5 ขั้นตอนที่ต้องทำ…เมื่อเราเป็น “หนี้”

posted: 1 year ago
5 ขั้นตอนที่ต้องทำ…เมื่อเราเป็น “หนี้”

comments

จากผลสำรวจของคนไทยเรื่องเกี่ยวกับการเงินปัญหาของคนส่วนใหญ่เลยก็คือ “หนี้สิน” ซึ่งตอนแรกที่เห็นสถิตินี้ก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่เลย เพราะปัจจัยหลายๆ อย่างทั้ง  Social Network ที่สนับสนุนให้คนเราทั้ง โชว์ อวด ก็เลยเกิดเทศกาลทำตัวให้ดูดี ช้อปปิ้งถ่ายรูปโชว์อวดกันเต็มที่ คำถามคือแล้วถ้าเราไม่มีไม่มีเงินมาทำตัวเองให้ดูดีล่ะ? จะทำอย่างไร? แน่นอนว่าทางออกที่ง่ายและนิยมกันมากที่สุดก็คือ “การสร้างหนี้” เหล่าบริษัทการเงินเข้าใจตรงนี้ดีเลยสร้างระบบที่ช่วยสนับสนุนในคนเป็นหนี้ได้อย่างง่ายๆ



แต่สิ่งที่คนเราผิดพลาดเกี่ยวกับการเป็นหนี้โดยเฉพาะคนที่ไปกู้ยืมคนอื่นมาก็คือ คิดว่าเงินที่กู้ยืมมาคือ “เงินกู” ลืมไปว่าเมื่อเราสร้างหนี้ เราต้องคืนพร้อมดอกเบี้ยอีกต่างหาก นี่คือประเด็นหลักที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้คนไทยมีปัญหาเรื่องการเงินมากที่สุด คำถามต่อมาก็คือ แล้วเมื่อเราเป็นหนี้เราควรทำอย่างไร ที่จะจัดการหนี้ออกไปได้

1. เข้าใจตัวเอง

เริ่มแรกต้องเริ่มที่ “เข้าใจตัวเอง” ก่อนว่าตอนนี้เราเป็นหนี้อยู่ สภาพความเป็นอยู่อาจจะไม่สบายแบบเดิม เพราะว่าเราได้กู้ยืมเงิน กู้ยืมความสุขมาจากอนาคต แล้ววันนี้เป็นวันที่เราต้องคืนเงิน คืนความสุขเค้าไป ที่สำคัญอย่าสร้างหนี้เพิ่ม อย่าเอาหนี้ใหม่มาจัดการหนี้เก่า นอกจากว่าแหล่งหนี้ใหม่จะเสียดอกเบี้ยน้อยกว่า ห้ามขายผ้าเอาหน้ารอดเด็ดขาด และอย่าลืมหากำลังใจจากคนรอบข้าง การเป็นหนี้ต้องให้คนรอบข้างรับรู้ อย่าเก็บความเครียด ความกดดันไว้กับตัวเองคนเดียว แล้วต่อมาก็จัดการลิสต์หนี้ทั้งหมดของเราว่ามีอะไรบ้าง แล้วเริ่มจัดการแหล่งหนี้สินที่ดอกเบี้ยเยอะที่สุดก่อนเลย!

เป็นหนี้

2. ขอลดดอกเบี้ย

รู้หรือไม่ว่าถ้าเราเป็น “หนี้บัตรเครดิต” หรือ “บัตรกดเงินสด” สามารถโทรไปขอลดส่วนลดหนี้ส่วน “ดอกเบี้ย” ได้เลย เพราะว่าตัวบริษัทก็ไม่อยากให้เราเป็นหนี้เสียเหมือนกัน แต่ต้องห้ามลืมว่าว่าการขอลดคราวนี้เราไม่สามารถเบี้ยวได้อีก ไม่เช่นนั้นเราจะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูงไปตลอด เพียงเท่านั้นภาระดอกเบี้ยก็ลดลงไปได้ระดับนึงแล้ว

3. ลดรายจ่าย

อย่างที่เรารู้ว่าเราเป็นหนี้เราไม่สามารถใช้ชีวิตสบายเหมือนเดิมได้ ถึงแม้การประหยัดจะช่วยอะไรมากไม่ได้แต่ก็ช่วยบรรเทาเรื่องหนี้ได้ระดับนึงเหมือนกัน แต่ถ้าเรายังใช้ชีวิตเหมือนเดิม สบายเหมือนเดิม จะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ที่จะแก้สภาวะการเป็นหนี้ได้และแนะนำว่าให้ลองทำ “บัญชีรายรับ-รายจ่าย” จะช่วยทำให้เราติดตาม “รายจ่าย” ได้ดีมากยิ่งขึ้นและเข้าใจตัวเองมากขึ้น



4. หาเงินเพื่ม

การประหยัดไม่ได้เป็นการช่วยเรื่องหนี้สักเท่าไหร่ สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก็คือการ “เพิ่มรายได้” เพราะว่าบางครั้ง “ดอกเบี้ย” ก็เป็นรายจ่ายที่เยอะมากๆ แล้ว การประหยัดอาจจะทำได้แค่ชำระส่วนดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ถ้าอยากจะชำระคืนเงินต้น การเพิ่มรายได้จึงเป็นวิธีที่ต้องทำ ส่วนจะเพิ่มรายได้อย่างไร เราคงต้องสำรวจดูแล้วว่า เวลาที่เราว่างๆ วันเสาร์-อาทิตย์ สามารถขยับขยายอะไรได้บ้างหรือเปล่า มีอาชีพเสริมอะไรที่เราสามารถแปลงความสามารถนั้นเป็นเงินได้บ้าง

เป็นหนี้

5. ขายสินทรัพย์

อันนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่ค่อนข้างรุนแรง แต่กระทบกระเทือนจิตใจที่สุด แต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน เพราะสินทรัพย์หลายๆ อย่างมีแต่จะเสื่อมค่าเช่น รถยนต์ ทีวี โทรทัศน์ ถ้าเราขายวันนี้ ราคาจะดีกว่าขายเดือนหน้าอย่างแน่นอน แต่ “หนี้” สามารถโตด้วยอัตราเร่ง 20%++ ดังนั้นเราควรมาพิจารณาดูว่าสินทรัพย์ใดบ้างที่เราสามารถนำมาชำระหนี้ได้ เช่น ถ้ารถยนต์เราซื้อมาแล้ว ไม่ค่อนได้ใช้หรือขับเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์อาจจะพิจารณาขายออกเพื่อมาใช้หนี้ก่อน แต่ถ้ารถยนต์เราใช้เพื่อหารายได้แบบนี้ก็ควรจะพิจารณาสินทรัพย์อื่นๆ

เป็นหนี้

แต่ที่สำคัญก็ในการปลดหนี้ที่สุดก็คือ เมื่อคิดแล้วต้องรีบ “ลงมือทำ” และ “อย่าท้อ” หลายๆครั้งเวลาแก้หนี้อยู่แล้วรู้สึกลำบากเหนื่อย หมดกำลังใจ ก็กลับไปแก้วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือกู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่า ดอกเบี้ยก็โตเร็วจนเราตกใจเลยล่ะแบบนั้น แต่สุดท้ายเมื่อเราสามารถผ่านวิกฤตหนี้มาได้แล้ว รับรองได้เลยว่าเราจะเข้าใจเรื่องการเงินมากขึ้น แล้วโอกาสที่เราจะกลับไปเป็นหนี้อีกครั้งจะยากขึ้น คนเราจะแกร่งขึ้นเมื่อนผ่านความยากลำบากฉันใด เราจะเข้าใจเรื่องเงินเมื่อเราจัดการหนี้ได้หมดฉันนั้น

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon