ทำไมเป็นหนี้ถึงไม่ควรลงทุน

posted: 1 year ago
ทำไมเป็นหนี้ถึงไม่ควรลงทุน

comments

อย่างที่เรารู้กันว่าปัญหาเรื่องการเงินของคนส่วนใหญ่ตอนนี้น่าจะหนีไม่พ้นเรื่องการเป็น “หนี้” เนี่ยแหละ หนี้ถ้าให้พูดก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าเราใช้ประโยชน์จากมันเป็นคุณประโยชน์มหาศาล ทั้งช่วยให้เราสร้างธุรกิจได้เร็วขึ้น สามารถขยายธุรกิจได้ เพราะถ้าเรารอให้มีกำไรแล้ว เอากำไรสะสมมาลงทุนต่อในบริษัทคงใช้เวลานานกว่าการกู้หลายเท่าตัว รวมไปถึงถ้ามองในระดับบุคคลแล้ว การเป็นหนี้ก็ยังช่วยให้เราเป็นเจ้าของสินทรัพย์ (ที่มาพร้อมหนี้สิน) ได้ง่ายขึ้นทั้งบ้านและรถ โดยเฉพาะสินทรัพย์อย่างบ้าน ก็เป็นที่เรารู้กันว่าถ้าเราจะเก็บเงินสดไปซื้อไม่รู้จะได้ซื้อกันเลยหรือเปล่าด้วยซ้ำ

และแน่นอนว่าไม่มีอะไรมีแต่ข้อดี “ข้อเสีย” ของการเป็นหนี้ก็เยอะมากเช่นกันเพราะหนี้มี รายจ่ายหลักก็คือ “ดอกเบี้ย” ที่จะคอยให้เงินเราลดลงเรื่อยทุกวันๆ ยิ่งเงินด่วนเท่าไหร่และไม่มีหลักประกัน “ดอกเบี้ย” ก็จะยิ่งมหาโหดมากๆ ดังนั้นจะเป็นหนี้แต่ละทีก็อย่าลืมดูถึงความจำเป็นจริงๆ ด้วย เพราะส่วนใหญ่คนที่เป็นหนี้ แล้วไม่สามารถออกจากวังวนอันนี้มาได้ ก็จะเป็นหนี้พอกพูดมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ

HiRes-(2)-1

แล้วทีนี้พอเราเป็นหนี้ แล้วหนี้พอกขึ้นเรื่อยๆ เราก็จะพยายามหาทางออกไปเรื่อยๆ นั่นแหละ ส่วนใหญ่คนที่เป็นหนี้ก็คงได้ยินมาว่าเรื่อง “การลงทุน” จะช่วยให้เรามีความมั่งคั่งมากขึ้นได้ ก็อาจจะมีความคิดที่ว่าหรือว่าเราเอาเงินไปลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนมาเคลียร์หนี้ดีมั้ย?

ส่วนตัวไม่แนะนำอย่างมากที่จะให้เราเอาเงินที่เราหามาได้ไปลงทุน เพื่อนำเงินมาเคลียร์หนี้เพราะว่า การลงทุนมี “ความเสี่ยง” เสมอ ความเสี่ยงที่ว่าผลตอบแทนอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้ มีโอกาสที่เราจะได้มากกว่า และอาจจะได้น้อยกว่าที่คิดไว้ หรือถ้าลงทุนผิดพลาดมากๆ ก็อาจจะขาดทุน แล้วถ้าอาการหนักมากๆ ก็อาจจะเป็นหนี้มากกว่าเดิมอีก  แต่พอมาดูถึงเรื่องการเป็นหนี้ หนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีความเสี่ยงเลย เรารู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าเราจะเป็นหนี้เท่าไหร่ ดอกเบี้ยเท่าไหร่ แล้วที่เราเห็นหนี้มันพอกขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะว่ามันมีสิ่งที่เรียกว่า “ดอกเบี้ยทบต้น” อย่าลืมว่าดอกเบี้ยทบต้นช่วยให้เรารวยได้ยังไง ก็ทำให้เราจนแบบนั้นเช่นกัน

universal-life3

อย่างกรณีที่เราเป็นหนี้บัตรต่างๆ ดอกเบี้ยพวกนี้ 20%++ ต่อปีเป็นมาตรฐานอยู่แล้วเพราะว่าเป็นการกู้ด่วนๆ และไม่มีหลักประกันอะไรเลย ทีเนี้ยถ้าเรามามองถึงการลงทุนที่จะให้ได้ผลตอบแทนสูงขนาด 20%++ ต่อปีเนี่ย ส่วนตัวบอกเลยได้ว่ายากมากๆ และพอร์ตจะรับความเสี่ยงได้สูงมากๆ ด้วยในกรณีที่เรานำเงินไปจัดพอร์ตการลงทุน เพราะอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ไทยหรือตลาดหุ้นเนี้ยแหละ อยู่ที่ประมาณ 12% ต่อปีเท่านั้น ซึ่งตลาดหุ้นก็เป็นที่รู้กันว่าความเสี่ยงมากมายขนาดไหน หรือถ้าเราอยากลงทุนแบบไม่เสี่ยงก็อาจจะเป็นเงินฝากที่ดอกเบี้ยได้อยู่ประมาณ 0.5-1% หรือถ้าเป็นการลงทุนอย่างเช่นตราสารหนี้ก็ให้ผลตอบแทนได้ไม่เกิน 4% โดยเฉลี่ยอยู่แล้ว ดังนั้นการที่เรานำเงินมาลงทุนบางทีก็เป็นทางเลือกที่ไม่เหมาะสมซะเท่าไหร่

เพราะถ้าเราเอาแต่เล็งว่าจะลงทุนแล้วหาผลตอบแทนเยอะๆ โอกาสที่เราจะเข้าไปติดกับดักพวกการลงทุนแปลกๆ หรืออย่างเช่นแชร์ลูกโซ่ก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้ก็จะเป็นเหมือนเรายิ่งซ้ำแผลที่เรามีให้เจ็บมากขึ้นไปอีก แผลอาจจะขยายมากขึ้นไปอีกโดยไม่รู้ตัวเลย


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon