ตรวจสุขภาพ ทั้งที เลือกแพ็กเกจยังไงให้เหมาะกับตัวเรากันนะ ?

posted: 1 year ago
ตรวจสุขภาพ ทั้งที เลือกแพ็กเกจยังไงให้เหมาะกับตัวเรากันนะ ?

comments

ใกล้สิ้นปีเข้าไปทุกทีแล้ว หลายคนอาจจะวาดหวังถึงช่วงเวลาท่องเที่ยวไฮซีซั่น วันหยุดยาวไว้นอนพักผ่อนสบายๆ โบนัสที่จะมาตอนปลายปี และอีกหลายๆ อีเว้นท์ ที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตาคอย แต่อีกหนึ่งอีเว้นท์ที่คุณไม่ควรพลาดก่อนส่งท้ายปี หรือควรทำในต้นปีหน้าก็คือ การ ตรวจสุขภาพ นั้นเอง!

แน่นอนว่าการตรวจสุขภาพทุกวันนี้ไม่ได้ยุ่งยาก หรือเปลืองเงินมากมายเท่าแต่ก่อนแต่อย่างใด แต่การที่จะเลือกแพ็กเกจตรวจสุขภาพแบบไหนให้เหมาะกับตัวเรานี่สิ ที่เป็นปัญหาใหญ่ ไม่ต้องงงอีกต่อไปแล้ว เพราะวันนี้จะพาทุกคนไปเลือกกัน ว่าแพ็กเกจแบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณกันแน่นะ?


รู้จักกันก่อน ทำไมต้องไป ตรวจสุขภาพ นะ ?

การตรวจสุขภาพ คือการตรวจร่างกาย คัดกรองเบื้องต้น ให้ได้รู้ว่า มีความเสี่ยงเป็นโรคอะไร หรือกำลังป่วยเป็นโรคอะไร เพื่อให้คุณได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุดในกรณีทีเป็นโรค โดยการตรวจสุขภาพนั้น จะเริ่มตรวจตั้งแต่การตรวจเม็ดเลือด ตรวจระดับน้ำตาล ตรวจระดับไขมัน ตรวจปัสสาวะ ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และสำไส้ตรง และการหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ในขั้นต้น

ด้วยความที่โรคภัยทุกวันนี้ แม้ว่าจะมีหนทางวิธีการรักษาที่มากมายให้สามารถขาดหายได้ แต่คงไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าเรารู้ตัวเมื่อสายไปแล้ว และจะดีกว่าไหม ถ้าหากคุณรู้ตัวตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากค่ารักษาใช้จ่ายต่างๆ จะลดน้อยลงแล้ว ยังมีสิทธิ์หายขาดมากกว่าปล่อยให้เป็นหนัก เสี่ยงดวงว่าจะหาย หรือไม่หาย

Blood pressure

ไปตรวจทั้งที มีอะไรบ้าง ?

สำหรับการตรวจสุขภาพของคนวัย 18-60 ปี อาจจะมีหลายคนที่ตั้งคำถามว่าควรตรวจอะไรบ้างนั้น คุณสามารถเลือกตรวจได้ตามหมวดต่อไปนิ้



การตรวจสารเคมีในเลือด
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count หรือ CBC ) เนื่องจากภาวะซีดจากโรคโลหิตจางธาลัสซิเมีย มีคนไทยเป็นมากถึง 30% หรือ 20 ล้านคน จะมียีนธาลัสซิเมียชนิดใดชนิดหนึ่ง จึงมีคำแนะนำจากทางแพทย์ว่า ให้ตรวจ CBC อย่างน้อย 1 ครั้ง หากคุณไม่เคยตรวจมาก่อน
  • ตรวจระดับน้ำตาล (FPG หรือ FBS) เพื่อคัดกรองเบาหวาน ตั้งแต่อายุ 35 ปี โดยตรวจทุกๆ 3 ปี
  • ตรวจระดับไขมันในเส้นเลือดชนิด Cholesterol และ ไขมันในเลือด HDL ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป และควรตรวจทุก 5 ปี
  • ระดับ Serum Creatinine การทำงานของไต ควรตรวจตอนอายุมากกว่า 60 ปี หนึ่งครั้งต่อปี
  • การตรวจปัสสาวะนั้น ยังไม่จำเป็น ควรรอตรวจตอนอายุมากกว่า 60 ปี หนึ่งครั้งต่อปี จะดีกว่า
การตรวจคัดกรองมะเร็ง
  • clinical breast examination มะเร็งเต้านม ควรตรวจตอนอายุ 30-39 ปี ตรวจทุก 3 ปี, อายุ 40 ปี ขึ้นไป ตรวจทุก 1 ปี และอายุ 70 ปีขึ้นไป ให้เลือกตรวจตามความเสี่ยง

Lab Experiment

การตรวจเนื้อเยื่อจากปากมดลูก

  • วิธี Pap smear (เก็บหรือป้ายเซลล์จากปากมดลูกไปป้ายบนแผ่นสไลด์ ย้อมสีและอ่านผล) เพื่อตรวจมะเร็งปากมดลูก ควรเริ่มตรวจเมื่ออายุ 30 – 65 ปี โดยตรวจทุก 3 ปี และหยุดตรวจหลังอายุ 65 ปี ถ้าทำ Pap smear ปกติสามครั้งติดต่อกัน
  • วิธี VIA (Visual Inspection with Acetic Acid (โดยใช้น้ำส้มสายชูเจือจางป้ายบริเวณปากมดลูก เพื่อค้นหาเนื้อเยื่อผิดปกติ ) ให้เริ่มตรวจเมื่ออายุ 30 – 55 ปี ตรวจทุก 5 ปี และเมื่ออายุ 55 ปี ขึ้นไป แนะนำให้ตรวจด้วยวิธี Pap smear เท่านั้น
  • การตรวจเลือดในอุจจาระ คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ และลำไส้ตรง ตรวจตอน อายุ 50 ปีขึ้นไป และตรวจทุก 1 ปี
  • การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี-HBsAg ลดความเสี่ยงมะเร็งตับ ตรวจครั้งเดียวสำหรับคนที่เกิดก่อนปี 2535
  • การตรวจคัดกรองทางอาชีวอนามัย คัดกรองโรคจากการทำงาน ตามปัจจัยความเสี่ยงจากการทำงาน

Pretty female medicine doctor working with modern computer interface

ตรวจเยอะๆ ตรวจให้หมด ได้ไหม ?

หลายคนอาจจะนึกว่า ไหนๆ ต้องตรวจสุขภาพทั้งที เลือกตรวจแบบเหมาๆ ตรวจมันเสียทุกอย่างในครั้งเดียวจะได้ประหยัดเวลา แหม เราเข้าใจนะ ว่าเมื่อเตรียมใจ ตรวจสุขภาพ ได้แล้ว ก็อยากจะให้เคลียร์ อยากให้สบายใจ แต่คุณรู้หรือไม่ ว่าแท้จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพไปเสียทุกอย่างก็ได้ เพียงแค่ตรวจสุขภาพทั่วๆ ไปขั้นพื้นฐานก็เพียงพอแล้ว

แต่ถ้าหากต้องการตรวจเพิ่มเติมเสียหน่อย ก็ให้ลองเลือกแพ็กเกจตรวจสุขภาพ ด้วยปัจจัยอื่นๆ อย่าง เพศ อายุ การใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ก็ต้องรู้ด้วยว่า คุณพฤติกรรมเสี่ยงอะไรบ้าง จึงค่อยเลือกไปตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้อง เช่น มีการกินยาเยอะ ซึ่งอาจมีฤทธิ์ส่งผลต่อตับ และไต ก็ควรไปตรวจตับและไต

Doctor talking to his female senior patient

แต่ถ้าหากชอบกินอาหารปิ้งย่าง มีภาวะอ้วน ก็ควรที่จะต้องไปตรวจมะเร็ง เบาหวาน ระดับไขมันต่างๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปตรวจเสียทุกเรื่อง เพราะไม่คุ้มค่าเมื่อตรวจแล้วก็ไม่พบว่าเป็นอะไร

การตรวจสุขภาพที่เหมาะสมต้องดูปัจจัยเสี่ยงของตัวเองเป็นหลัก ไม่ควรไปตรวจสุขภาพแบบหว่านทั้งหมด เพราะการตรวจสุขภาพเอง ก็ไม่ใช่หลักประกัน 100% ว่าคุณจะไม่เป็นโรคอีกต่อไป เช่น เอดส์ เมื่อตรวจแล้วไม่ติดเชื้อ แต่หากมีพฤติกรรมเสี่ยง อีก 2 วัน ก็อาจจะติดเชื้อก็ได้



แล้วเลือกยังไง แบบไหน ถึงได้ผลจริง ?

นอกเหนือจากการเลือกแพ็กเกจตรวจสุขภาพ จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้การตรวจสุขภาพได้ผล คุณไม่ควรปรับพฤติกรรมก่อนไปตรวจสุขภาพ เช่น เมื่อรู้ว่าต้องไปตรวจสุขภาพ ก็จะควบคุมอาหาร ควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ของตัวเอง และเมื่อไปตรวจสุขภาพแล้วผลย่อมออกมาเป็นปรกติ

ซึ่งคนในกลุ่มนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะนอกจากหลังตรวจเสร็จก็จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างปรกติแล้ว พวกเขาจะไม่มีการปรับเปลี่ยนสุขภาพใดๆ ตราบใดที่ผลตรวจยังเป็นปรกติ ไม่เป็นโรค ก็จะยังคงใช้ชีวิตเช่นนั้นต่อไป ทำให้การตรวจสุขภาพก็ไม่เป็นประโยชน์ ซ้ำยังตรวจหาโรคจริงๆ ไม่ได้อีกด้วย

โดยรวมแล้ว มาตรฐานการตรวจสุขภาพ หากจะตรวจให้ได้ผล ให้ตรวจตามช่วงอายุ กับพฤติกรรมเสี่ยงแบบใด ก็ควรตรวจเรื่องนั้น ที่สำคัญ อย่าเฟคผลการตรวจด้วยการปรับเปลี่ยนสุขภาพด้วยการปรับพฤติกรรมก่อนไปตรวจด้วยล่ะ!

Female Patient Being Reassured By Doctor In Hospital Room


การเลือกแพ็กเกจสุขภาพให้เหมาะสมกับตัวเองเสียหน่อย รับรองได้ว่าจะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลา ประหยัดทั้งค่าใช้จ่าย แถมตรวจแล้วสามารถรับรองผลได้จริงอีกด้วย รู้แบบนี้แล้ว ใส่ใจกันสักนิด เท่านี้ ก็เท่าทันโรคร้าย ภัยเงียบ ที่แอบแฝงมาได้แล้วล่ะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon