เป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ อย่าคิดไปเอง…

posted: 1 year ago
เป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ อย่าคิดไปเอง…

comments

การเป็น “หนี้” ให้ปัจจุบันตอนนี้หลายๆ คนน่าจะมองเป็นเรื่องปกติกันไปแล้ว เดินไปทางไหนก็มีโปรโมชั่นบัตรเครดิต กู้ 0% 3เดือน 6 เดือน 10 เดือน แต่ในความเป็นจริงแล้วการเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เราควรจะเป็นกันด้วยซ้ำ เพราะการเป็นหนี้จะทำให้เกิดรายจ่ายอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวที่ทำให้ความมั่งคั่งเราลดลง ดังนั้นถ้าเราเป็นหนี้ควรเป็นหนี้ที่ก่อรายได้ให้กับเราจึงจะดีที่สุด แต่ถ้าเป็นหนี้เพื่อการบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ควรคิดอย่างรอบด้านเสมอ



เหุตผลที่เราเป็นหนี้กันอย่างกว้างขวางก็เพราะว่า หลักการกระตุ้นระเบบเศรษฐกิจผ่านการกู้ยืม ผ่านระบบทฤษฎีเคนส์เซียนที่นักเศรษฐศาสตร์เรียนกันมาในยุคปัจจุบันนี้ จะสนับสนุนให้อัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปเรื่อยๆ สร้างหนี้ใหม่ จัดการหนี้เก่าไปเรื่อยๆ แล้วพอถึงจุดที่ไม่สามารถก่อหนี้เพิ่มได้อีก เศรษฐกิจก็จะชะลอไปเรื่อยๆ เองเพราะในเมื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไม่ได้ แล้วเงินที่กู้มายังต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยจะทำให้เกิดสภาวะเงินฝืดนั่นเอง

Couple analyzing unpaid bills

แล้วหลังจากที่มีการอัดฉีดเงินเข้าระบบแล้ว แน่นอนว่าถ้าคนในประเทศไม่มี “กำลังซื้อ” ก็เท่านั้นเพราะอัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อให้เกิดการผลิต แล้วสุดท้ายคนในระบบเศรษฐกิจไม่มีเงินมาซื้อก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจไม่สำเร็จ ดังนั้นก็ต้องกระตุ้นคนในระบบเป็นหนี้เพิ่มด้วยเพราะจะได้นำเงินมาซื้อสินค้าและบริการ แล้วพอเกิดการหมุนของระบบเศรษฐกิจก็จะทำให้เศรษฐกิจดีนั่นเอง เราเลยจะเห็นนโยบายต่างๆ ที่สนับสนุนให้คนเป็นหนี้มากขึ้น ทั้งดอกเบี้ยต่ำในการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น นโยบายบ้านหลังแรก รวมไปถึงนโยบายรถคันแรกที่ยกเว้นภาษีให้ 100,000 บาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัว

ทีนี้การอัดฉีดเงินเข้าระบบก็ดันไปโดนจริตของความเป็นมนุษย์พอดี เมื่อเราก่อหนี้ได้ “อำนาจซื้อ” มากขึ้นเราไปช้อปปิ้งก็เกิดความรู้สึกว่าชีวิตดีมีความสุขกันไป ทำให้ปริมาณหนี้ถูกก่อขึ้นมากันแบบเต็มที่ เพราะโดยธรรมชาติของคนเรานั้น มักง่ายและใจร้อน แน่นอนว่าตามหลักการที่ถูกต้องแล้วเวลาที่เราอยากได้อะไรสักอย่างหนึ่ง เราควรที่จะ “อดทนเก็บออม” มากกกว่าที่จะวิ่งเข้าไปหาสถาบันการเงินเพื่อนำเงินกู้ออกมาใช้แล้วต้องเสียดอกเบี้ย ยิ่งทำให้รายจ่ายเพิ่มขึ้นเข้าไปอีก



อีกประการหนึ่งก็คือธรรมชาติเวลาที่เราอยากได้สินค้าและบริการอะไรสักอย่างขึ้นมา เราจะคำนวณขึ้นมาทันทีว่าถ้าผ่อน 0% 10 เดือน เราจะจ่ายแค่เดือนละ x,xxx บาทเท่านั้น ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนเท่านั้นเอง แล้วพอเป็นแบบนี้สัก 4-5 ครั้ง แล้วพอเรารู้ตัวอีกทีเวลาที่เราได้เงินเดือนมาเราก็ต้องเอาเงินไปจ่ายให้กับเจ้าหนี้มากกว่า 70-80% ของเงินเดือน ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่คนเหล่านี้เริ่มเป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดนั่นเอง แล้วอย่างที่รู้กันว่าดอกเบี้ยมหาโหดแค่ไหน

ประกอบกับยุคนี้เป็นยุคที่เรียกได้ว่า “โซเซียลมีเดีย” เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างชัดเจนทั้ง Facebook twitter Ingstarm ที่เวลาเราไปเที่ยวที่ไหน เที่ยวกับใคร กินอะไร ซื้ออะไร เราก็ต้องถ่ายรูปลงโซเซียลกันซะหน่อย แล้วถ้าใครที่เป็นคน “หน้าใหญ่” ก็จะยิ่งลำบากกว่าคนอื่น ทำให้ปัจจุบันคนมีปัญหาเรื่องหนี้สินต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศของไทย พุ่งขึ้นอยู่แถวๆ 44.4% แล้วถ้ามองในระดับโลกแล้วอย่างประเทศอเมริกาหนี้สินต่อผลผลิตมวลรวมของเค้าสูงถึง 104.17% ซึ่งถึงว่าสูงมากๆ ทำให้ตอนนี้อเมริกากำลังประสบปัญหาหนี้สินชนเพดานอยู่ ณ ปัจจุบันเช่นกัน

Get out of debt concept

ปัญหาหนี้สินตอนนี้เรียกได้ว่ากำลังก่อให้เกิดปัญหากันทั้งโลก ไม่ได้เฉพาะแค่ประเทศเราเท่านั้นก็เลยส่งผลทำให้เศรษฐกิจทั้งโลกชะลอตัวอย่างที่เห็นเพราะก่อหนี้เพิ่มเติมกันไม่ได้ สุดท้ายเราก็ต้องคอยดูว่ารัฐบาลแต่ละประเทศจะมีวิธีการจัดการกับวิดฤตหนี้สินนี้อย่างไร?


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon