MBA ในไทย เหมาะกับใคร เรียนแล้วได้อะไรบ้าง

posted: 1 year ago
MBA ในไทย เหมาะกับใคร เรียนแล้วได้อะไรบ้าง

comments

เมื่อพูดถึงการเรียน MBA แล้ว หลายๆ คนอาจจะพอทราบคร่าวๆ อยู่แล้วว่า เป็นหลักสูตรการเรียนเกี่ยวกับบริหารธุรกิจ แต่หลายคนยังคงมีข้อสงสัยไม่น้อย ว่าเจ้าหลักสูตรนี้ เหมาะกับใคร เรียนแล้วนำไปใช้งานอะไรได้บ้าง  ว่าแล้วก็ตามมาศึกษากันเลยดีกว่า


MBA เรียนอะไร ?

MBA เป็นตัวย่อของ Master of Business Administration หรือที่รู้จักกันดีในชื่อแบบไทยๆ ปริญญาบริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต ถือได้ว่าเป็นหลักสูตรปริญญาที่มีผู้สนใจเรียนมากที่สุดหลักสูตรหนึ่งของโลก ในฐานะที่เป็นหลักสูตรสายวิชาชีพการบริหาร

MBA เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา ถือเป็นประเทศแรกที่พัฒนาหลักสูตรดังกล่าวขึ้นมา นับตั้งแต่ช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษ ที่ 20 ในขณะที่ในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ และประเทศในภาคพื้นยุโรป หลักสูตรการศึกษาขั้นเกินกว่าปริญญาตรี (Post Graduate degree level) ในด้านการบริหาร เพิ่งจะเริ่มพัฒนาในช่วงต้นของทศวรรษ ที่ 1960

โดยโครงสร้างการเรียน MBA จะประกอบหลักๆ ไปด้วย 5 ส่วน ด้วยกัน ซึ่งเป็นเสาหลักที่สำคัญของธุรกิจ ประกอบไปด้วย

  • การเงิน (Finance)
  • การบัญชี (Accounting)
  • การจัดการการดำเนินการ (Operation Management)
  • การตลาด (Marketing)
  • การจัดสรรทรัพยากรบุคคล (HRM)

ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เรียนจะได้นำความรู้ไปใช้ไม่ว่าจะทำงานประจำ หรือประกอบธุรกิจของตัวเอง เพราะการเรียน MBA จะรวมหลักการต่างๆ ในแต่ละด้าน ทำให้มองเห็นภาพกว้างอย่างเป็นระบบ รวมทั้งสามารถวิเคราะห์และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกันได้


Hand with loudspeaker


แล้ว MBA เหมาะกับใครบ้าง ?

สำหรับหลักสูตร MBA นี้ ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบเรียนรู้ ตรงกับความต้องการของระบบธุรกิจ ที่ต้องบ่มเพาะบุคคลากรในตำแหน่งบริหาร โดยไม่จำกัดว่าอุตสาหกรรมเหล่านั้น เป็นอย่างไรหรืออยู่ในภาคธุรกิจประเภทใด อีกทั้งยังไม่จำกัดว่าบริบทของเศรษฐกิจจะเป็นเช่นใด

โดยเฉพาะคนที่ต้องการผู้นำทางธุรกิจ, การบริหารอย่างการตลาด, การเงิน, การจัดการทรัพยากรบุคคล หรือนักบัญชี  แต่สำหรับใครที่ไม่ชื่นชอบเรื่องของตัวเลขก้ต้องทำใจหน่อย เพราะวิชาการเรียนพื้นฐานของ MBA นั้น มีเรื่องของตัวเลข สถิติ เศรษฐศาสตร์ และอื่นๆ อีกมากมายเป็นพื้นฐานก่อนต่อยอดไปวิชาอื่นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เข้าใจโลกของธุรกิจได้มากขึ้น

ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์ทางด้านไหนก็ตาม หลักสูตร MBA มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่มองหาความก้าวหน้าในอาชีพของตัวเอง และเสริมเขี้ยวเล็บให้กับตนในด้านของธุรกิจ

นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาในแง่ของระบบการบริหารต่างๆ ปรับทัศนคติ และเปิดมุมมองใหม่ๆ ต่อโลกธุรกิจ ที่สำคัญ ยังช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย



MBA ไม่ได้เรียนแค่แบบเดียว

รู้หรือไม่ การเรียนในระดับ MBA นั้น ไม่ได้มีแผนการเรียนแค่แบบเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ยังสามารถแบ่งแยกออกเป็นหลายแบบ โดยแบบที่นิยมกันโดยทั่วไป มีดังนี้


Full Time 2-Year MBA : การเรียนแบบปกติ ซึ่งใช้เวลาเรียน 2 ปีเต็ม

Accelerated MBA : เป็นหลักสูตรเดียวกับหลักสูตร 2 ปี แต่มีการเรียนการสอนแบบเร่งรัด มีเวลาพักน้อย แต่เนื้อหาได้เต็มที่เหมือนกัน

Part-time MBA : หลักสูตร MBA ที่เรียนในช่วงเย็นหลังเลิกงาน และเรียนเต็มวันในช่วงวันหยุด หลักสูตรนี้ใช้เวลาเรียนนานกว่าสูตรปกติ เช่น ต้องเรียน 3 ปี เป็นต้น

Modular MBA : การเรียนแบบ part-time MBA แต่ใช้การเรียนเป็นช่วงเวลาหรือเป็น Block เช่น แต่ละ Block ใช้เวลาเรียน 1 เดือน จากนั้นหยุดพัก เพื่อรอเรียน block ต่อไป

Executive MBA (EMBA) : หลักสูตรการเรียน MBA สำหรับผู้บริหารที่ต้องการเพิ่มความรู้และวุฒิการศึกษา ใช้เวลาเรียน 2 ปี หรือน้อยกว่า ในขณะที่สามารถทำงานเต็มเวลาไปพร้อมกันด้วย


Woman surrounded by books, alarm, stressed from project deadline, study


Full Time Executive MBA : หลักสูตรการเรียนระยะสั้น เช่น 1 ปีเต็ม แต่ผู้เรียนต้องมีประสบการณ์การทำงานตามที่กำหนด เช่น 5 ปี หรือ 10 ปี

Distance Learning MBA : หลักสูตรการเรียน MBA แบบไม่ต้องเข้าชั้นเรียน สามารถเรียนผ่านจดหมาย อีเมล์ วิดีโอ หรือ online conference เป็นต้น

Blended Learning MBA : หลักสูตร MBA ที่เรียนแบบเดียวกับ Distance Learning MBA แต่เน้นการเรียน online แบบตัวต่อตัว หรือแบบเห็นหน้ากันทางระบบคอมพิวเตอร์

Dual MBA : หลักสูตรการเรียนแบบ 2 ปริญญา เช่น เมื่อเรียนจบจะได้ MBA + MS หรือ MBA + MA หลักสูตรนี้ช่วยประหยัดเงินและเวลาให้กับผู้ที่ต้องการหลายปริญญาในการเรียนครั้งเดียว เนื่องจากมีรายการวิชาที่ต้องเรียนซ้ำกัน

Mini MBA : หลักสูตร MBA ระยะสั้น เพื่อให้ได้เรียนรู้พื้นฐานของการบริหารธุรกิจ แต่เมื่อเรียนจบจะไม่ได้ปริญญา MBA


จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันมีหลักสูตร ทางเลือก สอดคล้องความต้องการ และข้อจำกัดปลีกย่อยของผู้ที่สนใจจะศึกษาหลักสูตร MBA มากมาย แน่นอนว่าคุณสามารถเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตต่างๆ นอกจากนี้ยังเอื้ออำนวยให้ผู้เรียนนั้น สามารถทำงานไป เรียนไป อย่างต่อเนื่องได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่มุมไหนของโลกก็ตาม

เช่น การเรียน MBA ออนไลน์  เหมาะสำหรับคนที่ไม่ยอมทิ้งงานประจำที่ทำอยู่ หรือต้องเดินทางตลอดเวลา แต่หลักสูตรการเรียนออนไลน์ที่เลือกนั้น ควรได้รับการรับรองคุณภาพแล้วว่าเทียบเท่ากับการเข้าชั้นเรียน MBA  (เช่น Kelley Direct Online ของ Indiana University)

หรือ การเลือกเรียน MBA ในไทย ที่มีหลักสูตรระยะเวลาที่เร่งรัด ใช้ระยะเวลาเพียง 1-2 ปี ในการเรียน ก็สามารถทำได้เช่นกัน และยังเหมาะสำหรับผู้ที่อยากจะประหยัดทุนการเรียน, ยังต้องทำงานควบคู่ไปกับการเรียน หรือไม่สามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้


Business coach.


ปัจจัยทั่วไปในการพิจารณาหลักสูตรและมหาวิทยาลัย

แน่นอนว่า นอกจากความสนใจแล้ว การเลือกมหาวิทยาลัยก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากทุกๆ มหาวิทยาลัยจะมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน รวมไปถึงค่าเทอมต่างๆ อีกด้วย

สำหรับการเรียน MBA ในไทย นั้น คุณจะได้ข้อดีในเรื่องของการประหยัดเงินค่าเทอม ค่าเดินทางต่างๆ รวมไปถึงเครือข่ายต่างๆ ในไทย เหมาะสำหรับผู้ที่ทุนอาจจะมีไม่มาก หรือมีภาระหน้าที่ ทั้งเรื่องครอบครัว เรื่องการงาน ควบคู่ไปกับการเรียน

ว่าแต่การจะเลือกมหาลัยเหล่านั้น มีปัจจัยอะไรบ้างนะ ?


คุณภาพ เวลาและค่าใช้จ่าย

แม้หลักสูตรในโปรแกรมขึ้นกับสถานศึกษาเป็นผู้กำหนด ผู้สมัครควรพิจารณาว่าหลักสูตรนั้นมีคุณภาพตามความต้องการ คุ้มกับเวลา พลังงาน และค่าใช้จ่ายที่จะเสียไปหรือไม่


ชื่อเสียงของสถาบันศึกษา หรือคณะนั้นในระดับสากล

จากองค์ประกอบ 3 อย่าง  ไม่ว่าจะเป็น คณะ, เพื่อนร่วมชั้นเรียน และหลักสูตรการเรียนการสอน สามารถวิเคราะห์ได้จากข้อมูลที่แสดงถึงความรู้และประสบการณ์ของคณะเหล่านั้นได้ เช่น มหาลัยดังกล่าวเน้นทฤษฎี, ภาคปฏิบัติ หรืองานวิจัย มีผลงานตีพิมพ์ในวารสาร หรือได้รับการรับรองจากหน่วยงานเป็นที่ยอมรับกันหรือไม่

นอกจากนี้ คุณควรศึกษา หาข่าวอ่านย้อนหลังบ้างว่า มหาลัยที่เล็งไว้นั้น มีปัญหา (ซึ่งเกิดจากตัวมหาลัยเอง) ที่กระทบต่อการเรียน การจบ ของคุณหรือไม่ อีกด้วย


Smile graduate student woman


ความหลากหลายและเครือข่ายวิชาชีพในอนาคต และอัตราความสำเร็จในการหางานทำหลังเรียนจบ

พิจารณาได้จาก Requirement ของหลักสูตร เช่น ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์ในการทำงานหรือไม่ ด้านไหน เพราะในปัจจุบัน ในทุกๆ 2-4 ปี หลายๆ หลักสูตรจะมีการปรับปรุง การพัฒนาหลักสูตรการเรียนของตนให้รองรับกับโลกปัจจุบัน หรือทันเทรนด์โลกมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดต่างๆ

ตำแหน่งที่ตั้งและการบริการอื่นๆ ของสถาบัน

เช่น ที่พัก ทุนการศึกษา ห้องสมุด หน่วยแนะแนวการศึกษา และการดูแลเด็กเล็ก เป็นต้น เพื่อให้การเรียนของคุณไม่สะดุด หมดปัญหากวนใจจุกจิกนั่นเอง


Hands typing on laptop computer


แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ผู้สมัครเรียน MBA ต้องวางแผน และพิจารณาปัจจัยต่างๆ ตามความเป็นจริงและรอบคอบ เนื่องจากการเรียนเป็นการลงทุนครั้งใหญ่เพื่ออาชีพในอนาคต สำหรับบางคนนั้นอาจหมายถึงการออกจากงานมาเพื่อเรียนรู้

ดังนั้น ควรค้นคว้าศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตร เพราะเทรนด์ของหลักสูตร MBA ในปัจจุบันได้แยกย่อยออกไปอย่างมากมาย ในหลายๆ มหาลัยก็ได้ทำการพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมกับเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอย่างค่าเทอมจากทุกๆ มหาลัย จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น



เรียน MBA มีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้างนะ

หลังจากที่รู้พื้นฐานคร่าวๆ ของหลักสูตร MBA ไปแล้ว คงมีหลายคนไม่น้อยที่สนใจอยากจะลองเรียนบ้าง แต่ว่าการจะเรียน MBA ก็ย่อมมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เรามาลองดูกันอีกครั้ง เพื่อถามใจตัวเองกันก่อนดีกว่าว่า ควรเรียนหรือเปล่านะ ?


ข้อดี

  • หลักสูตร MBA ช่วยให้ได้เรียนรู้ความเชี่ยวชาญหลายด้านอย่างลึกซึ้ง
  • ความรู้เหล่านี้จะช่วยให้ผู้เรียนแข่งขันในตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยให้เรามีโอกาสได้งานที่ดีขึ้น
  • สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้ไปปรับใช้กับงานได้หลายสาขา เช่น ความเป็นผู้นำ การบริหารจัดการองค์กร การจัดการเวลา เป็นต้น
  • การเข้าร่วมหลักสูตรจะเปิดโอกาสให้เราได้พบคนใหม่ๆ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งทำให้เรามี Connection ที่ดีขึ้น
  • นอกจากจะช่วยให้หางานได้ง่ายขึ้นแล้ว MBA ยังช่วยให้เรามีทักษะที่เพียงพอต่อการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองอีกด้วย หากเราต้องการ

ข้อเสีย

  • ค่าเล่าเรียน MBA ค่อนข้างสูง และไม่มีอะไรยืนยันว่าเราจะสามารถหางานที่ได้ค่าตอบแทนสูงตามที่เราคาดหวังไว้
  • การเรียนค่อนข้างหนัก และเวลาเรียนไม่ยืดหยุ่นเท่าหลักสูตรอื่น ดังนั้นผู้เรียนต้องใส่ใจและทุ่มเทกับการเรียนมาก
  • เนื้อหายากมาก และหากเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ก็จะทำให้เราจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งลำบาก การเรียนอาจจะทำให้เสียเวลางานได้

Use the computer work in the office.


การเรียน MBA นั้น นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่น่าสนใจไม่น้อย และสำหรับใครที่มองหาโอกาส และการพัฒนาตัวเองในด้านการบริหาร การเป็นผู้นำ รวมไปถึงการเปลี่ยนมุมมอง เพื่อเข้าใจในโลกของธุรกิจ MBA นั้นน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

และสำหรับใครที่อาจจะยังไม่มีทุนมากพอที่จะไปต่อ MBA ในมหาลัยต่างประเทศ ก็ลองมองหา MBA ในไทยดูสิ รับรองได้ว่า หากเลือกให้ดี คุณจะหลักสูตร MBA และมหาลัยที่โดนใจอย่างแน่นอน


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon