เราชื่อ เดอะค็อบ สาวกหงส์แดง ลิเวอร์พูล (Liverpool)

posted: 2 years ago
เราชื่อ เดอะค็อบ สาวกหงส์แดง ลิเวอร์พูล (Liverpool)

comments

สนาม แอนฟีลด์ ในเมือง เมอซีย์ไซด์ (Anfield, Merseyside)

ผู้จัดการทีม เยอร์เก้น คล็อป (Jürgen Klopp)

ก่อตั้ง 3 มิถุนายน 1892 (124 ปี)

เว็บไซต์ทางการ : http://www.liverpoolfc.com/welcome-to-liverpool-fc

Facebook : https://www.facebook.com/LiverpoolFC/

เว็บไซต์ทางการไทย : http://thailand.liverpoolfc.com/

Facebook ไทย : https://www.facebook.com/LiverpoolThailand/

หลังจากที่เราพึ่งพูดถึงจุดกำเนิดปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด rabbit daily ก็ไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าเราชอบสโมสรไหนเป็นพิเศษ เมื่อมีผีแดงแมนยู ก็ต้องมีหงส์แดงลิเวอร์พูล เป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร ใครที่เป็นเดอะค็อบตัวจริง หรือเป็นเดอะค็อบหน้าใหม่ ก็ลองดูไปพร้อมๆ กันเลยว่าประวัติศาสตร์กว่า 124 ปีของยอดสโมสรจากเมอซีย์ไซด์นี้ มีที่มาอย่างไร


“When you walk through a storm, hold your head up high

And don’t be afraid of the dark

At the end of the storm, there’s a golden sky

And the sweet, silver song of a lark”

“เมื่อนายต้องเดินท่ามกลางพายุ แอ่นอกยืดหัวให้สูงเข้าไว้

อย่าได้หวาดกลัวต่อความมืด

ที่ปลายทางของพายุ จะมีท้องฟ้าสีทองอำพัน

และเสียงเพลงเลอค่าของนกลาร์ค”

ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง You’ll never walk alone

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thekop.in.th/ และ https://en.wikipedia.org/wiki/Liverpool_F.C.


จุดเริ่มต้นของตำนานหงส์แดง

เริ่มต้นในปี 1892 หลังจากความขัดแย้งระหว่างสมาคมฟุตบอล Everton กับนายจอห์น ฮาวด์ดิ้ง (John Houlding) ประธานสโมสรและเจ้าของที่ดินสนามแอนฟีลด์ สโมสรลิเวอร์พูลจึงได้ถือกำเนิดขึ้น หลังจากที่สโมสรเอฟเวอร์ตันได้ย้ายไปอยู่ที่กูดิสัน ปาร์ค

history
ขอบคุณภาพจาก http://www.lfchistory.net/

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจากลีกเล็ก ขึ้นมาสู่ดิวิชั่นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไม่เคยชนะถ้วยใหญ่ๆ แต่ก็ได้เป็นแชมพ์ในลีกตั้งแต่ปี 1922 และ 1933 และไม่ชนะถ้วยรางวัลอะไรอีกเลยจนกระทั่งฤดูกาลช่วงปี 1946 และในเวลาไม่นาน หลังจากนั้นในปี 1965 สาวกหงส์แดงก็ได้เถลิงชัยชนะจากถ้วย FA Cup เป็นครั้งแรก ในปีถัดมาก็ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศของถ้วย ยูโรเปี้ยนคัพ แต่พ่ายแพ้ให้แก่โบรุสเซียดอร์ทมุน หลังจากนั้นเป็นเวลาร่วมสิบปี ถ้วยยุโรปถ้วยแรกก็ตกอยู่ในมือของ บ็อบ เพสลี่ย์ (Bob Paisley)ผู้จัดการทีมในปี 1977 ซึ่งในเวลาร่วม 9 ฤดูกาลยุคการบริหารทีมของบ็อบนั้น ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรที่เก็บรวดกว่า 21 ถ้วยรางวัล รวมยุโรป บอลสโมสร และถ้วย League Cups (แม้จะไม่สามารถจับถ้วย FA เลยก็ตาม) ภายในช่วงเวลาเกือบร้อยปีตั้งแต่จุดเริ่มต้นของสโมสรจนหมดยุคของบ็อบ เพสลี่ย์ สโมสรดังจากเมอซีย์ไซด์ก็กลายมาเป็นสุดยอดทีมฟุตบอลแนวหน้าของโลกแล้ว

the kop
ขอบคุณภาพจาก http://sport-hmao.ru

สนามฟุตบอลแอนฟีลด์มีที่นั่งความจุกว่า 54,074 ที่นั่ง เป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่อันดับ 6 ของอังกฤษ

โศกนาศกรรมฮิลส์โบโร่ (Hillsborough Diaster)

ความสำเร็จที่ผ่านมาของลิเวอร์พูลกลายเป็นเรื่องเล็กในช่วงโศกนาศกรรมนี้ ในรอบรองชิงชนะเลิศถ้วยเอฟเอคัพกับสโมสรน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (Nottingham Forest) วันที่ 15 เมษายน 1989 สาวกหงส์แดงร่วมร้อยชีวิตถูกบีบเข้ากับรั้วที่กั้นจนถึงแก่ความตาย เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แฟนทีมหงส์แดงจะไม่มีวันลืม และจะเป็นเรื่องที่จดจำได้ตลอดไป


The Kop never walk alone

คำว่า Kop มีที่มาตั้งแต่สมัยช่วงกลางสงครามโลกครั้งที่สอง ในช่วงที่ความสูญเสียทางฝั่งยุโรปมากมายเหลือเกิน ทหารอังกฤษร่วม 300 นายที่ประกอบด้วยพลเมืองเมอซีไซด์จำนวนมากต้องเสียชีวิตลงในยุทธภูมิเนินเขาค็อบตอนปี 1900 ผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษท่านหนึ่งจึงเสนอให้อัฒจันทน์ในแอนฟีลด์มีชื่อว่าสปิออนค็อบบ์ (Spion Kop) ซึ่งสาวกหงส์แดงใช้เรียกชื่อตัวเองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เพลง You’ll never walk alone เป็นที่มาของคำขวัญประจำใจแฟนบอล เป็นเพลงของศิลปินอังกฤษ Rodgers and Hammerstein ที่แฟนๆ ร้องกันในสนามมาตั้งแต่ช่วงปี 1960 มาจนถึงปัจจุบัน

แอนฟีลด์
ขอบคุณภาพจาก https://upload.wikimedia.org/

ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของยอดสโมสรลิเวอร์พูล มีเรื่องราวมากมาย และหนึ่งในนั้นคงต้องเป็นชื่อ เดอะค็อบ และเพลง You’ll never walk alone อย่างแน่นอน แต่ไม่ว่าอย่างไรแฟนคลับหงส์แดงจะไม่มีวันเดินคนเดียวอย่างแน่นอน เพราะความแน่นแฟ้นในสายเลือดที่สืบทอดอย่างยาวนานนั้นมากมายเหลือเกิน


ตำนานของลิเวอร์พูลที่แฟนหงส์แดงต้องรู้จัก

  • Ray Clemence ผู้รักษาประตู 1967-1981
  • Kenny Dalqlish ศูนย์หน้า 1977-1991 (เป็นผู้จัดการทีมด้วย)
  • Ian Rush ศูนย์หน้า 1980-1996 (ผู้ทำประตูมากที่สุดตลอดกาลของสโมสร)
  • John Barnes มิดฟีลด์ฝั่งซ้าย 1987-1997
  • Robbie Fowler ศูนย์หน้า 1992-2007
  • Steven Gerrard มิดฟีลด์ 1977-2015

เคนนี่ ดัล์กลิชเคยคุมลิเวอร์พูลสองครั้ง ตั้งแต่ตอน 1985 ระหว่างที่เป็นกัปตันทีม และ 2011 จากการปลดสายฟ้าแล่บของ Roy Hodgson

Legendary kenny
ตำนานคิงเคนนี่ เบอร์ 7 ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ ขอบคุณภาพจาก https://2.bp.blogspot.com/

เพียงนักเตะอย่างเดียวก็ไม่อาจทำให้สโมสรประสบความสำเร็จได้ นอกจากแฟนๆ และการตัดสินใจของการบริหารจัดการแล้ว ผู้จัดการ โค้ชที่ดูแลเรื่องแผนการเล่นและการดูแลนักเตะก็มีส่วนสำคัญในตำนานของลิเวอร์พูลอย่างมาก

ผู้จัดการทีมที่พาสโมสรประสบความสำเร็จ

William Edward Barclay และ John McKenna เป็นผู้จัดการทีมบุกเบิกของลิเวอร์พูล โดยใช้ระบบผู้จัดการทีมคู่กัน คุมทีมตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ 1892 จนถึง 16 สิงหาคม 1896

Bill Shankly กุนซือชาวสก๊อตแลนด์คุมทีมตั้งแต่ 1 ธันวาคม 1959 จนถึง 12 กรกฎาคม 1974 ตลอดระยะเวลาร่วม 14 ปี ได้คว้าถ้วยชัยชนะกว่า 11 รางวัล เป็นรากฐานให้กับสโมสรอย่างแท้จริง

Bob Paisley คุมทีมหลังจากบิล แช็งลี่ย์ ตลอดช่วง 1974 จนถึง 1 กรกฎาคม 1983 ด้วยเวลาเพียงเก้าปี เขาพานักเตะและเดอะค็อบเก็บชัยชนะกว่า 19 รายการ เป็นยุคทองของสโมสรลิเวอร์พูล

Kenny Dalglish กัปตันทีม และผู้จัดการทีมสองสมัย คุมครั้งแรก 30 พฤษภาคม 1985 จนถึง 21 กุมภาพันธ์ 1991 คว้าชัยชนะร่วม 9 รางวัล และการคุมครั้งที่สอง 8 มกราคม 2011 ถึง 16 พฤษภาคม 2012 ด้วยเวลาเพียงหนึ่งฤดูกาล ได้หนึ่งรางวัล

1986-1987 ลิเวอร์พูล
รูปทีมฤดูกาล 1986-1987 ปีที่ได้แชมป์  2 สมัยครั้งแรก

สำหรับวัยรุ่นอย่างนักเขียน ก็ได้มาเจอการคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซ (Rafael Benitez) กุนซือสัญชาติสเปนตั้งแต่เริ่มดูบอลเก็บได้ 4 รางวัล ในระยะเวลา 6 ปี แม้ว่าจะไม่ได้มีบทบาทชัดเจนเหมือนกับรายชื่อข้างบน แต่ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่อยู่คู่ลิเวอร์พูลในสมัยที่สโมสรอื่นๆ รุ่งเรือง ปัจจุบันเพิ่งรับ เยอร์เก้น คล็อบ (Jürgen Klopp) ผู้จัดการทีมเยอรมันจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุน มาควบคุมทีม รอดูกันต่อไปนะเดอะค็อบ ว่าจะเป็นยังไงต่อไป


นันทนาการชาวหงส์แดง

เพื่อนๆเด็กหงส์หรือใครที่ชื่นชอบฟุตบอลอังกฤษเป็นชีวิตจิตใจ เรามีร้านมาแนะนำให้ดูกัน อาหารอร่อยๆ เบียร์เย็นๆ ดูสโมสรที่เรารักผ่านจอทีวีกับเพื่อนสักสองสามคน ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ

Mulligan’s irish bar Sukhumvit 11

เมื่อพูดถึงมัลลิแกน เราก็คงจะคิดถึงร้านเหล้าสัญชาติไอริชประจำถนนข้าวสาร แต่จริงๆ มัลลิแกนมีสาขานอกจากที่ถนนฝรั่งเดินด้วยนะ สุขุมวิทย์ 11 มีไอริชบาร์บรรยากาศอบอุ่น ติดดินง่ายๆ แบบชาวอังกฤษพื้นเมือง บวกด้วยการตกแต่งร้านทะมึนๆ แสงสีเรียบง่ายแต่สะดุดตาทำให้เหมาะแก่ลุ้นเชียร์บอลกับเพื่อนอย่างมาก


The Londoner Brew Pub Sukhumvit 33

คอบอลกับคอเบียร์มักจะยืนอยู่ไม่ห่างกันมากเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะในผับอังกฤษแห่งนี้ เบียร์คราฟท์พิเศษจากประเทศอังกฤษกับอาหารแบบอังกฤษแท้ๆ แม้จะไม่โดนเท่าอาหารไทยแซ่บๆ แต่ก็เป็นเปลี่ยนบรรยากาศได้ดี ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเชียร์สโมสรของเราอยู่ที่ลอนดอนยังไงยังงั้น และที่สำคัญ ความบริติชจะออกมาได้มากน้อยแค่ไหนมันก็อยู่ที่เพลงร็อคที่จะได้ฟังที่นี่นี่แหล่ะ


รู้ไหม? อะไรที่ทำให้ แท่ง ศักสิทธิ์ นานา ไรบีนา แดเนียล เคร็ก กับ เลอบรอน เจมส์ มีเหมือนกัน? คำตอบก็คือเลือดหงส์แดงลิเวอร์พูลจ้า และยังมีดาราดังอีกมากมายที่เป็นเดอะค็อบเหมือนๆกั บคุณ

ก่อนจบบทความสำหรับสาวกหงส์แดง ยอดสโมสรฟุตบอลอังกฤษลิเวอร์พูลกันไป ขอทิ้งท้ายร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีเลือดเดอะค็อบไหลเวียนอยู่ในร่างกายเต็มเปี่ยมทุกอณู มีร้านอาหารจีนแต้จิ๋วโบราณร้านหนึ่งตั้งอยู่ระหว่างถนนจันทร์ 19 และ 21 ที่นอกจากอาหารจะอร่อย ราคาไม่แพง ยังมีของสะสมเกี่ยวกับสโมสรลิเวอร์พูลอยู่เนืองแน่น ราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์เดอะค็อบไทยซะจริงๆ ลองแวะไปทาน Liverpool อาหารแต้จิ๋ว กันดูนะครับ



avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon