เลือกประกันภัยรถยนต์อย่างไรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

posted: 1 year ago
เลือกประกันภัยรถยนต์อย่างไรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

comments

เรื่องของการใช้รถใช้ถนนนั้นนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้มีรถยนต์ไว้ในครอบครอง นอกเหนือไปจากทักษะในการขับขี่แล้วสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนคือ ประกันภัยรถยนต์ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ แล้ว ประกันภัยรถยนต์ แบบใดจึงจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ในการใช้รถของคุณ วันนี้ Rabbit Daily พาคุณมาสำรวจพฤติกรรมการขับขี่ของคุณรวมไปถึงปัจจัยต่างๆ ที่ควรใช้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกซื้อ ประกันภัยรถยนต์

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับประเภทของประกันภัยรถยนต์กันก่อน ประเภทประกันภัยรถยนต์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ และ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ


ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ

car insurance application form with car model and key remote on desk.


ตามกฎหมายได้บังคับให้รถทุกคันทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถที่ได้รับความบาดเจ็บหรือเสียชีวิตโดยในกรณีได้รับบาดเจ็บจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและในกรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นค่าปลงศพ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาลในกรณีรับรักษาพยาบาลให้ผู้ประสบภัยจากรถ ประเภทประกันภัยรถยนต์ประเภทนี้ เรารู้จักกันทั่วไปว่า ประกันภัย พ.ร.บ. ผู้ฝ่าฝืนไม่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับนี้จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ผู้ที่มีหน้าที่ทำประกันรถยนต์ภาคบังคับ คือ รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถกระบะ รถตู้ รวมถึงรถรับจ้าง รถให้เช่า และรถส่วนบุคคลด้วย โดยมีอัตราค่าเบี้ยประกันภัยเป็นอัตราเดียว แต่แตกต่างกันตามประเภทของรถและขนาดของรถ ส่วนผู้ที่มีหน้าที่รับทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ คือ บริษัทประกันวินาศภัยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันภัยรถยนต์ หากฝ่าฝืนไม่รับทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับจะมีระวางโทษปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 250,000 บาท


ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

Man using smartphone at roadside after traffic accident


ประกันภัยประเภทนี้เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ผู้เอาประกันภัยสามารถทำได้ตามความสมัครใจและมีให้เลือกหลายแบบโดยคุ้มครองครอบคลุมรวมถึงตัวรถด้วยซึ่งประกันคุ้มครองภาคบังคับไม่ได้คุ้มครองตัวรถเนื่องจากมีความคุ้มครองและสิทธิพิเศษมากกว่าประกันภาคบังคับจึงมีอัตราค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงกว่าด้วย

ประเภทประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันภัย อายุของรถ วงเงินประกัน ความคุ้มครองและค่าเบี้ยประกันภัย

ประกันภัยชั้น 1

เป็นประกันภัยที่คุ้มครองสูงสุด รับเฉพาะรถยนต์และรถกระบะส่วนบุคคลเท่านั้น และต้องเป็นรถที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี บริษัทประกันภัยรถยนต์จะรับผิดชอบชีวิต และทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัย และคู่กรณี รวมถึงไฟไหม้ ภัยธรรมชาติและรถหายด้วย ราคาค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ที่ 13,000 – 36,000 บาท ราคาขึ้นอยู่กับอายุของรถและขนาดของเครื่องยนต์

ประกันภัยชั้น 2

เป็นประกันภัยที่คุ้มครองและรับผิดชอบทางร่างกายของผู้เอาประกันภัยและคู่กรณี รถยนต์และทรัพย์สินของคู่กรณี รวมถึงไฟไหม้ ภัยธรรมชาติและรถหายด้วย ราคาค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ที่ 6,000 – 10,000 บาท

ประกันภัยชั้น 3

ประกันภัยประเภทนี้บริษัทประกันภัยรับทำทั้งรถส่วนบุคคลและรถให้เช่า โดยคุ้มครองและรับผิดชอบตัวรถและทรัพย์สินของคู่กรณี รวมถึงชดเชยค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้เอาประกันภัยและคู่กรณีด้วย ราคาค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ที่ 900 – 6,000 บาท

ประกันภัยชั้น 2+ และ 3+

เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองและรับผิดชอบเหมือนประกันชั้น 2 และ ชั้น 3 แต่ให้ความคุ้มครองตัวรถและทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัยด้วย และยังสามารถเลือกความคุ้มครองเพิ่มได้ เช่น ความคุ้มครองจากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติหรือรถหาย ราคาค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ที่ 1,599 – 20,000 บาท ซึ่งนับว่าราคาเริ่มต้นนั้นถูกมากๆ แถมได้รับความคุ้มครองแบบครบถ้วน หากประกันภัยประเภทนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ คลิก เพื่อรับโปรโมชั่นดีๆ ได้เลยค่ะ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าประกันรถยนต์ภาคสมัครใจมีให้ผู้เอาประกันเลือกได้หลายแบบทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการในเรื่องของความคุ้มครอง วงเงินประกัน ค่าเบี้ยประกันภัยและอายุการใช้งานของรถของผู้เอาประกันภัย

*ข้อมูลจาก https://finance.rabbit.co.th/car-insurance

เมื่อรู้จักประเภทของประกันภัยแล้ว หลายๆ คนที่เพิ่งถอยรถใหม่หรืออาจจะเป็นรถยนต์มือสองก็คงต้องการทำประกันภัยรถยนต์เพื่อความอุ่นใจไร้กังวลใช่ไหมคะ ก่อนอื่นเรามาลองสำรวจกันดีกว่าว่าไลฟ์สไตล์การใช้รถของเรานั้นเหมาะสมกับการทำประกันภัยรถยนต์ประเภทใด มาเช็คกันเลยค่ะ


สังเกตพฤติกรรมการขับขี่รถของตัวเอง

Man fight in traffic


  • ค่อนข้างระมัดระวัง ขับรถอย่างมีสติ ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลยตลอดระยะเวลาที่ขับรถมาหลายปี

ประกันภัยรถยนต์ที่คุณควรเลือก คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 หรือประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ข้อดีคือคุณได้ลดค่าใช้จ่าย เพราะเบี้ยประกันไม่แพงมาก

  • เดินทางบ่อย ขับรถค่อนข้างเร็ว และเคยเฉี่ยวชนมาแล้วบ้าง

ประกันภัยรถยนต์ที่คุณควรเลือก คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพราะคุ้มค่ากับความปลอดภัยกว่า แม้จะเสียเบี้ยประกันแพงกว่าก็ตาม

 


สภาพและอายุการใช้งานของรถ

young man with broken down car calling for help


  • หากเป็นรถใหม่และอยู่ในช่วงเห่อและหวงรถมากๆ รอยขีดข่วนใดๆ ก็ไม่อยากให้มี

ประกันภัยรถยนต์ที่คุณควรเลือก คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งปัจจุบันหลายๆ ค่ายรถยนต์มีการแถมพ่วงประกันภัยรถยนตืชั้น 1 มาให้ด้วย

  • รถเก่าตามสภาพการใช้งาน ผู้ขับอาจไม่ไมด์เรื่องรอยขีดข่วนมากนัก

ประกันภัยรถยนต์ที่คุณควรเลือก คือ ประกันภัยชั้น 2 หรือ ชั้น 3 ก็เหมาะสม


สภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณที่อยู่อาศัย

Heavy Rains in Europe


  • หากที่อยู่อาศัยเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อย เช่นน้ำท่วม แผ่นดินไหว หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อเหตุการณ์ไม่คาดหวัง

ประกันภัยรถยนต์ที่คุณควรเลือก คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

  • หากที่อยู่อาศัยมีเหตุการณ์ปกติ ไม่เกิดภัยพิบัติบ่อยนัก

ประกันภัยรถยนต์ที่คุณควรเลือก คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือ 2 เพื่อลดค่าใช้จ่าย

เมื่อทราบแล้วว่าไลฟ์สไตล์ของเราน่าจะเหมาะกับการทำประกันภัยประเภทใดแล้ว ขั้นตอนอื่นๆ อย่างการเลือกบริษัทประกันภัยกับโบรกเกอร์ประกันภัยที่น่าเชื่อถือ อาจเลือกมาสัก 3-4 ที่เพื่อทำการเปรียบเทียบทั้งคุณภาพและเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมกับตัวคุณรวมทั้งความคุ้มครองด้านต่างๆ ที่คุณจะได้รับ ยิ่งได้ตัวช่วยดีๆ อย่างโบรกเกอร์ประภัยที่น่าเชื่อถือ มีเบี้ยประกันภัยที่ถูกลง บริการรวดเร็ว แถมมีข้อเสนอและของสมมนาคุณอื่นๆ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้คุณอุ่นใจในการทำประภัยรถยนต์นะคะ อย่าลืมว่าตัวเราเองย่อมรู้ความต้องการของตัวเองมากที่สุด เลือกประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คุณ พร้อมทั้งบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์ประกันภัยที่น่าเชื่อถือ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ขับขี่รถคู่ใจของคุณอย่างสบายใจหายห่วงแล้วล่ะค่ะ


avatar
by Wanwara Sutthisak

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon