ทำอย่างไรดี เมื่อเป็นหนี้บัตรเครดิตจนได้หมายศาล

posted: 8 months ago
ทำอย่างไรดี เมื่อเป็นหนี้บัตรเครดิตจนได้หมายศาล

comments

เมื่อพูดถึงบัตรเครดิตแล้ว สมัยนี้หลายๆ คนมักจะมองว่า เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ที่ทำให้การใช้จ่ายนั้นสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ตัวบัตรเครดิตก็เหมือนกับดาบสองคม หากคุณใช้ไม่ดี ก็อาจจะส่งผลเสียกับคุณได้

และสำหรับใครที่พลาดไปแล้ว กลายเป็นว่าต้องแบกหนี้บัตรเครดิตกองโต จนได้หมายศาลแบบนี้ เราจะทำอย่างไรกันดีนะ ?


อย่าเพิ่งใจร้อน ตรวจสอบรายละเอียดกันก่อน

หลายคนเมื่อได้หมายศาล อาจจะตกใจลนลาน ทำอะไรไม่ถูก จริงอยู่ที่เราผิดพลาดกันไปแล้ว แต่ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องผิดพลาดซ้ำสอง เราขอแนะนำให้คุณใจเย็นๆ ตรวจสอบรายละเอียดของหมายศาลให้ดีเสียก่อนว่า มาจากศาลอะไร ธนาคารไหน กำหนดวันขึ้นศาลคือเมื่อไร?

หลังจากนั้น ให้ลองเช็กรายละเอียดเกี่ยวกับยอดหนี้บัตรเครดิต ที่เจ้าหนี้ยื่นฟ้องว่ามูลค่าเท่าไหร่ เงินต้นกี่บาท รวมยอดฟ้องและดอกเบี้ยแล้ว เป็นจำนวนเงินเท่าไร

อาจจะนำหมายศาลไปให้ทนายช่วยดูก่อนก็ได้ว่าเราจะมีข้อต่อสู้อะไรได้บ้าง ในกรณีที่ต้องการระยะเวลาในการเก็บเงิน ก็คือให้ทนายยื่นคำให้การเพื่อช่วยยืดระยะเวลา  ที่สำคัญ อย่าลืมลองเช็กดูว่า เจ้าหนี้ได้ฟ้องเกินอายุความหรือไม่ เช่น บัตรเครดิตนั้นจะมีอายุความ 2 ปี นับจากวันชำระครั้งสุดท้าย

จากนี้ก็คือการตัดสินใจของคุณแล้วล่ะ ว่าเลือกที่จะสู้คดี หรือจะต่อรองกับเจ้าหนี้ได้อย่างไรบ้าง ?



เลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด

หลังจากตรวจสอบรายละเอียดของหมายศาลบัตรเครดิตแล้ว เจ้าของบัตรเครดิต หรือตัวคุณเองอยากจะจัดการปัญหา หรือแสดงจุดยืนเช่นไร เพราะเราสามารถแก้ปัญหาได้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น

เลือกที่จะไปไกล่เกลี่ยในวันที่ศาลนัด โดยขอผ่อนชำระ เป็นงวด และขอให้หยุดดอกเบี้ยระหว่างการชำระหนี้  นอกจากนี้ คุณอาจจะเจรจาขอให้ทำบันทึกโจทก์ – จำเลยที่ศาล ระบุจำนวนงวดที่จะชำระ และการชำระเงินก็ต้องจ่ายเข้าบัญชีเจ้าหนี้เท่านั้น

โดย การผ่อนชำระงวดนั้นมีตั้งแต่ 6 งวด – 60 งวด ขึ้นอยู่กับยอดหนี้ว่ามากหรือน้อย และการผ่อนนั้นมีการผ่อนแบบขั้นบันได คือ ค่างวดอาจจะเพิ่มขึ้นในปีที่ 2 จนครบจำนวนงวดก็ได้



หากต้องการให้อายัดเงินเดือน เจ้าของบัตร หรือลูกหนี้ต้องมีทรัพย์สินที่เจ้าหนี้สามารถอายัดได้ เช่น รถยนต์ บ้าน เงินในบัญชีต่างๆ ที่ฝากสะสมไว้ก็ต้องระวัง เพราะไม่ใช่ว่า แค่ฟ้องแล้วไม่จ่าย เจ้าหนี้เขาจะอายัดเงินเดือนอย่างเดียว เพราะถ้าทรัพย์สินไม่พอ ทางเจ้าหนี้จึงจะเลือกการอายัดเงินเดือน

การอายัดเงินเดือนนั้น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเจ้าหนี้รายแรกที่ฟ้องเสมอไป หากเจ้าหนี้รายแรกนั้นเจ้าของบัตรขอไกล่เกลี่ยที่ศาลตามแล้ว มีเจ้าหนี้รายที่สองมาฟ้อง และเจ้าของบัตรไม่มีเงินชำระหนี้ เจ้าของบัตรก็สามารถปล่อยให้เจ้าหนี้รายที่สองจนถึงรายสุดท้ายอายัดเงินเดือนได้เช่นกัน

และถ้าหากยอดหนี้ที่ถูกฟ้องเป็นจำนวน 100,000 บาทขึ้นไป ถึงแม้หนี้บัตรเครดิตจะได้ลดไม่มาก แต่เจ้าของบัตรก็ยังสามารถเจรจาต่อรองจ่ายชำระในอัตราที่ต่ำกว่า

เช่น มีเงินเดือน 10,000 บาท หากจะต้องโดนอายัดเงินเดือน 30% แสดงว่าจะโดนอายัดเงินเดือนไปประมาณ 3,000 บาท/เดือน ซึ่งเจ้าของหนี้สามารถขอเจรจาให้อายัดแค่ 2,000 บาท/เดือน ได้



อย่าลืมเตรียมคำให้การกับศาล หรือ ข้อมูลแก้ต่างตามที่เจ้าหนี้ยื่นฟ้อง โดยอาจจะปรึกษาทนายยื่นคำให้การต่อสู้ในศาล เพราะเราจะสามารถยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ได้อีกประมาณ 6 เดือน – 1 ปี เผื่อเก็บออมเงิน และกลับมาเจรจาไกล่เกลี่ยในนัดครั้งที่สองได้ และถ้าเจรจาได้ดี ยอดหนี้ก็อาจจะลดลงด้วยก็ได้

สิ่งสำคัญที่สุดที่ลูกหนี้ควรจะทำเมื่อได้รับหมายศาลบัตรเครดิตก็คือควรจะไปศาลในวันนัด เพราะไม่เช่นนั้น ศาลจะตัดสินคดีในวันนั้นเลย และเจ้าของบัตรจะไม่มีโอกาสได้ต่อรองเพื่อลดหย่อนหนี้ได้เลย

ฉะนั้น อย่ากลัวการขึ้นศาล อย่ากลัวการเจรจาไกล่เกลี่ย เพราะการขึ้นศาล นับเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้หนี้ของคุณไม่พอกพูน กลายเป็นหนี้กองใหญ่ไปมากกว่านี้



สำหรับใครที่ได้ลองอ่านกัน ก็ไม่ต้องกลัวกับการใช้บัตรเครดิตมากเกินไป เพราะเราสามารถตัดปัญหานี้ได้ตั้งแต่ต้นลม ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดค่าใช้จ่ายตัวเองแต่เริ่มแรก การตั้งวงเงินไม่ให้รูดบัตรมากจนเกินไป หรือจะเลือกใช้บัตรเครดิต อย่าง Citibank ที่นอกเหนือจากจะมีหลากหลายบัตร วงเงินสูง ให้เลือกใช้ได้ตรงตามไลฟ์สไตล์แล้ว ยังมีบริการ สินเชื่ออเนกประสงค์ หรือ บริการโอนยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตและสินเชื่อ

บริการนี้ จะช่วยคุณโอนยอดค้างชำระบัตรเครดิตอื่นๆ ด้วย สินเชื่อจาก Citibank ช่วยให้คุณลดภาระการผ่อนชำระยอดใช้จ่ายต่อเดือนลงด้วยอัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน สามารถกำหนดการผ่อนชำระที่นานขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหนี้สินทับซ้อน และกลายเป็นปัญหาเรื่องเครดิตบูโรในระยะยาว



ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องการใช้บัตรเครดิตอีกแล้ว ลองมาสมัครบัตรเครดิต Citibank ผ่านเว็ปไซต์ Rabbit Finance  หนึ่งในโบรกเกอร์สินเชื่อที่ได้รับความเชื่อถือ และมีบริการเปรียบเทียบบัตรเครดิตให้คุณได้เลือกบัตรที่ใช่ เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ แถมยังปลอดหนี้เครดิต ไมม่ต้องไปถึงศาลอย่างแน่นอน!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon