ทำไมถึงควรเลือกลงทุนใน…กองทุนรวม ?

posted: 2 years ago
ทำไมถึงควรเลือกลงทุนใน…กองทุนรวม ?

comments

ถ้าพูดถึงแหล่งลงทุนที่สามารถเข้าได้ง่ายๆ และกำลังเป็นที่นิยมตอนนี้ ต้องยอมรับเลยว่าหนีไม่พ้น ‘กองทุนรวม’  กองทุนรวมเป็นสินค้าการเงินตัวหนึ่ง ที่จะช่วยให้นักลงทุนรายย่อยๆ สามารถเข้าถึงแหล่งลงทุนต่างๆได้ง่ายขึ้น โดยจะเป็นการรวมเงินของนักลงทุนรายย่อยหลายๆ คนเข้าด้วยกัน แล้วนำเงินไปลงทุนในแหล่งตางๆ ตามนโยบายกองทุนนั้นๆ แล้วทำไม ‘กองทุนรวม‘ ถึงน่าสนใจต่างออกไปจากการลงทุนเองโดยตรงเลย?

เลือกกองทุนรวม

1. สามารถเริ่มลงทุนได้ด้วยเงิน 1,000 บาท

ถ้าจะเปรียบเทียบกับการลงทุนเอง สมมติให้ว่าเราต้องการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่อย่างเช่นหุ้นใน SET50 (หุ้นที่มีขนาดใหญ่ 50 ตัวแรกของตลาดหุ้นไทย) ลองคิดดูว่าเราต้องใช้เงินมากขนาดไหน ยกตัวอย่างเช่น หุ้นยอดฮิตอย่าง PTT หุ้นละ 300 บาท AOT หุ้นละ 400 บาท ADVANC หุ้นละ 200 บาทโดยประมาณ  แล้วเราต้องซื้ออย่างน้อยต้อง 100 หุ้นต่อ 1 ตัว อันนี้แค่ตัวอย่าง 3 ตัว เราต้องใช้เงินอย่างต่ำก็ 90,000 บาทเข้าไปแล้ว แต่ถ้าไปลงทุนในกองทุนที่นำเงินเราไปลงทุนให้ SET50 โดยตรงเลย เราก็ใช้เงินเริ่มต้นแค่ 1,000 บาทก็สามารถลงทุนในหุ้น 50 ตัวได้แล้ว

หรือถ้าเราต้องการลงทุนใน ‘ตราสารหนี้’ อย่างเช่นพันธบัตรรัฐบาลเป็นต้น ถ้านักลงทุนรายย่อยแบบเราๆ ต้องการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลต้องยอมรับเลยว่าไม่มีทางเข้าถึงได้เลย เพราะพันธบัตรรัฐบาลจะขายด้วยวิธีการ ‘ประมูล’ แบบจำนวนมากโดยส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันเข้าไปประมูล แต่รายย่อยก็สามารถลงทุนในพันธบัตรได้ ถ้าเราลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวมตราสารหนี้’ หรือ ‘กองทุนรวมตลาดเงิน’

2. มืออาชีพดูแลเงินของเรา

ต้องบอกว่าการลงทุนไม่ได้ง่ายๆ แค่เปิดบัญชีแล้วกดคำสั่งซื้อ จริงๆ แล้วการลงทุนต้องใช้การวิเคราะห์ที่ลึกและกว้างอยู่พอสมควร ทั้งเชิงพื้นฐานและเทคนิค สำหรับนักลงทุนรายย่อยการลงทุนเองแบบไม่มีข้อมูลทำให้มีความเสี่ยงที่สูงอย่างมากโดยไม่รู้ตัว การลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวม’ ที่คอยมีคนดูแลเงินเรา แถมยังเป็นมืออาชีพที่มีทั้งข้อมูลและเครื่องมือพร้อมมากกว่าเรา การลงทุนก็อาจจะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยให้เราประหยดเวลาได้อย่างมาก มืออาชีพจะสามารถวิเคราะห์และเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วกว่า ทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการวิเคราะห์ลงไปได้พอสมควร

เลือกกองทุนรวม

3. สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็ว

กองทุนรวมสามารถซื้อและขายได้ทุกวันทำการ โดยอาจจะรอประมาณ 1-5 วันแล้วแต่นโยบายกองทุนรวมนั้นๆ ว่านำเงินไปลงทุนทีไหน ก็จะได้ ‘เงินสด’ ออกมาใช้ได้ทันที ถ้าเป็นกองทุนรวมระยะสั้นๆ อย่างกองทุนรวมตลาดเงินก็รอเพียง 1 วัน (T+1) หรือถ้าเป็นกองทุนรวมตราสารทุนใช้เวลาประมาณ 3 วัน (T+3) ก็จะสามารถใช้เป็นเงินสดได้ ซึ่งถ้าเปรียบกับการลงทุนทางตรง เทียบกับการลงทุนในหุ้นอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 5 วัน

4. เลือกระดับ ‘ความเสี่ยง’ ได้ตามใจชอบ

การที่เราลงทุนผ่านกองทุนรวมเราสามารถเลือกระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับเราได้ เพราะมีตั้งแต่ฝากเงินในธนาคารไปจนถึง ลงทุนอะไรที่เสี่ยงสูงๆ อย่างเช่น ทองคำ น้ำมัน หุ้นต่างประเทศ เป็นต้น แต่ถ้านักลงทุนรายย่อยแบบเราๆ จะเข้าถึงสินทรัพย์การลงทุนทุกประเภทแบบกองทุนรวมนั้นถือว่าทำได้ยากมากๆ ทั้งความยากลำบากให้การเปิดบัญชีและโอนเงินในกรณีทีเราต้องลงทุนในต่างประเทศ หรือยิ่งถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศยิ่งวุ่นวาย แต่ถ้าเราลงทุนผ่าน REITs ของต่างประเทศก็จะทำให้เราลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศได้สะดวกกว่า

เลือกกองทุนรวม

5. บางกองทุนสามารถ ‘ลดหย่อนภาษี’ ได้

ลงทุนเองเรียกได้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีสิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีเข้ามาช่วย แต่ถ้าเราลงทุนผ่านกองทุนรวมอย่างเช่น LTF หรือ RMF ที่เราคุ้นเคยกันอยู่จะได้สิทธิ ‘ลดหย่อนภาษี’ ซึ่งถ้ามองโดยภาพรวมแล้ว การที่ลงทุนแล้วได้ผลประโยชน์ทางภาษีเปรียบเสมือนเราได้ผลตอบแทนที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ซื้อ ตัวอย่างเช่น เรารายได้ 1,800,000 บาทต่อปี แปลว่าตอนนี่เราเสียภาษีจากฐานภาษีที่ 25% แต่ถ้าเรานำเงินไปซื้อ LTF 100,000 บาทเราจะสามารถประหยัดภาษีที่ต้องจ่ายให้กับทางสรรพากรได้ 25,000 บาท เปรียบเสมือนเราได้รับผลตอบแทน 25,000 บาทตั้งแต่ปีแรกที่เราลงทุนนั้นเอง

6. ไม่โดนเอาเปรียบ เพราะมีคนช่วยดูแล

กองทุนรวมทุกกองทุนจะต้องอยู่ภายในการดูแลของ ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ผู้ใหญ่ใจดีของเรานี่เอง ที่จะคอยกำกับดูแลกองทุนรวมทุกกองทุน จะบังคับให้ผู้บริหารกองทุนเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ รวมถึงกำหนดข้อจำกัดต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงของการลงทุนของนักลงทุนแบบเราด้วย

การลงทุนผ่านกองทุนรวมถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ แต่อย่าลืมว่า ได้ชื่อว่าเป็นการลงทุนล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น สิ่งที่ดีที่สุดในการลงทุนก็คือ ‘ความรู้’ เราควรศึกษาให้ดีก่อนการลงทุนทุกครั้งถึงแม้ว่าจะมีมืออาชีพคอยดูแลให้เราก็ตาม เพราะถ้ามองในตลาดของกองทุนรวมด้วยกันเอง ก็มีทั้งกองทุนที่ดีและไม่ดี ดังนั้นการคัดเลือกกองทุนรวมที่ดีก็เป็นหน้าที่ของตัวเราเองเช่นกัน

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon