2 นักวิชาการ นิด้า – รังสิต วิเคราะห์เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปี 60

posted: 1 year ago
2 นักวิชาการ นิด้า – รังสิต วิเคราะห์เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปี 60

comments

2 นักวิชาการ วิเคราะห์ภาพรวมศก.ไตรมาสสุดท้าย “นิด้า – รังสิต” เผยสัญญาณตัวเลขด้านท่องเที่ยวและการส่งออกเติบโตขึ้นแม้ว่าว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะแข่งค่าขึ้น บวกกับการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาค-ตะวันออก(EEC) สามารถกระตุ้นการลงทุน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อภาพรวมศก.ซึ่งคาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ราว 3.5 – 4.3%



รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ กรุงเทพมหานคร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (MPPM NIDA) เปิดเผยว่า ได้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ (ตุลาคม-ธันวาคม 2560) เชื่อว่ายังขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องจาก โดยมีปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวในช่วงไฮท์ซีซั่นที่คาดว่าจะขยายตัวจากปริมาณนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้น ที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ควบคู่กับการส่งออกที่พบว่ามีสัญญาณการเติบโตที่ดี โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ สามารถขยายตัวได้ถึง 5.9% ซึ่งเป็นการเติบโตจากการส่งออกสินค้าในหมวดอาหาร หมวดวัตถุดิบ และหมวดน้ำมันจากพืชและสัตว์ แม้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะปรับตัวแข็งค่าขึ้นตั้งแต่ต้นปี เฉลี่ยประมาณ 6.5% เนื่องจากประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยมีแนวโน้มเศรษฐกิจเชิงบวก ไม่ว่าจะเป็น จีน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปและอาเซียน ซึ่งไทยมีสัดส่วนการส่งออกสูงถึง 12.2% 11.3% 10.2% และ 25.4% ตามลำดับ

นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายของภาครัฐด้วยการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณคงค้าง โดยเฉพาะรายจ่ายการลงทุนภาครัฐประมาณ 450,000 ล้านบาท และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจอีกประมาณ 350,000 ล้านบาท ตลอดจนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 61 ที่กำหนดไว้ 2.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% ได้เน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้แล้ว ยังเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศดีขึ้น รวมถึงโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่มีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติมีความเชื่อมั่นในด้านการลงทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.5-4.0%

“การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ประเมินว่าภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ยังเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปีนี้ ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดี และเมื่อรวมกับการลงทุนของภาครัฐทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและ EEC ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างโมเมนตั้มที่ดี ต่อเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย”

รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ กรุงเทพมหานคร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (MPPM NIDA)
รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ กรุงเทพมหานคร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (MPPM NIDA)

ด้านผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยว่า คณะเศรษฐศาสตร์และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป ได้ปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปี 2560 ใหม่ ขยายตัว 3.8-4.3% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3.6-4.2% ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังทรงตัวในระดับต่ำ คาดเงินเฟ้อทั้งปีจะอยู่ที่ 0.8-1% การส่งออกจะขยายตัว 6-7% โดยดุลการค้าจะเกินดุลลดลงเล็กน้อย จากการเร่งตัวของการนำเข้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าทุน สะท้อนการฟื้นตัวดีขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่การท่องเที่ยวเติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ยังมีลักษณะเป็นการฟื้นตัวแบบไร้การจ้างงาน (Jobless Recovery) เนื่องจากการฟื้นตัวเกิดขึ้นในกิจการหรืออุตสาหกรรมที่ไม่ได้ใช้แรงงานเข้มข้น และส่วนใหญ่กระจุกตัวในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกของบรรษัทข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีและทุนเข้มข้น เช่น อุตสาหกรรมหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น
นอกจากนี้ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรม ยังไม่กระจายตัวทั่วถึง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น มีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง เช่น อุตสาหกรรมเครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งทอ เป็นต้น

ส่วนภาคเกษตรกรรม มีสินค้าบางตัวที่ราคาสูงขึ้น เช่น ยางพารา อ้อย แต่สินค้า 2 ตัวนี้เกี่ยวข้องกับแรงงานแค่ 2 ล้านคน ขณะที่ราคาข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยังไม่ดี แต่เกี่ยวข้องกับแรงงานราว 6-7 ล้านคน เป็นปัจจัยให้กำลังซื้อและเศรษฐกิจภาคชนบทโดยรวมยังอ่อนแอ ขณะที่ภาคก่อสร้าง น่าจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาสที่ 4 หลังชะลอตัวมาตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ต่อเนื่องมายังไตรมาส 3

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

ด้านเงินบาทที่แข็งค่าจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมากและเงินทุนไหลเข้า ยังไม่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทยอย่างมีนัยยะสำคัญ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังมีช่องว่างในการลดดอกเบี้ยได้อีกหากมีความจำเป็นในอนาคตโดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ปรับสูงขึ้น อาจทำให้ภาคธุรกิจบางส่วนระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้น จนเป็นความเสี่ยงได้หากไม่มีความสมดุลของอายุระหว่างสินทรัพย์และหนี้สิน ความสามารถในการชำระหนี้ของเอสเอ็มอี อาจด้อยลง

สำหรับเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 4% อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ยังกระจุกตัวในบริษัทขนาดใหญ่และนักธุรกิจส่งออก รวมทั้งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ รายได้และผลประโยชน์ ยังไม่กระจายมายังประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะประชาชนฐานรากในภาคเหนือและอีสานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมล่าสุด ขณะที่กิจการขนาดเล็กขนาดกลาง ยังมีปัญหาการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซึ่งมีลักษณะเป็น Disruptive Technology การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว การปรับตัวต่อการเปิดเสรีที่เพิ่มขึ้น และการบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตลาดภูมิภาค การจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เต็มศักยภาพ จึงต้องมุ่งไปที่การทำให้เศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็งจากการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน เนื่องจากการบริโภคของเอกชน คิดเป็น 51% ของการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ การลงทุนเอกชนคิดเป็น 19% แต่การลงทุนภาครัฐ คิดเป็น 6% เท่านั้น

ขณะเดียวกัน ต้องทำให้การลงทุนสุทธิจากต่างประเทศเป็นบวก การเร่งรัดลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพื่อรองรับการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC การเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในธุรกิจการบิน การซ่อมบำรุงและผลิตชิ้นส่วนอากาศยานมากกว่า 50% อาจช่วยดึงดูดการลงทุนจากบริษัท แอร์บัส และการลงทุนทางตรง (FDI) จากกลุ่มยูโรโซน ส่วนการลงทุนทางตรง (FDI) ของญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรก 2560 (ไตรมาสแรกขยายตัว 8.4%) หลังจากหดตัวเมื่อปี 2559 น่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกจากการขยายการลงทุนใน EEC



พร้อมเตือนปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ต้องจับตาปัจจัยภายนอก จากการจัดการด้านงบประมาณและเพดานหนี้ของสหรัฐอเมริกา ผลกระทบของ QE Exit ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี การเจรจาทบทวนข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ ผลกระทบจากการถูกปรับลดอันดับเครดิตของจีน ปัญหาหนี้สินของระบบธนาคารและภาคธุรกิจของจีน แต่ก็ยังมีปัจจัยสนับสนุน คือ การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก ส่งผลดีต่อภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยว ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากระตุ้นการบริโภค มีงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม 1.9 แสนล้านบาท และเม็ดเงินจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ทยอยเข้าสู่ระบบ


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon