เริ่มเล่นหุ้นพื้นฐาน [Stock102]

posted: 2 years ago
1,057 views
เริ่มเล่นหุ้นพื้นฐาน [Stock102]

comments

หลังจากที่เราคุยกันเรื่องวิธีการเปิดบัญชีต่างๆ กันไปแล้วใน เริ่มเล่นหุ้นพื้นฐาน [Stock 101] เพราะถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานมากๆ ถ้าเราไม่เปิดบัญชีเราก็จะไม่สามารถซื้อขายหุ้นได้ แต่อย่างที่เรารู้กันว่า “ตลาดหุ้น” ไม่ใช่สถานที่ที่เราจะทำกำไรได้อย่างง่ายดายอย่างแน่นอน เพราะมีเพียง 5% ในตลาดหุ้นเท่านั้นที่จะได้กำไรอย่างมหาศาลในตลาดหุ้นในระยะยาว ที่เหลือจะเป็นคนที่ขาดทุนหรือก็กำไรไม่มากสักเท่าไหร่



เรามาดูกันดีกว่าสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มเล่นหุ้นนั้น มีอะไรที่เราควรรู้และเข้าใจกันบ้าง ก่อนอื่นเลยเราต้องรู้ก่อนว่า “หุ้น” หรือบริษัทที่เราเลือกลงทุนนั้นมีลักษณะนิสัยอย่างไร ถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ก่อนที่จะเลือกเข้าลงทุนหุ้นสักตัว เพราะหุ้นแต่ละตัวมีลักษณะนิสัย มีธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน โดยหลักๆ แล้วเราแบ่งเป็นหุ้นออกได้ 7 ประเภท

เริ่มเล่นหุ้นพื้นฐาน02-02

1. หุ้น Blue Chip

จะเป็นบริษัทกิจการขนาดใหญ่ มีฐานะการเงินที่ดี ผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญต้องมีการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอเช่นกัน ตัวอย่างของหุ้นก็คือ PTT หรือที่เราคุ้นชื่อว่า ปตท. หรือแม้แต่หุ้นที่ชื่อ SCC หรือ SCG ที่เราเรียกกันนั่นเอง (ส่วนตัวตอนแรกก็สับสนเหมือนกันว่าทำไม SCG หุ้นถึงชื่อ SCC) รวมไปถึงธนาคารขนาดใหญ่ก็เป็นหุ้น Blue Chip เรียกได้ว่าจะมีแต่หุ้นที่เราคุ้นๆ ชื่อทั้งนั้น

2. หุ้น Value Stock

จะมีต้องเป็นหุ้นที่มีลักษณะคล้ายหุ้น Blue Chip เลยแต่จะต่างกันตรงที่ว่าไม่ต้องเป็นหุ้นขนาดใหญ่และราคายังต้องต่ำกว่ามูลค่าอยู่ ซึ่งเราสามารถดูได้จาก หุ้นที่มี P/E ต่ำ หรือ P/BV ต่ำ นั่นเอง (P/E กับ P/BV สำคัญอย่างไรไว้จะมาคุยกันในบทความต่อๆ ไป)

3. หุ้น Growth Stock

หุ้นประเภทนี้ก็ดูได้ตามชื่อเลย จะต้องเป็นหุ้นที่มีอัตราการเติบโต (Growth) ที่สูงมาก เติบโตทั้งยอดขายและผลกำไร แต่ในบางกรณีอาจจะมีกำไรไม่เยอะเพราะบริษัทอยู่ในช่วงเติบโตอาจจะมีการกันกำไรไปลงทุนต่อเช่นกัน ทำให้เงินปันผลจะค่อนข้างต่ำ (แต่เราจะได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาหรือ Capital Gain แทน)
ที่สำคัญตลาดที่รองรับธุรกิจจะต้องยังเป็นตลาดที่ยังไม่อิ่มตัว ยังสามารถเติบโตสนับสนุนกันได้ แต่หุ้นประเภทนี้พบว่าจะตรงข้ามกับ หุ้น Value Stock ตรงที่ หุ้นประเภทนี้จะมี P/E และ P/BV ที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับหุ้นประเภทเดียวกัน

4. หุ้น Cyclical Stock (หุ้นวัฎจักร)

เราจะดูหุ้นตัวนี้ง่ายมากๆ ก็คือ หุ้นตัวนี้จะมีราคาขึ้นและลงเป็นรอบๆ ตามราคาสินค้าและวัตถุดิบต่างๆ เช่น ราคาน้ำมัน ราคาพืชผล ต้นทุนการเดินเรือ ฯลฯ เมื่อเรารู้ว่าหุ้นตัวไหนเป็นหุ้นวัฎจักร เราก็จะสามารถขายเมื่อบริษัทนั้นมีกำไรสูงและซื้อเมื่อบริษัทมีกำไรต่ำได้ ซึ่งจะขัดกับความเข้าใจพื้นฐานของเรา แต่ข้อควรระวังก็คือเราต้องดูในดีว่าวัฎจักรแต่ละรอบมีระยะเวลาเท่าไหร่ ที่สำคัญแต่ละอุตสาหกรรมก็มีระยะเวลาที่ไม่เท่ากัน

เริ่มเล่นหุ้นพื้นฐาน02-03

5. หุ้น Defensive Stock

หุ้นประเภทนี้จะเป็นหุ้นที่ไม่สนใจสภาพแวดล้อมเท่าไหร่ ไม่ว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ ราคาก็จะไม่ขยับขึ้นหรือลงสักเท่าไหร่ หุ้นที่น่าเข้าข่ายก็จะเป็นหุ้นสาธารณูปโภค พวกน้ำประปา ไฟฟ้า หุ้นที่น่าสนใจก็จะมี RATCH และ EGCO เป็นโรงไฟฟ้า ข้อดีก็คือเราสามารถลงทุนหุ้นประเภทนี้ได้ในกรณีที่เรามองว่าเศรษฐกิจมีความผันผวนสูง

6. หุ้น Income Stock

ป็นหุ้นทีมีการ “จ่ายเงินปันผล” ออกจากกิจการสูง หุ้นที่เด็ดๆก็มี INTUCH ADVANC หุ้น 2 ตัวนี้ถือว่าเป็น Income Stock ที่โดดเด่นมาโดยตลอด แต่ข้อควรระวังก็คือการจ่ายปันผลบางครั้งบริษัทที่จ่ายปันผลออกมาเยอะอาจจะเป็นการบีบปันผลออกมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่างก็มีให้เห็นในตลาดมาโดยตลอด ไม่ได้จ่ายเพราะพื้นฐานของธุรกิจ

7. หุ้น Speculative Stock

เรียกว่าหุ้นเก็งกำไร ส่วนใหญ่ราคาจะมาพร้อมข่าวเสมอ เน้นทำกำไรเร็ว จะมีสภาพคล่องที่สูงกว่าหุ้นประเภทอื่นๆ ตัวอย่างเช่น JAS ในช่วงที่ผ่านมาที่มีข่าวต่างๆ ออกมามากมายทำให้ราคาหุ้นลงอย่างรวดเร็ว และก็ขึ้นอย่างรวดเร็วได้เลย เหมาะสมกับคนที่เน้นความเร็วแต่รับความเสี่ยงได้สูงมาก ส่วนตัวจึงไม่แนะนำให้เล่นหุ้นประเภทนี้สักเท่าไหร่


เมื่อเรารู้จักประเภทต่างๆของหุ้นแล้ว จากนั้นเราก็มา “สำรวจตัวเรา” ว่าเราเหมาะกับการเล่นหุ้นประเภทไหน ถ้ารับคว่ามเสี่ยงได้น้อย แต่ต้องการปันผล หุ้นที่น่าสนก็จะเป็นหุ้นประเภท Defensive Stock และ Income Stock เราก็เข้าไปเลือกดูว่าหุ้นตัวไหนบ้างที่เราต้องการ หรือถ้าใครรับความเสี่ยงได้สูงก็อาจจจะดูประเภท Growth Stock หรือ Speculative Stock ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ในบทความหน้าเราจะมาคุยกันเรื่องเครื่องมือในการลงทุนกันต่อนะครับ


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon