เลือกประกันสุขภาพยังไงให้เป๊ะ!

posted: 1 year ago
เลือกประกันสุขภาพยังไงให้เป๊ะ!

comments

ตามหลักในเรื่องวางแผนการเงินแล้ว สินค้าการเงินที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆก็คือ “ประกันสุขภาพ” เพราะเป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ กรณีที่เราเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ประกันสุขภาพจะเป็นเหมือนเบาะรองรับที่ทำให้เราล้มแล้วไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ เข้าคอนเซ็ปต์ที่ว่า “เจ็บตัวแล้ว ก็อย่าให้เจ็บไปถึงเงินในกระเป๋าเลย” หรือค่ารักษาพยาบาลก็จะได้ไม่ไปกระทบถึงเงินในส่วนอื่นๆ ทของเรา บางคนก็อาจจะบอกว่าประกันสุขภาพไม่มีประโยชน์เป็นแต่รายจ่ายที่เราจ่ายทิ้งไปทุกปี คำพูดนี้จะเป็นควาจริงทันที ถ้า…เรารู้ล่วงหน้าว่าเราจะไม่ป่วย แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครรู้ว่าเราจะป่วยหรือไม่ ทำให้ประกันสุขภาพก็ยังเป็นสินค้าที่จำเป็นอยู่ดี



แล้วเราควรจะทำประกันสุขภาพเยอะขนาดไหนล่ะ? ถ้าให้ตอบแบบขวานผ่าซากเลยก็คือแนะนำว่ามีให้เยอะที่สุดเท่าที่เราจ่ายไหวนั้นแหละเพราะว่า เราไม่อาจประเมินได้เลยว่าเราจะป่วยหรือไม่? แล้วถ้าป่วยจะป่วยหนักขนาดไหน? เพราะการเข้าโรงพยาบาลที่นึง ก็มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลัก “สิบล้าน” ก็มีให้เห็นกันตลอด

และปัญหาที่หลายๆคนน่าจะยังติดใจอยู่และหาคำตอบยังไม่ได้ก็คือ ไม่รู้ว่าจะทำประกันสุขภาพแบบไหนดี? ส่วนตัวแล้วตอนเริ่มแรกที่ศึกษาเรื่องประกันสุขภาพ บอกได้เลยว่ารายละเอียดเยอะมากและแบบประกันสุขภาพก็มีเป็นสิบๆ แบบ แล้วไหนจะต้องมาเปรียบเทียบของแต่ละบริษัทอีก ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงคนที่อยู่นอกวงการประกันเลย เข้าใจว่าน่าจะมึนกันอยู่พอสมควร เรามาดูขั้นตอนการเลือกแบบประกันาสุขภาพกันดีกว่า



1. ตรวจดูสวัสดิการให้ปัจจุบันของเรา

เราควรตรวจดูสวิสดิการให้ปัจจุบันของเราทั้งหมดว่าตอนนี้มีอะไรบ้าง มีค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่าหมอ เท่าไหร่อย่างไรบ้าง ในกรณีนี้เราพูดถึงทั้งประกันสุขภาพที่ทำเพิ่มเติมเอง รวมไปถึงสวัสดิการประกันกลุ่มจากที่ทำงานด้วยเช่นกัน เราจะได้รู้ว่าถ้าเราต้องเบิกต้องใช้ขึ้นมาเรามีอยู่เท่าไหร่บ้าง

2. ลองไปสำรวจราคา “ค่าห้อง” กับโรงพยาบาล

เราสามารถเดินไปเข้าไปสอบถามที่ฝ่ายการเงินของโรงพยาบาลที่เราใช้บริการเป็นประจำหรือสะดวกเข้าใช้บริการมากที่สุด ให้ลองสอบถามทั้งค่าห้อง ค่าผ่าตัด กรณีต่างๆ รวมไปถึงโรคร้ายแรงเช่น พวกโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจด้วย

Hospital room with two beds and a table with two chairs

3. ลองสำรวจดูส่วนต่างระหว่างข้อ 1 และ 2

ที่นี้เราเอาพวกค่าห้อง ค่ารักษาต่างๆ ของโรงพยาบาลที่เราไปถามมา แล้วลองมาหักลบกับ สวัสดิการให้ปัจจุบันดู ว่าตอนนี้มีส่วนขาด/ส่วนเกินอยู่เท่าไหร่ ถ้าเกินอยู่แล้วก็แปลว่าเรามีประกันป้องกันอย่างครบถ้วนแล้ว แต่ถ้ามีส่วนขาดก็แนะนำว่าให้ลองหาแบบประกันสุขภาพที่สามารถเติมเต็มตรงนี้ได้

4. อย่าลืมดูเรื่องโรคร้ายแรงและอุบัติเหตุ

สำคัญที่สุดอย่าลืมตรวจสอบดูความคุ้มครองโรคร้ายแรงด้วย เพราะโรคร้ายแรงเหล่านี้จะเป็นสาเหตุที่เสี่ยงมากที่สุดที่จะทำให้แผนการเงินเราล้มละลายได้ แนะนำว่าทุกคนควรจะมีเพราะว่า “เบี้ยประกัน” เมื่อเทียบกับความคุ้มครองแล้วถือว่าถูกมากๆ

ส่วนเรื่องที่ว่าเราจะเลือกทำกับบริษัทใด ส่วนตัวแนะนำว่าให้ลองหาเพื่อน ญาติ ที่เป็นตัวแทนแล้วอุดหนุนช่วยสนับสนุนเค้าดีกว่า แต่คนนั้นจะต้องเป็นตัวแทนมืออาชีพและไว้ใจได้เท่านั้น เพราะประกันสุขภาพมีเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ค่อนข้างเยอะ เราจะได้ให้คนที่เราสนิทอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดโดยที่ไม่ต้องเกรงใจมาก เพราะโดยทั่วไปบริษัทประกันเค้าต้องทำวิจัยคู่แข่งอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องแบบประกันส่วนใหญ่จะไม่ต่างกันมากเท่าไหร่  และที่สำคัญเรื่องการเบิกจ่ายต่างๆ บางครั้งให้ตัวแทนช่วยเดินเรื่องให้จะเร็วกว่าเพราะประกันสุขภาพส่วนหนึ่งก็เน้นการบริการเช่นกัน

Cancer treatment

หรือถ้าใครไม่มีตัวแทนที่รู้จักและไว้ใจได้ ก็ให้ลองเปรียบเทียบด้วยตัวเองในเว็บไซต์ของบริษัทต่างๆได้เลย เพราะเรารู้แล้วว่าเราอยากทำแบบไหน ค่าห้องเท่าไหร่ ค่าผ่าตัดเท่าไหร่ เราก็สามารถเทียบ เบี้ยประกัน ที่ถูกที่สุดได้เลย แต่แนะนำว่าให้เรื่องบริษัทประกันรายใหญ่ๆ เพื่อความมั่นคงทางการเงินในกรณีเราเบิกเคลมด้วย

สุดท้ายรายจ่ายเรื่องประกันสุขภาพไม่ควรเกิน 10% ของรายได้เราในแต่ละปี ดังนั้นถ้าเราขาดความคุ้มครองเยอะ แล้วรายได้เราไม่ได้เยอะมากที่ 10% ของรายได้เราจะทำความคุ้มครองได้ครอบคลุม แนะนำว่าในเลือกทำตัวที่สำคัญๆ ก่อนอย่างเช่น โรคร้ายแรงและประกันอุบัติเหตุก่อน ส่วนเรื่องนอนโรงพยาบาลด้วยโรคปกติที่ไม่ร้ายแรงมาก เราอาจจะใช้บริการของประกันสังคมหรือบัตรทองเพิ่มเติมได้


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon