เริ่มเล่นหุ้นพื้นฐาน [Stock105]

posted: 1 year ago
เริ่มเล่นหุ้นพื้นฐาน [Stock105]

comments

ทีนี้เราก็มาถึงขั้นตอนการเริ่มเล่นหุ้นขั้นสุดท้ายกันแล้ว หลังจากที่เรารู้ว่าเล่นอย่างไรได้บ้างทั้ง การวิเคราะห์แบบ “พื้นฐาน” และการวิเคราะห์แบบ “เทคนิค” ในเบื้องต้น รวมไปถึงวิธีการเปิดบัญชีต่างๆ ด้วย แต่เมื่อเราต้องการเทรดหุ้นจริงอย่าลืมว่าการเปิดบัญชีเล่นหุ้นของเรานั้น คงไม่มีใครมาเปิดให้บริการเราแบบฟรีๆ อย่างแน่นอน นั่นหมายความว่ามีปัจจัยเรื่อง “ค่าธรรมเนียม” เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง เรามาดูกันดีกว่าการซื้อขายหุ้นในแต่ละที่มี “ค่าธรรมเนียม” อะไรกันบ้าง



1. ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายที่จ่ายให้กับโบรกเกอร์

โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี
– ถ้าเราซื้อขายเองผ่านระบบอินเตอร์เน็ตหรือโปรแกรม Streamimg เสียประมาณ 0.18% (มีบวกลบนิดหน่อยขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์) ของมูลค่าซื้อขาย
 – แต่ถ้าเราโทรไปให้ผู้ดูแลบัญชีเรา (Marketing) ซื้อขายให้เราจะเสียที่ 0.25% ของมูลค่าซื้อขาย

สำหรับบางโบรกเกอร์อาจจะมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำเช่น 50 บาทต่อหนึ่งวัน ไม่ว่าเราเทรดเท่าไหร่ก็ต้องเสีย 50 บาทเป็นอย่างน้อย ดังนั้นจึงแนะนำว่าให้เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ไม่มีขั้นต่ำน่าจะเหมาะกว่าสำหรับคนเริ่มต้นหรือถ้าพอเราพอร์ตเริ่มใหญ่ “ค่าธรรมเนียม” ตรงนี้เราสามารถต่อรองได้ ในทางปฏิบัติแล้วไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องเสียค่าธรรมเนียมเท่ากัน

2. ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เราจ่ายให้กับทางตลาดหลักทรัพย์

ข้อนี้ไม่ต้องห่วง เพราะเก็บในสัดส่วนที่น้อยมากๆ และถือว่าเป็นค่าธรรมเนียมที่ทำให้เงินของเราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

– ค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ SET Trading Fee : 0.005%
– ค่าธรรมเนียมการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ TSD Clearing Fee : 0.001%
– ค่าธรรมเนียมในการกำกับดูแล Regulatory Fee : 0.0018%

u0e40u0e23u0e34u0e48u0e21u0e40u0e25u0e48u0e19u0e2bu0e38u0e49u0e19u0e1eu0e37u0e49u0e19u0e10u0e32u0e1905_02

3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

หลังจากที่เราคำนวนภาษีในข้อ 1 และ 2 แล้ว ค่าธรรมเนียมที่เราเสียรวมทั้งหมดจริงๆ จะต้อง บวกไปอีก 7% ของค่าธรรมเนียมทั้งหมดด้วย เช่นถ้าเราซื้อขายเองเสียค่าธรรมเนียม 0.18% แล้วนำไปรวมกับค่าธรรมเนียมในข้อ 2 จะเท่ากับ 0.18% + 0.0078% จะเท่ากับ 0.1878%  และสุดท้ายเราก็นำมาเพิ่มไปอีก 7% ของค่าธรรมเนียมที่เราเสีย ดังนั้นจะเท่ากับค่าธรรมเนียมทั้งหมด 0.200947% ต่อหนึ่งการซื้อนั่นเอง
ค่าธรรมเนียมจึงเป็นอะไรที่เราไม่สามารถมองข้ามได้เลย การที่มีค่าธรรมเนียมทำให้ต้นทุนการซื้อหุ้นของเราสูงขึ้นอย่างน้อยๆ ก็ 0.2% นั่นคือต้นทุนที่เราต้องทำกำไรให้ได้อย่างน้อยต่อการเทรดหนึ่งครั้งนั้นเอง (จริงๆแล้วต้องเสียทั้งค่าธรรมเนียมซื้อและขาย ทำให้ต้นทุนในการลงทุนจริงเท่ากับ 0.4%)
สุดท้ายคำแนะนำสำหรับนักลงทุนมือใหม่ทุกคนก็คือ “ห้ามใจร้อน”  ระลึกไว้เสมอว่าตลาดหุ้นยังเปิดไปอีกนานไม่ต้องรีบ ไม่ต้องร้อน อย่าลืมสัดส่วนที่ว่ามีเพียง 5% ในตลาดหุ้นเท่านั้นที่ได้กำไรจากการลงทุนจริงๆ ดังนั้นตลาดหุ้นไม่ได้ง่ายแบบที่เราคิดแน่นอน

แนะนำว่าไปใช้พอร์ตจำลองกับ “Click2win” ลองเล่นดูก่อนลองค้นหาให้อากู๋กูเกิ้ลดูก็เจอ Click2win จะเป็นพอร์ตจำลองที่ให้เราลองเล่นหุ้นได้แบบเสมือนจริงโดยมีเงินลงทุนให้เราเริ่มต้นที่ 5,000,000 บาท ซึ่งอย่างน้อยเราควรทำกำไรให้ได้ในการเทรดจำลอง เพื่อทดลองว่าเราเหมาะกับการเล่นหุ้นหรือไม่ ระบบที่เราคิดดีจริงๆ หรือไม่ ทำกำไรได้จริงหรือเปล่า?



เพราะเวลาเล่นหุ้นจริงๆ จะมีเรื่องอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ เข้ามาเยอะพอสมควร เพราะเป็นเงินเราจริงๆ กำไรจริงๆ ขาดทุนจริงๆ จะทำให้การซื้อขายต้องคิดมากขึ้นพอสมควรแล้วโอกาสพลาดจะสูงขึ้นด้วย แล้วที่สำคัญในการเล่นหุ้นเราต้องหา “แนวทาง” ของเราให้เจอว่าเราเหมาะกับแบบไหน เพราะการเล่นหุ้นไม่มีคำว่าถูกหรือผิด มีแต่คำว่า “กำไร” และ “ขาดทุน” เท่านั้น ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรถ้าเรากำไรแบบเราทำถูกแต่ถ้าขาดทุนก็แปลว่าผิด ง่ายแบบนั้นเลย เราอาจจะเหมาะกับสายผสมระหว่างเทคนิคและพื้นฐานก็ได้ หรืออาจจะเหมาะสมกับแบบใดแบบหนึ่งก็ได้ต้องหาไปจุดเหมาะสมของตัวเราให้เจอ

ลอง “จดบันทึกการซื้อขาย” ทุกครั้ง พร้อมเหตุผลที่ซื้อหุ้นตัวหนึ่งว่าเพราะอะไร? ถ้ากำไรเราจะทำซ้ำได้ แล้วถ้าขาดทุนเราจะได้รู้ว่าเราผิดพลาดตรงไหน จะได้ไม่ผิดซ้ำที่เก่า แล้วต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมออย่ามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำแล้วได้กำไร ณ วันนี้ วันข้างหน้าจะทำกำไรได้เหมือนเดิมต้องตรวจสอบและติดตามข่าวสารอยู่เสมอ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจเรื่องการเล่นหุ้นไม่มากก็น้อย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเล่นหุ้นขั้นพื้นฐานเท่านั้น ถ้าเรามาลงลึกในรายละเอียดของแต่ละวิธีการเล่นหุ้นจริงๆ ยังมีเรื่องราวอีกมากมายรอให้เราเข้าไปค้นหา กำไรกันทุกคนนะครับ 🙂


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon