เศรษฐกิจโลก & เศรษฐกิจไทย ปี 60 สดใสหรือซบเซา

posted: 1 year ago
เศรษฐกิจโลก & เศรษฐกิจไทย ปี 60 สดใสหรือซบเซา

comments

แม้ว่าปีนี้ (2560) ภาครัฐ นักวิชาการ นักวิเคราะห์ และผู้บริหารระดับสูงต่างออกยืนยันว่า ภาพรวมเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศน่าจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่อาจจะเป็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเราลองมาวิเคราะห์กันดูว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตในบ้านเรากันบ้าง



ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 60

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต คาดการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปีนี้ (2560) ว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา โดยปีนี้อัตราการเติบโตอยู่ที่ 3.3-3.6% ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต(ขอบคุณภาพwww.prachachat.net)
ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต(ขอบคุณภาพwww.prachachat.net)

เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตเพิ่มอีก 2%

เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาที่มีอัตราการเติบโตสูงเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงตัวเลขเฉลี่ยจีดีพีโลกให้ปรับตัวดีขึ้น คาดว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ระดับ 1.8-2% และประเทศกำลังพัฒนาและประเทศตลาดเกิดใหม่มีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 4.6-5% ระบบการค้าโลกจะเผชิญแรงกดดันของลัทธิกีดกันทางการค้าและความเป็นชาตินิยมทางเศรษฐกิจมากขึ้น กระแสโลกาภิวัตน์การเปิดเสรีจะหันมาให้น้ำหนักกับการทำข้อตกลงทางการค้าและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแบบทวิภาคีมากขึ้นกว่าระบบพหุภาคี ความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในยุโรปจะถูกสั่นคลอนโดยพรรคการเมืองขวาจัดหรือซ้ายจัดที่กำลังก้าวเข้ามามีอำนาจของรัฐบาลในยุโรปหลายประเทศ


เศรษฐกิจยุโรปโตไม่เกิน 1.4%

เศรษฐกิจยุโรปจะขยายไม่เกิน 1.4% เป็นผลมาจากผลกระทบของ Brexit และความเสี่ยงของประเทศอื่นในอียูจะขอแยกตัวออกมาจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ผลกระทบผู้อพยพจากตะวันออกกลางและแอฟริกรเหนือ การก่อการร้ายสร้างความผันผวนต่อเศรษฐกิจ ปัญหาระบบสถาบันการเงินอ่อนแอ หนี้สาธารณะในระดับสูง โครงสร้างประชากรสูงอายุ และความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอย อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย เยอรมนียังคงเติบโตได้ดี รวมทั้งเศรษฐกิจสเปนยังคงกระเตื้องขึ้นต่อเนื่อง

Detail of Euro currency on the desk


เศรษฐกิจไทยโตสุดรอบ 4 ปี

เศรษฐกิจไทยขยายตัวดีที่สุดในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 (เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 6.5% ในปี พ.ศ.2555 หลังมหาอุทกภัยน้ำท่วม) โดยคาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยโดยภาพรวมจะอยู่ที่ 3.6-4.2% ภาคการลงทุนเอกชนและภาคการท่องเที่ยวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ภาคส่งออกฟื้นตัวเป็นบวกเล็กน้อยและภาคการบริโภคกระเตื้องขึ้นต่อเนื่อง ดุลการค้าเกินดุลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 33.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลไม่ต่ำกว่า 42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้าเพื่อการลงทุนมากขึ้น อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นจากราคาพืชผลเกษตร การปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและราคาพลังงานโดยเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว กิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากจะเป็น ปีที่จะมีการเลือกตั้ง

โดยภาคการลงทุนโดยรวมจะเติบโตได้อย่างน้อย 5.5% การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่ำ 3% การส่งออกเริ่มฟื้นตัวทำให้กำลังการผลิตลดลงและเริ่มกระตุ้นให้เกิดความต้องการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต ความมีเสถียรภาพในระยะเปลี่ยนผ่านทำให้เกิดความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของบรรษัทข้ามชาติที่ต้องการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกในประชาคมอาเซียนเริ่มขยับเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น การลงทุนก่อสร้างของเอกชนมีความสัมพันธ์ตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบคมนาคมขนส่ง หากมีความคืบหน้าตามเป้าหมาย



เศรษฐกิจจีนชะลอตัวต่อเนื่อง

เศรษฐกิจจีนอาจจะยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยมหาวิทยาลัยเหรินหมิน (RUC) ซึ่งเป็นสถาบันด้านการพัฒนาและยุทธศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลจีนได้ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงปี 2559 – 2563 จีนต้องรักษาอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจให้ได้อย่างน้อย 6.5% ในแต่ละปี เพื่อที่จะผลักดันรายได้ต่อครัวเรือนโดยเฉลี่ยและผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ให้เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 เท่าตัว


ยังคงเป็นที่น่าติดตามและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบมายังเศรษฐกิจไทย หลังจากนี้ต่อไปคงต้องรอดูว่าผู้ใหญ่ในบ้านเราจะมีวิธีแก้ไขอย่างไรเพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon