วิธีการเลือกใช้บัตรเครดิต

posted: 4 years ago
1,351 views
วิธีการเลือกใช้บัตรเครดิต

comments

วิธีการเลือกใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาด

การใช้ บัตรเครดิต

หากไม่อยากให้บัตรเครดิตมาครอบงำชีวิตของเราได้ เราจะต้องมีวิธีใช้บัตรเครดิตที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด (เงื่อนไขของการใช้งานสำหรับบัตรเครดิตแต่ละบริษัท หรือ ธนาคารอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามวันและเวลาโดยจะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร แต่ข้อมูลที่กล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์จากการใช้บัตรของผู้เขียน)

Viriyah Insurance

1. ศึกษาโปรโมชั่นและเงื่อนไขต่างๆก่อนสมัคร และเลือกใช้บัตรเครดิตที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเรา *โปรดพิจารณาเรื่องระยะเวลาของโปรโมชั่น บางบัตรเสนอโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ แต่อยู่ได้แค่ 3 เดือน หลังจากนั้น เราใช้รูดไปตั้งเยอะ มารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่เห็นใบแจ้งยอดแล้วว่าไม่ได้เงินคืน 

  • หากเราบินสายการบินไทยบ่อยๆ เลือก บัตร KTC Royal Orchid Plus เพื่อสะสมไมล์แลกซื้อตั๋วบิน
  • หากเราช้อปปิ้งที่เซ็นทรัลบ่อยๆ เลือก บัตร Central Card ลด 5% เมื่อซื้อสินค้าในตัวห้างฯ
  • หากเราช้อปปิ้งที่พารากอน เดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม เลือก บัตร Citi M Visa  ลด 5% เมื่อซื้อสินค้าในตัวห้างฯ ฯลฯ
  • หากเราเติมน้ำมันบ่อยๆ เลือกบัตรที่มี cash back ที่คืนเงินให้สูงๆ เช่น บัตร SCBT (Standard Chartered) 4-7% ทุกๆ800บาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบัตรและระยะเวลาของโปรโมชั่น รายละเอียดเพิ่มเติมหาอ่านได้ที่เว็ปไซต์ของธนาคารผู้ออกบัตร
  • หากเราจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟเองอยู่แล้ว หากชำระตามตัวแทน เช่น 7-eleven ก็จะมีค่าธรรมเนียม 15บาท หากเราผูกกับบัตรเครดิต ก็จะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แถมบัตรเครดิตของบางธนาคารยังสะสมคะแนนให้อีกด้วย เช่น บัตรเครดิตของกสิกรไทย (บัตรเครดิตส่วนใหญ่ จะไม่สะสมคะแนนให้การชำระค่าสาธารณูปโภค)
  • ฯลฯ

2. ระวังค่าธรรมเนียมรายปี ส่วนใหญ่จะได้สิทธิ์ฟรีค่าธรรมเนียมปีแรก ในปีถัดไปต้องมีการใช้จ่ายรายเดือน/รายปีครบตามที่ธนาคารกำหนด แต่หากใช้จ่ายไม่ถึงจริงๆ ก็สามารถโทรไปขอละเว้น (waived) ค่าธรรมเนียมรายปีได้เมื่อครบปี แต่พอถึงเวลา ใครจะมานั่งจำว่าครบปีแล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงบัตรที่มีค่าธรรมเนียมรายปีจะเป็นการดีที่สุด หรือรอจนบริษัทคิดค่าธรรมเนียมรวมอยู่ใน Statement แล้ว ค่อยโทรไปขอละเว้นโดยทางธนาคารก็จะให้ชำระยอดที่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม หรือหากขอละเว้นไม่ทันทางธนาคารก็จะทำเรื่องเป็นการคืนเครดิตเงินกลับมาให้ ในรอบบิลถัดไป

3. จดบันทึกสิ่งสำคัญหลักๆของบัญชีบัตรเครดิต เมื่อได้บัตรที่ถูกใจแล้วก็ควรจดบันทึกหรือเก็บบิลรายเดือนไว้ เพื่อใช้ดูและติดตามชำระบัตรในแต่ละรอบบิล สิ่งสำคัญดังกล่าว ได้แก่ วันตัดรอบบิล (Cut-off Date) วันครบกำหนดชำระ (Payment Due Date) วงเงินบัตรเครดิต (Credit Line) หรืออาจจะดูดอกเบี้ย (Interest Rate) ดูเผื่อไว้ กันพลาด ส่วนใหญ่ธนาคารจะให้เครดิตระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยสูงสุดถึง 45-55 วัน หรือนับเป็น 15-25 วันนับจากวันตัดยอดบิล

  • KTC, กสิกร, กรุงเทพ, Citibank 15 วัน
  • Central Card 20 วัน
  • SCBT (Standard Chartered) 25 วัน

4. วางแผนรายรับรายจ่าย เมื่อทราบวันครบกำหนดชำระแล้ว ก็วางแผนรายรับรายจ่ายของตนเอง เพื่อให้เหลือเงินเพียงพอมาชำระหนี้ภายในวันที่กำหนด เท่านี้ก็จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองในภายหลังเพื่อให้มั่นใจว่าเราไม่ลืมชำระบัตรทุกงวด เราสามารถชำระบัตรเครดิตโดยหักจากบัญชีได้ (Direct Debit) ควรเปิดบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารเดียวกันกับบัตร เพื่อไม่ให้เสียค่าธรรมเนียมในการหักผ่านบัญชี บางบัตรสามารถหักจากบัญชีของธนาคารอื่นได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เช่น บัตร Citibank สามารถหักบัญชีธนาคารกสิกร กรุงเทพ กรุงศรีอยุธยา และไทยพาณิชย์ ได้

Dhiphaya Insurance

5. ใช้บัตรให้เหมาะสมกับสินค้าและบริการ เมื่อถึงคราวหยิบบัตรออกจากกระเป๋าสตางค์เพื่อใช้รูดซื้อสินค้าและบริการ อย่าลืมสังเกตุว่าสินค้านั้นๆอยู่ในรายการโปรโมชั่นที่จัดร่วมกับบัตรเครดิตที่เราถืออยู่ใช่หรือไม่

  • หากใช่ => ก็ตรวจดูเงื่อนไขในการใช้ด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเราเล่นเกมตรงตามกติกาแล้วนะ เธอทำอะไรชั้นไม่ได้หรอก หึหึหึ!! 
  • หากไม่ใช่ => ก็ไม่เป็นไร หยิบบัตรใบที่เราใช้บ่อยที่สุดขึ้นมาใช้ (เพราะยังไงเดือนนี้ ชั้นก็ต้องไปชำระบัตรใบนี้อยู่แล้ว) หรือบัตรใบที่คิดว่าสะสมคะแนนได้ดีที่สุด เพราะแต่ละธนาคาร ของรางวัลหรือบัตรกำนันที่เสนอนั้นคล้ายๆกันหมด เลือกเอาตามอัธยาศัยเลยจ้า

วิธีนี้ บางท่านที่กลัวว่ารายจ่ายจะไม่ได้อยู่ในการควบคุม หมั่นนำสมุดคู่ฝาก (Passbook) ไปอัพเดทบ่อยๆ เพื่อตรวจดูความเคลื่อนไหว ซึ่งเดี๋ยวนี้สามารถเช็คผ่านทาง Online Banking หรือ Telephone Banking ได้แล้ว

*ขอขอบคุณข้อมูลจาก Nutthunnie 


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon