ทำไมเราจึงต้องมี…เป้าหมายทางการเงิน

posted: 2 years ago
ทำไมเราจึงต้องมี…เป้าหมายทางการเงิน

comments

ปัจจุบัน เวลาที่เราเล่น Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook Instagram หรือ Twitter เปิดหน้า News Feed ขึ้นมาทีไร หลายๆ ครั้งจะเห็นคนที่โพสต์ข้อความพยายามกระตุ้นตัวเองให้ไล่ล่าความฝัน บางคนก็อยากจะลาออกมาตามหาอาชีพอิสระ ไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน ส่วนบางคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ก็อยากที่จะหาช่องทางการลงทุน เพื่อให้ในวันหนึ่งข้างหน้า เราจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยเงินจากการลงทุนนั้นได้ (Passive Income) แล้วออกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนซะที พอคิดได้แบบนั้นหลายๆ คนก็เลยอยากลงทุนแล้วได้ ‘ผลตอบแทนสูง’ จะได้ร่ำรวยกันแบบเร็วๆ

passive income word cloud on a tablet

ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดที่ลงทุนแล้วอยากได้ ‘ผลตอบแทนสูง’ แต่รู้หรือไม่ว่าผลตอบแทนที่สูงมักมาคู่กับ ‘ความเสี่ยงที่สูง’ ด้วยเช่นกัน ความเสี่ยงจากการลงทุนก็คือโอกาสที่เราจะติดลบหรือขาดทุนนั้นเอง เพราะเมื่อเราเอาผลตอบแทนเป็นที่ตั้ง แน่นอนว่าเราย่อมเปรียบเทียบอยู่เสมอว่าการลงทุนอันไหนให้สูงกว่ากัน แต่รู้หรือไม่ว่าบางทีตัวเราอาจจะไม่ได้ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขนาดนั้น

 

การลงทุนที่ดีเราต้องลงทุนให้ตอบสนองกับ ‘เป้าหมายชีวิต’ ของเรา ไม่ใช่ตอบสนองเป้าหมายที่ว่าผลตอบแทนสูงสุด เพราะเป้าหมายชีวิตบางอย่างเราไม่สามารถเสี่ยงได้สูง เช่น เป้าหมายที่เราจะต้องการวางดาวน์ซื้อรถยนต์ในอีก 3 เดือนแล้วเราเอาเงินไปลงทุนใน ‘หุ้น’ ซึ่งน่าจะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าหุ้นเป็นแหล่งลงทุนที่เน้นการลงทุนระยะยาวและความเสี่ยงสูง สุดท้ายเงินก้อนดังกล่าวขาดทุนมากกว่า 50% และเราก็อาจจะดาวน์รถไม่ได้ ซึ่งตามหลักการวางแผนการเงินแล้ว ถ้าเป้าหมายระยะสั้นเราไม่ควรลงทุนสินทรัพย์ที่เสี่ยง แต่ควรเน้นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงๆมากกว่า ที่สำคัญเป้าหมายนั้น ควรแปลงให้เป็น ‘เป้าหมายทางการเงิน’ เสมอเพราะเมื่อเรา มองลึกลงไป ทุกความฝัน ต้องใช้เงิน! ทำให้หนีไม่พ้น ต้อง ‘ตั้งเป้าหมายทางการเงิน’ แล้วก็ตอบสนองเป้าหมายนั้นเสมอ

 

 

สมมติว่า เราอยากมีรถยนต์ราคา 2,000,000 บาท ก็ต้องหาวิธีที่จะเอาเงิน 2,000,000 บาทนั้นมาให้ได้  หรืออีกทางก็หาเงินมาวางดาวน์ตามโปรโมชันที่เขากำหนด พูดง่ายๆ คือว่า ถ้าวางแผนการลงทุนแล้วไม่ได้เงิน 2,000,000 บาทตามเป้าหมายที่เราตั้งใจ เป้าหมายนั้นๆ ก็จะล้มเหลวทันที

หรือแม้แต่ตั้งเป้าหมาย ‘ลดน้ำหนัก’ ที่หลายคนอาจจะเถียงว่าไม่เห็นเกี่ยวกับเรื่องเงิน อาหารการกินที่ดีหรืออาหารคลีนจะทำให้เรามีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าปกติ ทำให้ในแต่ละเดือนเราจำเป็นต้องบริหารค่าใช้มากขึ้น ซึ่งก็เกี่ยวกับเรื่องของเงินเช่นกัน

Arrow flying to target with radial motion blur

ทีนี้เราน่าจะเห็นภาพแล้วว่าทำไมต้องตั้ง ‘เป้าหมายทางการเงิน’ ส่วนเรื่องต้องนำไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเป็นอย่างไร ความเสี่ยงเท่าไหร่ เป็นเรื่องของแต่ละเป้าหมายแล้วล่ะ เป้าหมายแต่ละอย่างก็ย่อมมี ‘ระยะเวลา’ และ ‘ความจำเป็น’ ต่างกันไป แต่ ‘เป้าหมายการเงินที่ดี’ ควรจะวัดผลได้ชัดเจน และเป็นไปได้ วันนี้เราลองมาดูกันว่า หลักการตั้งเป้าหมายทางการเงินควรตั้งอย่างไร โดยหลักการนี้มีชื่อว่า ‘SMART’

S – Specific: บอกได้ว่าต้องการอะไร

ต้องบอกให้ได้ว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร ลองนึกถึงว่าถ้าเราขับรถออกจากบ้านโดยที่ไม่รู้จะไปที่ไหน เราก็คงขับวนไปวนมาไม่มีจุดเป้าหมาย แล้วยังทั้งเงินเสียทั้งเวลา

M – Measurable: วัดผลได้ ว่าใกล้เป้าหมายหรือยัง

การที่เราสามารถบอกได้ว่าเราใกล้ถึงเป้าหมายหรือยัง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เป้าหมายเราจับต้องได้ ถ้าเป้าหมายเราจับต้องไม่ได้ วัดไม่ได้ เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าเราอยู่ไกลจากเป้าหมายมากขนาดไหนแล้ว ตัวอย่างเช่นถ้าเราจะลดน้ำหนักแต่ไม่บอกว่าลดกี่กิโลกรัม สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเราลดแค่ 1-2 วันสุดท้ายเราก็จะหยุดเพราะเป้าหมายสำเร็จไปแล้วคือลดน้ำหนัก ดังนั้นการตั้งเป้าหมายที่ดีต้องกำหนดไปด้วยว่าจะลดเป้าหมาย ‘กี่กิโลกรัม’

A – Achievable: รู้ว่าทำอย่างไรจึงสำเร็จ

เมื่อเราตั้งเป้าหมายขึ้นมา แน่นอนว่าเราต้องอยากทำให้สำเร็จ แต่ถ้าเป้าหมายนั้นเราไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร โอกาสที่เราจะล้มเลิกไม่ทำเอาดื้อๆ นั้นก็มีสูงมาก

R – Realistic: เป็นไปได้ ไม่เพ้อฝัน

ลองนึกถึงเวลาที่เราตั้งเป้าหมาย แล้วเรารู้ว่าทำไม่ได้แน่ๆ…. สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเราจะไม่ทำเป้าหมายนั้นและจะปล่อยให้เป็นความฝันแบบลอยๆไม่มีประโยชน์อะไร เป้าหมายการเงินก็เช่นกัน การที่เราตั้งเป้าหมายที่ไม่มีทางเป็นไปได้ขึ้นมา สุดท้ายเราก็จะไม่ทำอะไรกับเป้าหมายนั้นเลย เป้าหมายที่ดีต้องอยู่เป้าพื้นฐานความเป็นจริง

T – Time-bond : กำหนดเวลาชัดเจน

มีคำกล่าวไว้ว่าเป้าหมายที่ไม่มีกำหนดเวลาหรือคำว่าที่ทุกคนต้องเคยได้ยินคือ ‘Deadline’ เราจะไม่นับเป็นเป้าหมาย เพราะลองนึกถึงเวลาที่เราทำงานหรือทำการบ้านส่งอาจารย์ ถ้าไม่มีการกำหนดว่าต้องส่งเมื่อไหร่ ก็ไม่ต่างอะไรจากที่อาจารย์ไม่ได้สั่งนั่นแหละ เพราะส่งเมื่อไหร่ก็ได้ เป้าหมายที่ดีต้องมี ‘ระยะเวลา’ กำกับเสมอ

Deadline text on the calendar (or desk planner)

ตัวอย่างเป้าหมายการเงินที่ดีเช่น….
“ต้องการเกษียณตอนอายุ 60ปี มีเงินใช้เดือนละ 20,000 บาท”
“ต้องการเก็บเงินไว้กรณีฉุกเฉินเป็น 6 เท่าของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน รวมเป็นเงิน 120,000 บาทเผื่อไว้ในกรณีรายได้หยุดชะงัก”
“ต้องการเก็นเงินดาวน์ 20% ของบ้านที่มีมูลค่า 4,000,000 บาทในอีก 3 ปี”

สุดท้ายเป้าหมายการเงินส่วนใหญ่เป็นเป้าหมายที่มีระยะเวลาที่ค่อนข้างยาว ดังนั้น ‘วินัย’ จึงเป็นเรี่องที่สำคัญมากๆที่เราต้องเดินไปสู่เป้าหมาย เป้าหมายการเงินบางเป้าหมายต้องเข้าใจว่ารีบได้ แต่เป้าหมายบางเป้าหมายเราต้องใจเย็นและใช้เวลา การกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนและ ‘SMART’ จะทำให้เราสามารถแบ่งแยกเป้าหมายได้ดีและมีแผนปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon