5 เมนูชีสเค้ก หลากสไตล์ อร่อยถูกใจแม้ไม่ใช้เตาอบ

posted: 10 months ago
5 เมนูชีสเค้ก หลากสไตล์ อร่อยถูกใจแม้ไม่ใช้เตาอบ

comments

เมนูชีสเค้ก เป็นเมนูทำขนมพื้นฐานที่ได้รับความนิยมสูง เพราะนอกจากจะอร่อยถูกใจหลายๆ คนแล้ว ยังทำง่าย มือใหม่หัดทำขนมก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้เตาอบ แค่มีตู้เย็นก็รอดแล้วค่ะ วันนี้เราเลยขอนำเสนอ 5 เมนูชีสเค้กที่อร่อยถูกใจแม้ไม่ใช้เตาอบ มาฝากกัน ส่วนใหญ่วิธีการทำจะคล้ายๆ กันคือมีฐานบิสกิต ชั้นครีมชีสและหน้าที่อาจจะแตกต่างกันออกไป เป็นผลไม้ โอรีโอ้ ชาเขียว อันนี้แล้วแต่ความชอบ ใครเลิฟชีสเค้กตามมาเลยค่า

บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก

ขนมสุดทำง่าย มี 3 ส่วนหลักๆ คือฐานแคร็กเกอร์ ครีมชีส และท็อปปิ้งบลูเบอร์รี่ เหมาะสำหรับคนเพิ่งเริ่มหัดทำขนมใหม่ๆ ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมาย ใช้ความถึก อดทน ลงมือลงแรงเต็มที่ เท่านี้ออกมาอร่อยชัวร์ ลงมือกันเลย

เมนูชีสเค้ก
ภาพจาก Sangdad Publishing

ส่วนผสม

  • แคร็กเกอร์บดละเอียด 200 กรัม
  • เนยจืดละลาย 150 กรัม
  • ครีมชีสหั่นชิ้นเล็ก 350 กรัม
  • นมข้นหวาน 1/4 ถ้วย
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
  • วิปปิ้งครีม 4 ช้อนโต๊ะ
  • บลูเบอร์รี่กระป๋อง 1 กระป๋อง

วิธีทำ

1. เริ่มง่ายๆ ด้วยการเตรียมพิมพ์ จะเป็นถาดพาย พิมพ์เค้ก หรือแก้วทรงสวยงามก็ได้หมด เอาที่มีค่ะ ได้พิมพ์แล้วนำแคร็กเกอร์แบบเค็มมาบดให้ละเอียดจะใส่ถุงทุบ ตำ ใส่เครื่องปั่นเอาเลยค่ะ สะดวกแบบไหนเอาแบบนั้น แต่ขอละเอียดหน่อยเนาะ จังหวะนี้คิดถึงหน้าศัตรคู่อาฆาตไว้แล้วใส่สุดแรงค่ะ
2. เตรียมเนยจืดละลายเทลงไปในแคร็กเกอร์ จนเกาะตัวเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเปียกๆ หน่อย
3. นำฐานแคร็กเกอร์ของเรากรุลงพิมพ์ ใช้ก้นแก้วกดให้แน่นๆ นำเข้าตู้เย็นให้เซ็ตตัวค่ะ
4. ทำครีมชีสกันต่อเลย ใส่ครีมชีสลงอ่างผสม ตามด้วยนมข้นหวานเทลงไป วิปปิ้งครีมอีกสักหน่อย น้ำมะนาวตัดรสเลี่ยนสักนิด จากนั้นตะกร้อมาค่ะ บี้ๆ ตำๆๆ เพราะครีมชีสยังแข็งตัวอยู่ ใครที่มีเครื่องตีก็ทุ่นแรงกันไปค่ะไม่มีก็ใช้ตะกร้อมือตีวนไปนะจ๊ะ
5. เตรียมตัวรวมร่าง นำฐานพายที่แข็งตัวดีแล้วออกมาจากตู้เย็น ใส่ครีมชีสลงไป ปาดหน้าให้พอเรียบแล้วแช่ตู้เย็นไว้ก่อนค่ะ
6. พอจะจัดเสิร์ฟแต่งหน้าด้วยบลูเบอร์รี่ ใส่เต็ม จัดไปอย่าให้เสีย ชอบแค่ไหนโปะๆ ลงไปโลดค่ะ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ง่ายมาก

ขอบคุณสูตรจาก : Sangdad Publishing


โอรีโอ้ชีสเค้ก

ไม่แตกต่างกันเลย เพียงแค่เปลี่ยนจากบลูเบอร์รี่เป็นโอรีโอ้เท่านั้น มือใหม่ทำได้สบายมาก ความเสี่ยงต่ำ ออกมาอร่อยชัวร์ ใช้ความอดทนและแรงกายนิดหน่อย เป็นอันเรียบร้อย ที่สำคัญใครชอบโอรีโอ้เป็นชีวิตจิตใจ ตามไปดูต่อได้ที่ 7 วิธีเปลี่ยนโฉม โอรีโอ้ แบบที่คุณต้องร้องว่า แบบนี้ก็ได้เหรอ !

เมนูชีสเค้ก
ภาพจาก Tasty

ส่วนผสม

  • โอรีโอ้ 36 ชิ้น
  • เนยจืดละลาย 5 ช้อนโต๊ะ
  • ครีมชีส 32 ออนซ์
  • น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • เจลาติน 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมจืดอุ่น 1 ถ้วย

วิธีทำ

1. บิดโอรีโอ้ แยกส่วนคุกกี้และครีมออกจากกัน
2. นำส่วนที่เป็นคุกกี้ไปใส่ถุงบดให้แหลกละเอียดเป็นเม็ดทราย แยกไว้ส่วนหนึ่งสำหรับโรยหน้าตกแต่งด้วยนะจ๊ะ
3. ใช้โอรีโอ้ที่เหลือเอาไปผสมกับเนยจืดละลายแล้วกรุพิมพ์ให้แน่นได้เลย พักไว้ในตู้เย็นก่อน
4. ทำครีมชีสแบบง่ายๆ นำหม้อขี้นตั้งไฟอ่อนๆ ใส่ครีมชีสลงไปตามด้วยน้ำตาลทราย ครีมโอรีโอ้
5. ผสมนมสดจืดกับเจลาตินด้วยกัน ก่อนเทลงหม้อครีมชีส คนให้เข้ากัน รอจนส่วนผสมเดือดปุด ยกลง
6. เทครีมชีสใส่ในฐานบิสกิต ร่อนผงโอรีโอ้ที่แยกไว้โรยให้ทั่วหน้าชีสเค้ก แช่ตู้เย็นประมาณ 4 ชั่วโมง
7. นำออกมาแต่งหน้า รับประทานกับวิปครีม โอรีโอ้ทั้งชิ้นหรือสตรอว์เบอร์รี่สดก็อร่อยเลิศค่ะ

ขอบคุณสูตรจาก : Tasty


มัจฉะชาเขียวไอศกรีมชีสพาย

ชาวชาเขียวเลิฟเว่อร์ต้องปลื้มเมนูนี้แน่ค่ะ เพราะเป็นเมนูไอศกรีมชีสพายที่มีทั้งชาเขียวมัทฉะ ครีมชีส และถั่วแดงกวน รวมดาวแห่งความเข้ากัน ญี่ปุ่นนิดๆ ยุโรปหน่อยๆ อร่อยเหาะไปเลย อาจจะใช้เวลาในการทำนานแต่ถ้าโดนใจก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อยเลยนะคะ

เมนูชีสเค้ก
ภาพจาก PIMMY TASTY

ส่วนผสมฐานพาย

  • แคร็กเกอร์ 160 กรัม
  • เนยละลาย 70กรัม

    ส่วนผสมชั้นถั่วแดง

  • ถั่วแดงกวน 350 กรัม

ส่วนผสมชั้นครีมชีส

  • ครีมชีส 250 กรัม
  • นมข้นหวาน 2/3 ถ้วย
  • น้ำเลมอน 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
  • วิปปิ้งครีมแท้ 250 กรัม

ส่วนผสมชั้นชาเขียว

  • วิปปิ้งครีมแท้ 200 กรัม
  • ไวท์ช็อกโกแลต 150 กรัม
  • ผงชาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงเจลาติน 2 ช้อนชา
  • น้ำเย็น 3 ช้อนโต๊ะ

1. บดแคร็กเกอร์ให้เรียบร้อยก่อนเป็นอันดับแรกเช่นเคยค่ะ ผสมเนยละลายลงไปให้เป็นเนื้อเดียวกัน
2. นำไปกรุลงพิมพ์เค้กที่เตรียมไว้ ใช้ก้นแก้วกดให้แน่น นำไปแช่ฟรีซจนเซ็ตตัว
3. ใส่ถั่วแดงกวนลงไป 1 ชั้นเกลี่ยให้ทั่วพิมพ์เสมอกันค่ะแล้วนำไปแช่ฟรีซอีกครั้งจนเซ็ตตัว
4. มาที่ครีมชีสกันบ้าง ใช้ครีมชีสอุณหภูมิห้อง เติมครีมเทียมข้นหวาน ใช้เครื่องตีให้เข้ากันเนียนดีแล้วเติมน้ำเลมอน กลิ่นวานิลลาลงไปค่ะ
5. กรอง 1 รอบเพื่อความเนียนของเนื้อเค้ก
6. ตีวิปปิ้งครีมให้ตั้งยอดอ่อน ขึ้นฟูก่อนนำลงไปผสมกับครีมชีส ตะล่อมส่วนผสมอย่างเบามือ ค่อยๆ ใส่ทีละส่วนก็ได้นะคะ
7. เทครีมชีสที่ได้ลงไปบนชั้นถั่วแดงกวนที่เราเอาไปใช่ตู้เย็นไว้ เคาะๆ หน่อยให้เรียบเนียนแรพแล้วนำไปฟรีซประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ
8. สุดท้ายชั้นชาเขียวใส่เจลาตินผง ผสมน้ำเย็นคนแล้วพักไว้
9. นำวิปปิ้งครีมแท้แบบไม่หวานไปอุ่นในไมโครเวฟ นำออกมาใส่ไวท์ช็อกโกแลตใส่อ่างผสมคนจนส่วนผสมละลายดี
10. ใส่ผงชาเขียวมัทฉะลงไปคนให้เข้ากัน ตามด้วยเจลาตินที่ละลายน้ำไว้ คนให้ทั้งหมดเข้ากัน
11. นำชีสเค้กออกมา ราดหน้าชาเขียวลงไปให้ทั่ว แรพพลาสติก แช่ช่องฟรีทิ้งไว้ข้ามคืนได้เลย
12. เมื่อได้ที่แล้ว นำออกมาโรยผงชาเขียวให้ทั่วหน้าเค้ก เท่านี้เราก็จะได้มัทฉะชาเขียว ไอศกรีมชีสพายเย็นๆ อร่อยๆ มารับประทานกันทั้งบ้านแล้ว

ขอบคุณสูตรจาก : PIMMY TASTY


ชีสเค้กราสเบอร์รี่ลิ้นจี่

ชีสเค้กเปรี้ยวอมหวาน สีสันสดใส หน้าตาน่ารับประทาน ทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ในเมนูชีสเค้กราสเบอร์รี่ลิ้นจี่ เป็นอีกหนึ่งเมนูชีสเค้กหน้าผลไม้หอมหวานที่เข้ากันได้อย่างลงตัว สำหรับใครที่คิดว่าเจ้าลิ้นจี่กับราสเบอร์รี่จะไปกันได้ดีขนาดไหน แบบนี้ต้องลองทำและชิมด้วยตัวเอง ถึงจะชัวร์ค่ะ

เมนูชีสเค้ก
ภาพจาก PHOLFOODMAFIA

ส่วนผสมฐาน

  • ไดเจสทีฟบิสกิต 120 กรัม
  • เนย 45 กรัม

ส่วนผสมเนื้อชีสเค้ก

  • เนื้อลิ้นจี่ 120 กรัม
  • แยมราสเบอร์รี่ 60 กรัม
  • ครีมชีส 250 กรัม
  • น้ำตาลทราย 70 กรัม
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ครีม 120 กรัม
  • เจลาติน 3 แผ่น
  • สีแดง 3 หยด

ส่วนผสมหน้า

  • เนื้อลิ้นจี่ 80 กรัม
  • แยมราสเบอร์รี่ 20 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 2 ช้อนชา
  • สีแดง 2 หยด
  • ราสเบอร์รี่และใบสะระแหน่สด สำหรับแต่งหน้า

วิธีทำ

1. ปั่นบิสกิตให้ละเอียดเหมือนเม็ดทรายเสียก่อนค่ะ จากนั้นผสมเนยละลาย แล้วนำไปกรุพิมพ์ให้แน่นจนเรียบร้อย
2. ปั่นเนื้อลิ้นจี่กับแยมราสเบอร์รี่ให้ละเอียดเข้ากันดี จากนั้นกรองให้ได้เนื้อที่เนียนขึ้นค่ะ
3. นำเจลาตินมาแช่น้ำเย็นเพื่อให้อ่อนนุ่ม
4. ตีวิปครีมให้เนื้อแน่นขึ้นเป็นยอดอ่อน
5. นำลิ้นจี่ราสเบอร์รี่ที่ปั่นไว้ส่วนหนึ่งไปตั้งไฟ
6. ตีครีมชีสกับน้ำตาลทรายให้เนื้อเนียนดี
7. ใส่แผ่นเจลาตินลงไปในส่วนผสมที่ตั้งไฟอยู่ แล้วนำกลับมาผสมลิ้นจี่ราสเบอร์รี่ที่เหลือไม่ได้ตั้งไฟ
8. ใส่ส่วนผสมลงไปในครีมชีสคนๆ แล้วใส่วิปครีมค่อยๆ ตะล่อมให้เข้ากัน ใส่สีผสมอาหารเล็กน้อยตะล่อมจนเข้ากัน
9. ตักส่วนผสมใส่ถุงบีบ บีบลงไปในพิมพ์จนเกือบเต็มแล้วนำกลับไปแช่ตู้เย็น
10. ทำซอสราดหน้ากัน เหมือนเดิมปั่นเนื้อลิ้นจี่กับราสเบอร์รี่แล้วกรองค่ะ ผสมแป้งข้าวโพด สีผสมอาหารลงไป นำขึ้นตั้งไฟ
11. เมื่อได้ที่ ซอสราดจะเหนียวขึ้น นำมาราดชีสเค้กตอนอุ่นๆ จะได้ไม่เหนียวเกินไป เกลี่ยให้กระจายตัว
12. แต่งหน้าด้วยลิ้นจี่สด ราสเบอร์รี่สด ใบสะระแหน่เล็กน้อย นำออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟสวยงามน่ารักค่ะ

ขอบคุณสูตรจาก : PHOLFOODMAFIA


เลมอนชีสพาย

ใครที่อยากกินขนมชีสเค้กอร่อยๆ แต่ว่ากลัวเลี่ยนจนเกินไป คราวนี้นำเสนอเมนูตัดเลี่ยนอย่างเลมอนชีสพายค่ะ ความเปรี้ยวและหอมของน้ำรวมทั้งผิวเลมอน จะทำให้ชีสเค้กของเราหอมสดชื่นและมีรสเปรี้ยวนิดๆ ตัดความเลี่ยนกินได้เรื่อยๆ เพลินกันไปเลยจ้า

เมนูชีสเค้ก
ภาพจาก FoodTravelTVChannel

ส่วนผสม

  • ครีมชีส 300 กรัม
  • เนย 200 กรัม
  • ผิวเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม
  • นมสด 50 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • แคร็กเกอร์ 150 กรัม
  • เนย 50 กรัม
  • น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
  • ผิวเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ
  • สีผสมอาหารสีเหลือง
  • เจลาติน 4 แผ่น
  • น้ำเลมอน 50 กรัม

วิธีทำ

1. เหมือนเดิมค่ะ เราบดฐานแคร็กเกอร์ให้ละเอียดดีเสียก่อน แล้วผสมกับเนยจืดละลายคลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. กรุฐานบิสกิตให้แน่นพิมพ์วงแหวน เอาไปแช่เย็นให้เซ็ตตัวค่ะ
3. ทำครีมชีสกัน ผสมครีมชีส เนย ผิวเลม่อน น้ำตาลไอซิ่ง นมสด และกลิ่นวานิลลาเข้าด้วยกัน
4. ใช้พายยางคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบบีบลงไปจนเกือบเต็มพิมพ์ค่ะ แล้วพักในตู้เย็น
5. ทำชั้นสุดท้ายกันค่ะ แช่เจลาตินแผ่นไว้ในน้ำเย็น ระหว่างนั้นทำน้ำราดใส่น้ำ และน้ำตาลตั้งไฟจนน้ำตาลละลายก็เอาลงพักไว้
6. นำเจลาตินแผ่นบีบน้ำออก แล้วใส่ลงไปในส่วนผสม ตามด้วยน้ำเลมอน ผิวเลมอน
7. หยดสีเหลืองลงไปเล็กน้อย เพิ่มสีสัน เท่านี้ก็ได้น้ำเชื่อมเลมอนแล้วค่ะ
8. นำน้ำเชื่อมเลมอนมาราดลงบนตัวขนม แล้วเอาไปพักในตู้เย็น เมื่อได้ที่แล้ว ตกแต่งด้วยเลมอนหั่นซีก วิปครีม ใบสะระแหน่ตามชอบ จัดจานให้สวยงามก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

ขอบคุณสูตรจาก : FoodTravelTVChannel


เห็นไหมคะว่าทำง่าย ไม่ง้อเตาอบเลยสักนิด ถ้าใครมีเครื่องตีก็ทุ่นแรงในการตีครีมชีสและวิปครีมลงไปได้เยอะ แต่ถ้าใครที่ไม่มีก็ไม่ต้องเป็นกังวลค่ะ สิ่งที่จำเป็นสำหรับคุณคือ ตะกร้อมือ แรงกายและความอดทน ตีวนไปจนกว่าจะได้ที่ เท่านี้ก็ใช้ได้เหมือนกันแล้วนะ สำหรับใครที่ชอบเมนูขนมชีสแบบนี้ อย่าลืม แกะสูตร ชีสทาร์ต โฮมเมดแบบญี่ปุ่นที่คุณก็ทำเองได้ ไม่ต้องต่อคิว! และสายขนมไม่ใช้เตาอบต้องนี่เลยค่ะ เบเกอรี่ไมโครเวฟ ไม่ง้อเตาอบ อร่อยทำได้ง่ายติ๊ง! เดียว เห็นไหมว่าถ้าเราอยากทำขนมจริงๆ ถึงไม่มีเตาอบก็ทำได้นะคะ และสาวกชีสพลาดไม่ได้ สาวกชีสควรรู้! ชีสมีกี่ประเภท กินกับอะไรถึงจะอร่อย ปิดท้ายแถมด้วยเมนูของคาว กุ้งอบชีส เมนูหรูหราสุดอลังการที่ทำง่ายแบบแกะกุ้งเข้าปาก


avatar
by *muiyoo*
ต้องเป็นเพราะชื่อหมุยยู้ แปลว่าสิ่งที่สวยงามแน่ๆ เลยได้มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม แฟชั่น สุขภาพ เครื่องสำอาง ทำอาหาร เข้าทางทุกอย่าง ใครชอบสาระดีๆ แทรกคารมขบขันประสาชะนีบ้าๆ บอๆ ก็ขอให้มิตรรักแฟนเพลงติดตามกันไปนานๆ เนอะ^^

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon