เรื่องจริงของ จูบ ที่คุณควรรู้ไว้!!!

posted: 2 years ago
2,727 views
เรื่องจริงของ จูบ ที่คุณควรรู้ไว้!!!

comments

featureเรื่องจริงของจูบ

จูบ อย่าคิดว่าไม่สำคัญ จูบเบาๆ เท่านั้น ยังทำฉันสั่นดังฟ้าสะเทือน… เพราะการ จูบ เป็นการแสดงออกถึงความรัก ริมฝีปากที่ประกบกันแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่น แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นนักจุมพิตที่มีเทคนิคชั้นเซียนขนาดไหน คุณอาจจะยังไม่รู้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ก็เป็นได้นะ ดังนั้นอย่าพลาดเชียว!!!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: ชอบ sex แบบไหน บอกได้ด้วยสีในใจคุณ5 สัญญาณที่บอกว่าเธอแอบชอบคุณ10 นิสัยของสาวๆ ที่มัดใจหนุ่มๆอยู่หมัด

Viriyah Insurance

1. ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ของการ จูบ

ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรมาก แต่การจูบก็มีชื่อทางวิทยาศาสตร์กับเขาด้วยเหมือนกัน โดยมีชื่อเรียกว่า Philematology ส่วนคนที่ศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับเรื่องจูบจะถูกเรียกว่า Osculologist ฟังดูเป็นการเป็นงาน ว่าแต่ที่ไหนเปิดสอนวิชาจูบบ้างล่ะเนี่ย ว่าจะลองเรียนดูสักเทอม

เรื่องจริงของจูบ-1.
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของการจูบ คือ Philematology

2. Kiss Kiss มีประโยชน์ต่อร่างกาย

นอกจากเป็นวิธีช่วยผสานความสัมพันธ์แล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย เพราะการจูบสามารถช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ซึ่งถ้าKissกันนานกว่า 2-3 นาทีจะได้ผลดีที่สุด แถมยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคแข็งแรงขึ้นได้อีก มามะมาKissกันเถอะ!

3. จุ๊บได้แม้ในที่มืด

เพราะว่ามนุษย์เรามีเซลล์พิเศษที่ช่วยให้จูบในที่มืดได้ ไม่ได้ล้อเล่นะ! เจ้าเซลล์ประสาทบางส่วนในเยื่อหุ้มสมองสามารถทำให้เรารับรู้พื้นที่บนใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามได้ ทำให้รู้ว่าควรจะประทับรอยจูบลงตรงไหน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะหาริมฝีปากของคู่รักเจอแม้ในยามที่ปิดไฟ

เรื่องจริงของจูบ
การจูบเป็นวิธีแสดงความใกล้ชิดอย่างหนึ่ง

4. ห้ามจุ๊บบนชานชาลารถไฟ

นี่เป็นข้อห้ามของประเทศฝรั่งเศสในปี 1910 เหตุผลน่ะเหรอ? ก็เพราะการมาจุ๊บกันบนชานชาลารถไฟทำให้เกิดความล่าช้าขึ้นน่ะสิ รถไฟออกไม่ได้สักที ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กเหมือนกันนะเนี่ย

5. พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 สั่งห้ามจูบ

ห้าม จูบ อีกแล้ว! อย่าเพิ่งตกใจไปนี่เป็นเรื่องตั้งแต่ สมัยปี ค.ศ. 1439 นู้นแล้ว พระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 แห่งอังกฤษ สั่งห้ามไม่ให้มีการจูบเกิดขึ้น ใครที่ฝ่าฝืนจะถือว่าทำผิดกฎหมาย ซึ่งเหตุผลที่ทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของโรคในสมัยนั้นนั่นเอง อืม…มีเหตุผล

MuangThai Insurance

6. เอนหัวไปทางขวาเวลาจูบ

จากผลการสำรวจของมหาวิทยาลัย Ruhr ในประเทษเยอรมัน เรื่องการทดลองจูบจากคู่รัก 124 คู่ พบว่า 65% หรือประมาณ 2 ใน3 ของคนที่จูบกัน มักเอนหัวไปทางขวามือ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับคำอธิบายจากนักวิทยาศาสตร์ว่า ในช่วงที่คนเรายังเป็นเบบี้อยู่ในท้องแม่ ส่วนใหญ่เราก็จะเอียงหัวไปทางขวาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว งั้นก็แสดงว่าเรามีสไตล์การจูบตั้งแต่ยังเป็นเบบี้เลยสิเนี่ย ร้ายกาจจริงๆ

7. รับโชคจากการจูบ

ทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 4 แสนคนมาประทับรอยจูบลงบนหินบลาร์นี่ย์ (Blarney Stone) ในประเทศไอร์แลนด์ เพราะเชื่อกันว่าหากคุณงอตัวจนไปจุ๊บบนก้อนหินนั้นได้ คุณจะมีโชค และกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ทางด้านการพูด ว่าแต่โดนจุ๊บบ่อยขนาดนี้ก้อนหินจะมีกลิ่นบ้างไหมน้อ แอบสงสัย?

เรื่องจริงของจูบ-2.
การ จูบ ช่วยบริหารกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี

8. โรคกลัวจูบ

ไม่ใช่ทุกคนบนโลกจะหลงไหลได้ปลื้มไปกับรสจูบหรอกนะ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ได้รับประสบการณ์ยอดแย่จากจูบแรก คุณอาจกลายเป็นโรคกลัวการจูบ หรือที่เรียกว่า Philemaphobia ก็เป็นได้ โรคนี้จะส่งผลให้เกิดอาการวิตกกังวล จนหวาดกลัว ไม่อยากแม้กระทั่งมองภาพคนจูจุ๊บเลยทีเดียว อาการหนักต้องใช้ความรัก รักษาซะแล้วสิแบบเนี่ย

9. จูบคือการบริหารกล้ามเนื้อ

อย่าเพิ่งคิดอะไรเกินเลย ในนี้มีแต่ข้อมูลซีเรียส! การจูบหนึ่งครั้งต้องใช้กล้ามเนื้อกว่า 146 มัด โดยแบ่งการทำงานออกเป็น กล้ามเนื้อที่หน้า 34 มัด และกล้ามเนื้อในการรักษาท่าทางของร่างกายอีก 112 มัด นอกจากนี้ในขณะจูบกล้ามเนื้อบริเวณรอบๆปากก็จะถูกใช้งานด้วยเช่นกัน เหมือนเป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าไปในตัว…มาจูบกันเถอะ!

10. จูบแรกตราตรึงกว่ากินตับครั้งแรกอีก

จากผลการสำรวจนักศึกษามหาวิทยาลัยButler กว่า 500 คน พบว่าพวกเขามีความทรงจำอันตราตรึงเกี่ยวกับการจูบครั้งแรกมากกว่าการเสียความบริสุทธิ์ครั้งแรกซะอีก แล้วคุณล่ะ?

https://www.youtube.com/watch?v=l3A27Fh0HSA

ถ้ามีคนให้จุ๊บแล้วก็ดูแลเขาให้ดีๆ ล่ะ! คุณเป็นคนจูบ อย่าลืม อย่าเลือน รักไม่จริงก็อย่ามาเฉือน หัวใจฉันด้วย จูบเลย…


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon