 คือ ความสูงของแก้มยาง R คือ ประเภทของยาง Radial ตัวเลข 15 คือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของกระทะล้อ โดยมีเทคนิคอยู่ว่าหากจะเปลี่ยนยางกว้างขึ้น 10 มิลลิเมตร ควรลดความสูงของยางลง 5 ซีรีย์ เพื่อให้ยางเส้นใหม่มีความสูงของแก้มยางใกล้เคียงเส้นเก่า

2. ดอกยาง

เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ให้พิจารณาจากดอกยางแต่ละแบบซึ่งมีคุณสมบัติต่างกัน โดยมีด้วยกัน 4 แบบหลักๆ

Rib Pattern

ดอกยางแบบละเอียด มีลักษณะเป็นแนวยาวตามเส้นรอบวงยาง เหมาะกับรถยนต์ใช้งานทั่วไป รถในเมืองที่ไม่ได้ขึ้นเขาลงห้วย

Lug Pattern

ดอกยางแบบบั้งเป็นยางแบบร่องลึก ดอกยางจะเป็นบั้งตามแนวขวาง เหมาะกับรถที่วิ่งบนถนนที่มีความขรุขระ ลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้ยางชนิดนี้มีความทนทาน และอายุใช้งานยาวนานกว่าดอกยางแบบละเอียด

Rrib Lug Pattern

ดอกยางแบบผสม ที่เอาดอกยางแบบละเอียด และแบบบั้งอยู่ในล้อเดียวกัน โดยดอกละเอียดจะอยู่กลางล้อ ส่วนดอกบั้งจะอยู่ขนาบทั้งสองข้าง ใช้งานได้ทั้งทางเรียบและขรุขระ

Block Pattern

ดอกยางทรงเหลี่ยมหรือวงกลมที่แตกต่างจากดอกยางแบบอื่นๆ นิยมใช้ในรถออฟโรด หรือ 4×4 ที่ต้องเจอกับทางวิบาก ดอกยางขนาดใหญ่ และลึก จะช่วยในการยึดเกาะได้เป็นอย่างดี

3. ยี่ห้อของยาง

Car Tire Replacement

ถ้าตามความจริงคือเราไม่สามารถบอกได้เลยว่ายางรถยนต์ยี่ห้อไหนดีที่สุด เพราะยางที่ไม่ใช่ยี่ห้อดังไม่ได้หมายความว่าจะมีประสิทธิภาพด้อยกว่า เพียงแต่ว่ายางยี่ห้อดังมีการโฆษณาที่มากกว่า ทำให้ชื่อติดอยู่ในกระแส และเมื่อเสียค่าโฆษณามาก ราคาก็แพงตามไปขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเลือกดีๆ อาจได้ยางที่ดี และราคาไม่แพงได้เช่นกัน

หากมองทุกปัจจัยแล้วสรุปได้ว่าเมื่อต้องการเปลี่ยนยางจริงๆ คุณสามารถสำรวจความต้องการ หรือการใช้งานรถของคุณ และเลือกยางให้เหมาะสมได้ ส่วนเรื่องยี่ห้อนั้นถ้าตรงตามสเป็คของคุณและอยู่ในงบก็ขึ้นอยู่กับความชอบแล้วล่ะทีนี้

นอกจากนี้เรายังมีเรื่องราวในแวดวงยานยนต์อีกเพียบที่ให้คุณได้ติดตามที่นี่ รวมถึงประกันรถยนต์ด้วย


avatar
by DeepA

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon