รัฐ – เอกชนส่งสัญญาณเศรษฐกิจครึ่งปีหลังสดใส จริงหรือไม่?

posted: 1 year ago
รัฐ – เอกชนส่งสัญญาณเศรษฐกิจครึ่งปีหลังสดใส จริงหรือไม่?

comments

เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไปแล้วครึ่งปี โดยในช่วงครึ่งปีแรก 2560 ภาพรวมเศรษฐกิจส่วนใหญ่เริ่มฟื้นตัวทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนในครึ่งปีหลังนี้จะเป็นไปในทิศทางใดบ้าง Rabbit Daily ได้นำความคิดเห็นจากหลากหลายภาคส่วนมาให้นักลงทุนได้วิเคราะห์และพิจารณากัน



มุมมองภาครัฐต่อเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2560

จากการประเมินเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาในระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก ทั้งเงินลงทุนจากโครงการภาครัฐ และเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในโครงการอีอีซี โดยนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในภาพรวมน่าจะสดใสต่อเนื่องไปยังตลาดหุ้นไทยให้น่าลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงถึง 15 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าจีดีพี หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศอยู่ที่ 14 ล้านล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังปัญหาเศรษฐกิจในต่างประเทศและและการเมืองในประเทศที่ยังไม่นิ่ง ทำให้พัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไม่ได้เต็มที่ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลจะเร่งโครงการสำคัญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้มากขึ้น

ขณะที่นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง กล่าวว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะขยายตัวดีกว่าครึ่งปีแรก และคาดว่าตลอดทั้งปีจะขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3.6 โดยการเบิกจ่ายงบประมาณด้านการลงทุนของภาครัฐจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจเพราะรัฐบาลตั้งเป้าในการเบิกจ่ายงบลงทุนรวมทั้งปีไว้ที่ร้อยละ 87 และงบกลางเพิ่มเติมที่ใช้ในโครงการต่าง ๆ ก็ไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค

ด้านนายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวแสดงความมั่นใจว่าการส่งออกของไทยในปี 2560 จะขยายตัวตามเป้าหมายที่ร้อยละ 5 แต่ในช่วงครึ่งปีหลังก็ต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงหลายด้านที่อาจส่งผลกระทบ เช่นเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นทั่วโลก นโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกาและจีนที่ยังไม่ชัดเจน รวมถึงความผันผวนของค่าเงินและเงินบาทที่แข็งค่า

ส่วนนายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท. กล่าวว่า ปัจจัยบวกในช่วงครึ่งปีหลังมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และการกระจายรายได้ของเกษตรกรที่อยู่ในเกณฑ์ดีรวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจน เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มีอัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.3 เศรษฐกิจ ของเยอรมนีที่มีความน่ากังวลหนี้ของกรีซ และผลกระทบจากการออกจาก Brexit หรือ EU ของ อังกฤษ เริ่มคลี่คลายมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจของอิตาลีและการแยกตัวจาก Brexit ต้องติดตามหลังจากที่อิตาลีมีการเลือกตั้งแล้ว คาดว่าจะเห็นผลกระทบในอีก 6 เดือนข้างหน้า ขณะที่ปัจจัยลบที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ การบริหารการจัดการ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว และการกีดกันการค้าของสหรัฐฯ ปัญหาสงครามที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายและการบริหารการจัดการ



มุมมองภาคเอกชนต่อเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2560

เศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาปี 2560 สามารถประคองการขยายตัวได้ดี รับแรงหนุนจากภาคการส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้นและภาคการบริโภคที่กลับมาขยายตัว โดยนายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังคาดว่า จะสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การเร่งตัวของคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น จากการการลงทุนตามแนวนโยบาย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกอีอีซี

ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่าภาวะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะภาคส่งออกดีต่อเนื่องและมองว่า กลุ่มค้าปลีกจะฟื้นตัว โดยคาดว่าสิ้นปีนี้ดัชนี SET อยู่ที่ 1,650 จุด และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 3.6 ทั้งนี้ในช่วงครึ่งหลังปี 60 เม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) จะกลับเข้ามาตลาดหุ้นไทยมากขึ้น เนื่องสภาวะตลาดการเงินโลกชัดเจนขึ้น โดยธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ระบุว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าที่เคยคาดไว้เพราะเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ร้อนแรงอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ เพราะนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังไม่สามารถเดินหน้าได้ เช่นกฎหมายประกันสุขภาพ แผนปฏิรูปภาษี เป็นต้น รวมทั้งธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)


ต้องมาลุ้นกันต่อว่าในช่วงที่เหลืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้าของปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะดีดตัวดีดังตามที่คาดกันไว้หรือไม่ ยังคงต้องลุ้นกันต่อไป…


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon